สิ่งที่เรามักจะนึกเสียใจก่อนเสียชีวิต
สิ่งที่เรามักจะนึกเสียใจก่อนเสียชีวิต
โดย : รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์
โดยนักเขียนผู้นี้เคยทำงานดูแลผู้ป่วยที่รู้ตัวว่าจะเสียชีวิต
และกลับไปอยู่ที่บ้านเพื่อรอวันตาย โดยเธอจะอยู่กับผู้ป่วยเหล่านี้
ในช่วงสามถึงสิบสองสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิต
โดยในช่วงเวลาดังกล่าว เธอได้มีโอกาสพูดคุย
และรับฟังความในใจของผู้ป่วยเหล่านี้
เมื่อถามถึงสิ่งที่เสียใจหรือสิ่งใดๆ
ก็ตามที่ถ้าทำได้อยากจะย้อนอดีตไปเปลี่ยนแปลงนั้น
เธอพบว่ามีอยู่ห้าประเด็นที่มักจะพบในผู้ป่วยที่กำลังใกล้เสียชีวิตเป็นส่วนใหญ่ครับ
ประเด็นแรก คือ
ผู้ป่วยเหล่านี้อยากจะมีความกล้าที่จะใช้ชีวิตตามแบบที่ตนเองอยากหรือต้องการจะเป็น
ไม่ใช่ดำรงชีวิตตามความต้องการหรือความคาดหวังของผู้อื่น
ซึ่งพบว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ป่วยอยากจะเปลี่ยนแปลงมากที่สุดครับ
เนื่อง จากเมื่อผู้ป่วยพบว่าชีวิตตนเองกำลังจะสูญเสียไป
และมีโอกาสมองย้อนกลับไปในอดีตนั้น
จะพบว่ามีความฝันหลายๆอย่างที่ยังไม่ได้เริ่มต้นทำหรือยังไม่บรรลุ
และเมื่อใกล้จะเสียชีวิตก็จะพบว่าความฝันของตนเองนั้นจะไม่มีวันบรรลุ
และส่วนใหญ่ก็มักจะมานั่งนึกเสียใจ
เพราะสาเหตุที่ไม่สามารถทำตามความฝันได้นั้น
เป็นเพราะตัวเองเลือกที่จะไม่ทำเอง
ตัวเองเลือกที่จะทำตามสิ่งที่ผู้อื่นขีดเส้นทางให้เดิน
ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับทุกๆ ท่านนะครับ ที่ในช่วงชีวิตหนึ่ง
ถ้ามีโอกาสและเลือกได้ก็ควรจะเดินตามความฝันของตัวท่านเอง
เพราะคนเราหนีไม่พ้น เกิด แก่ เจ็บ ตาย
และเมื่อวันนั้นมาถึง
เราก็คงจะไม่มีแรงที่จะเดินตามความฝันที่เราต้องการแล้ว
การมีสุขภาพที่ดีจะช่วยทำให้ท่านเดินตามความฝันได้
แต่เมื่อใดก็ตามที่สุขภาพท่านเริ่มแย่แล้ว
อิสระในการเดินตามฝันก็ท่านก็จะลดน้อยลง
ประเด็นที่สอง คือ ผู้ป่วยใกล้เสียชีวิตเหล่านั้น
คิดเสียใจว่าในอดีตจะไม่ได้ทำงานหนักเหมือนที่ผ่านมา
ซึ่งเหตุการณ์นี้ มักจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยชายเกือบทุกคนเลยครับ
คุณผู้ชายเหล่านี้มักจะเสียใจว่าในอดีตที่ผ่านมา
ไม่ค่อยได้มีเวลาในการดูแลลูก
ๆ ของตนเท่าที่ควร
รวมทั้งไม่ได้อยู่เป็นคู่ทุกข์คู่ยากภรรยาเท่าที่ควร
ผู้ป่วยที่เป็นชายเกือบทุกคนจะรู้สึกเสียดายว่าในอดีตใช้
และให้เวลากับงานมากเกินไป
ข้อสังเกตนี้ก็น่าคิดนะครับ
ว่าในปัจจุบันเราให้ความสำคัญกับการทำงานมากเกินไปหรือไม่
เราต้องการแสวงหารายได้ ชื่อเสียง
เกียรติยศมากเกินไปหรือไม่
สุดท้ายเมื่อเราใกล้ตายเราจะสำนึกเสียใจว่าเราได้พลาดโอกาสดีๆ
ในชีวิตที่ไม่มีวันหวนกลับมาหรือไม่
การมีรายได้ที่พอเพียงอาจจะเป็นทางออกสำหรับทุกท่านนะครับ
อีกทั้งการมีที่ว่างในตารางเวลาและชีวิต
ที่ไม่ใช่เรื่องของการทำงานเพียงอย่างเดียว จะทำให้เรามีความสุขขึ้น
และเมื่อเราใกล้เสียชีวิต จะไม่มานั่งย้อนนึกเสียใจในสิ่งที่เราพลาดไป
ประเด็นที่สาม คือ
ผู้ป่วยอยากจะกล้าที่จะแสดงอารมณ์และความรู้สึกที่แท้จริงของตน
เนื่องจากคนจำนวนมากจะปิดกั้นอารมณ์และความรู้สึกที่แท้จริงของตน
เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสงบและสันติ
ทำให้สุดท้ายแต่ละคนรู้สึกว่าอารมณ์ของตนเองถูกเก็บกด
และไม่สามารถเป็นตัวตนที่แท้จริง
ประเด็นที่สี่ คือ
ผู้ป่วยที่ใกล้เสียชีวิตนั้น มักจะเสียใจที่ไม่ได้ติดต่อเพื่อนฝูงเก่าๆ
เนื่องจากเรามักจะไม่ค่อยเห็นถึงคุณค่าของเพื่อนเก่าๆ
จนกระทั่งใกล้เสียชีวิต
คนจำนวนมากจะมัวแต่ยุ่งและวุ่นวายกับชีวิตประจำวัน
จนละเลยต่อความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนฝูง
ทำให้เรามักจะไม่ค่อยให้ความสัมพันธ์กับเพื่อนฝูงต่างๆ
จนกระทั่งใกล้จะเสียชีวิต ก็จะเริ่มนึกถึงเพื่อนฝูงขึ้นมา
ดูเหมือนว่าเมื่อคนใกล้จะเสียชีวิต
เกียรติยศ เงินทอง หรือสถานะทางสังคมต่างๆ
กลับดูไปจะด้อยหรือไร้ความหมายนะครับ
สุดท้ายดูเหมือนว่า เรื่องของความรัก
ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลจะกลายเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยที่กำลังใกล้ตายนึกถึง
ประเด็นสุดท้าย
ซึ่งค่อนข้างน่าแปลกใจ คือ
ผู้ป่วยเหล่านี้กลับสำนึกเสียใจว่าไม่ได้ทำให้ชีวิตที่ผ่านมาของตนเองมีความสุขเท่าที่ควร
ผู้ป่วยหลายคนจะไม่เคยนึกถึงมาก่อนนะครับว่าตนเองสามารถที่จะเลือกที่จะทำให้ชีวิตมีความสุขได้
คนจำนวนมากเลือกที่จะอยู่และปฏิบัติในสิ่งที่คุ้นเคย
ความกลัวต่อการเปลี่ยนแปลง
ทำให้คนเรามักจะหลอกตนเองว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นมีความสุข
ซึ่งจริงๆ แล้วกลับไม่ใช้
ท่านผู้อ่านจะเห็นได้นะครับว่าเมื่อคนเราใกล้จะตายนั้น
เรามักจะนึกย้อนกลับไปถึงอดีต
และเริ่มสำนึกเสียใจในสิ่งที่ได้ทำหรือไม่ได้ทำมาในอดีต
และเราจะพบว่าเมื่อเราใกล้ตายแล้ว
เงินทอง ชื่อเสียง สถานะ เกียรติยศต่างๆ
กลับไม่มีความหมาย
สิ่งที่มีความหมายเมื่อใกล้ตาย
คือ เรื่องของความรักและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
ซึ่งหลายครั้งกลับกลายเป็นสิ่งที่เราละเลยหรือไม่สนใจในขณะที่เรามีชีวิตอยู่
นอกจากนี้ เมื่อใกล้ตาย
คนเราจะพบว่าชีวิตในอดีตที่ผ่านมานั้นเรามีสิทธิที่จะเลือก
แต่เราดันเลือกในสิ่งที่ไม่ได้ทำให้เรามีความสุข
หรือเลือกในสิ่งที่ทำให้เราต้องมาย้อนสำนึกเสียใจเมื่อเราใกล้ตาย
ดังนั้น ในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่และยังแข็งแรง
เราจะต้องเลือกอย่างมีสติ เลือกอย่างฉลาด
เลือกในสิ่งที่ถูก และเลือกในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขนะครับ
วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553
บทสวดมนต์สำหรับคนทำงาน
บทสวดมนต์สำหรับคนทำงาน
ให้ตั้งนะโม 3 จบ แล้วตามด้วย
“ จงเป็นศุกร์ เป็นศุกร์เถิด อย่าได้เป็น จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสเลย “
ให้ตั้งนะโม 3 จบ แล้วตามด้วย
“ จงเป็นศุกร์ เป็นศุกร์เถิด อย่าได้เป็น จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสเลย “
สิ่งที่วิเศษที่สุดคือ สิ่งธรรมดา
ธรรมะ - ธรรมดา - ธรรมชาติ
สิ่งธรรมดาคือสิ่งพิเศษ...
ท่าน ติช นัท ฮันท์ พูดเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ "ขอบคุณสรรพสิ่ง"
"ปาฏิหารย์ไม่ใช่การเดินบนน้ำ หรือบินอยู่บนอากาศ
แต่ปาฏิหารย์คือ การเดินอยู่บนผืนดินและมีความ สุขในทุกย่างก้าว"
ชีวิตเราเต็มไปด้วยเรื่อง "ธรรมดา" เช่น ตื่นมา อาบน้ำ แปรงฟัน
ขับรถไปทำงาน กินอาหารเที่ยงกับเพื่อนในที่เดิมๆ ตอนเย็นกลับมา
ก็เห็นหน้าภรรยาหรือสามีคนเดิมๆ ใส่ชุดธรรมดาๆ หน้าตาเราหรือก็ธรรมดาๆ
... เราส่วนใหญ่แล้ว ก็เป็นคนธรรมดาๆ มีชีวิตธรรมดาๆ กันทั้งนั้น
แต่ถ้าความ "ธรรมดา" นี้หมดไปล่ะ
เช่น อยู่ดีๆ ลูกเราเกิดเป็นมะเร็ง ไปมีเรื่องนอกบ้าน ติดยา คบเพื่อนไม่ดี
หรือสามีเราตายไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม หรือเราถูกไล่ออกจากงาน...
เรื่องก็จะ "ไม่ธรรมดา" ไปในทันที
และในเวลานั้นเอง เราจะหวนมาคิดเสียดายความ "ธรรมดา" จนใจแทบจะขาด...
ให้เรารีบชื่นชมกับความ "ธรรมดา" ที่เรามี
และใช้ชีวิตประหนึ่งว่า สิ่งนั้นคือสิ่งมหัศจรรย์ของ จักรวาล
เพราะสิ่งธรรมดาๆแท้จริงแล้วคือ
สิ่งที่พิเศษที่สุดแล้ว สำหรับมนุษย์อย่างเรา
สิ่งธรรมดาคือสิ่งพิเศษ...
ท่าน ติช นัท ฮันท์ พูดเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ "ขอบคุณสรรพสิ่ง"
"ปาฏิหารย์ไม่ใช่การเดินบนน้ำ หรือบินอยู่บนอากาศ
แต่ปาฏิหารย์คือ การเดินอยู่บนผืนดินและมีความ สุขในทุกย่างก้าว"
ชีวิตเราเต็มไปด้วยเรื่อง "ธรรมดา" เช่น ตื่นมา อาบน้ำ แปรงฟัน
ขับรถไปทำงาน กินอาหารเที่ยงกับเพื่อนในที่เดิมๆ ตอนเย็นกลับมา
ก็เห็นหน้าภรรยาหรือสามีคนเดิมๆ ใส่ชุดธรรมดาๆ หน้าตาเราหรือก็ธรรมดาๆ
... เราส่วนใหญ่แล้ว ก็เป็นคนธรรมดาๆ มีชีวิตธรรมดาๆ กันทั้งนั้น
แต่ถ้าความ "ธรรมดา" นี้หมดไปล่ะ
เช่น อยู่ดีๆ ลูกเราเกิดเป็นมะเร็ง ไปมีเรื่องนอกบ้าน ติดยา คบเพื่อนไม่ดี
หรือสามีเราตายไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม หรือเราถูกไล่ออกจากงาน...
เรื่องก็จะ "ไม่ธรรมดา" ไปในทันที
และในเวลานั้นเอง เราจะหวนมาคิดเสียดายความ "ธรรมดา" จนใจแทบจะขาด...
ให้เรารีบชื่นชมกับความ "ธรรมดา" ที่เรามี
และใช้ชีวิตประหนึ่งว่า สิ่งนั้นคือสิ่งมหัศจรรย์ของ จักรวาล
เพราะสิ่งธรรมดาๆแท้จริงแล้วคือ
สิ่งที่พิเศษที่สุดแล้ว สำหรับมนุษย์อย่างเรา
ฉบับฮา !! ได้ทั้งยามเช้ายามเย็น
สถานการณ์อย่างนี้ต้องอ่าน mail แบบนี้ จะได้ไม่เครียด
*1. เกาะอะไรหาดูยากที่สุด
เกาะอกหลุด
2. ปลาช่อนเป็นลูกของใคร
ไก่แก่ ( ไก่แก่แม่ปลาช่อน )
3. โคอะไรมีแต่หนัง ไม่มีเนื้อ
โคลัมเบีย พิกเจอร์
4. ทุเรียนอะไรไม่มีหนาม
ทุเรียนกวน
5. คนที่มีขาขวาเพียงข้างเดียวเรียกว่า
คนปกติ ( ใครมีขาขวา 2 ข้างกันละ )
6. พริกอะไรเอ่ยมีมือ
พริกชี้ฟ้า
7. ครูอะไรใช้ปากกาด้ามเดียว
ครูวันเพ็ญ ( one pen )
8. อะไรเอ่ยคนหนึ่งรู้ สองคนรู้ สามคนไม่รู้
ตด
9. บิ๊ก D2B มีพี่ชายชื่ออะไร
โค้ก ( โค้กพี่บิ๊ก )
10. ชื่ออะไรที่โดนขมขืนมากที่สุด
ชื่อว่า นามสมมุติ
11. มีคน 200 คน รอรถไฟอยู่ อยากทราบว่าคนไหนเป็นคนอีสาน
คนที่ 101 ( ร้อยเอ็ด )
12. ร้านอะไรที่พระไม่กล้าเดินผ่าน
ร้านรับอัดพระ
13. โดเรมอนกับโนบิตะเป็นอะไรกัน
เป็นตัวการ์ตูน
14. ถ้าสมรักษ์ชกกับหมา ใครจะชนะ
หมา เพราะมันมีหมัดเยอะกว่า
15. เบียร์อะไร กินแล้วไม่เมา
เบียร์ช้าง กินแล้วภาคภูมใจ
16. ทำไมเวลาข้ามถนนถึงต้องมองซ้ายทีขวาที
เพราะไ ม่สามารถทำพร้อมกันได้
17. ปลาหมึกเพศอะไร
เพศชาย เพราะมีหนวด
18. โรงเรียนอะไรมีห้องเรียนอยู่กลางถนน
โรงเรียนสอนขับรถยนต์
19. ถ้าวันนี้เป็นวันจันทร์ วันอังคารเป็นวันอะไร
วันพรุ่งนี้
20. หมอนอะไรคนชอบ แต่ไม่ยอมนอนกอด
หมอนทอง
21. จังหวัดอะไรช้างไม่ชอบ
จ. พังงา
22. ห้องอะไรคนอินเดียชอบ
ห้องรับแขก
23.ชมรมดนตรีไทยกลัวชมรมอะไร
ชมรมจิ๊กซอว์
24. ฮ่องเต้จิ๋นซี มีพี่น้องหลายคน รู้หรือเปล่าว่าชื่ออะไรบ้าง
จิ๋น A ,B ,C,D,E,F,G,H ฯลฯ
25. จังหวัดอะไรไม่มีกระเทียมกิน
จ.กระบี่ ( กระบี่ไร้เทียมทาน )
26. เมื่อกินน้ำกรดเข้าไปจะต้องทำอย่างไร
กินยาลดกรด
27. สมบัติกลัวอะไรมากที่สุด
ลาย ( ลายแทงสมบัติ )
28. หมาอะไรวิ่งจากสุไหงโกลกไปเชียงใหม่ได้
หมาอดทน
29. หมาอะไรวิ่งจากเชียงใหม่ ไปประเทศจีน
หมาตัวที่แล้ว
30. สัตว์อะไรห้ามอ่านหนังสือ
แกะ ( ห้ามแกะอ่าน ตามร้านหนังสือน่ะ )
31. วัดอะไรไม่มีพระอยู่
วัดสายตาประกอบแว่น
32. อำเภออะไรประชากรน้อยที่สุดในประเทศ
อ. สองพี่น้อง จ. สุพรรณบุรี
33. ชาติใดในเอเชีย มี โอกาสเป็นมหาอำนาจทางการเงินของโลก
ชาติหน้า
34. พระอะไรไม่ได้อยู่ในวัด
พระเอก
35. นกสินจัยแต่งงานกับนกฉัตรชัย นามสกุลใหม่คือ
เจริญปุระ
36. น้ำท่วมเรียก อุทกภัย ไฟไหม้เรียก
รถดับเพลิง
37. ขับรถจากวงเวียนใหญ่ถึงมาบุญครองมีกี่เลี้ยว
2 เลี้ยว ( เลี้ยวซ้าย / เลี้ยวขวา )
38. รังอะไรอยู่บนหัวคน
รังแค
39. ทำไมเรือถึงเข้ามาไม่ถึงฝั่ง
เพราะสากกะเบือ ยัน เรือรบ
40. เป็ดอะไรปลูกต้นไม้ได้
เป็ดปักกิ่ง
41. มดอะไรเล็กที่สุด
มดลูกของมด
42. กิ้งกือ 100 ขา เวลาเลี้ยวขวาจะเหลือกี่ขา
99 ขา อีก 1 ขาไว้ให้สัญญาน
43. กิ้งกือ 100 ขา เวลาเลี้ยวซ้ายจะเหลือกี่ขา
100 ขา เพราะเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด
44. ดวงอาทิตย์กับประเทศจีนที่ไหนไกลกว่ากัน
ประเทศจีน เพราะดวงอาทิตย์มองเห็นด้วยตาเปล่า แต่จีนมองไม่เห็น
45. ทำไมยาคูลย์ ถึงอึดอัด
เพราะมีแล็กโตบาซีรัด
46. ใครเป็นผู้ค้นพบไอโอดีน
ทิง ( ทิงเจอร์ไอโอดีน )
47. ทำไมโอวัลตินถึงล้ม
เพราะมอลต์สกัด
48. นิสิตจุฬา เข้าไปในธรรมศาสตร์ได้ แต่นิสิตธรรมศาสตร์เข้าไปในจุฬาไม่ได้
ถามว่าเพราะเหตุใด & nbsp;
เพราะนิสิตจุฬาลงกรณ์ ( กลอน )
49. สัตว์อะไรคนเป็นได้
สัตวแพทย์
50. กาลครั้งหนึ่งในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส
เจ้าลูกเป็ดขี้เหร่ตัวหนึ่งเดินเล่นไปในทุ่ง
ขณะเดียวกันนั่นเองก็เจอเข้ากับเจ้าเป็ดอันธพาลมันก็แกล้งเอา
ลูกเป็ดขี้เหร่ก็ร้องไห้กลับบ้านไปพบแม่เป็ด แม่เป็ดจึงถามว่า
ก๊าบ ๆๆๆๆ
51. เราเข้าโรงพยาบาล เราเป็นอะไร
เราเป็นประธาน ( ประธานของประโยค )
52. เด็กอะไรน่ากลัวที่สุด
เด็กกำพร้า
53. ปลาหมอตายเพราะอะไร
เพราะไม่หายใจ
54. ป๊อบ อารียา เลือกแต่งงานกับใคร
ฮิตาชิ ( ป๊อบเลือกฮิตาชิ )
55. คุณตาของซินเดอเรล่ามีชื่อว่าอะไร
ชื่อแอน ( แอนตาซิล )*
*1. เกาะอะไรหาดูยากที่สุด
เกาะอกหลุด
2. ปลาช่อนเป็นลูกของใคร
ไก่แก่ ( ไก่แก่แม่ปลาช่อน )
3. โคอะไรมีแต่หนัง ไม่มีเนื้อ
โคลัมเบีย พิกเจอร์
4. ทุเรียนอะไรไม่มีหนาม
ทุเรียนกวน
5. คนที่มีขาขวาเพียงข้างเดียวเรียกว่า
คนปกติ ( ใครมีขาขวา 2 ข้างกันละ )
6. พริกอะไรเอ่ยมีมือ
พริกชี้ฟ้า
7. ครูอะไรใช้ปากกาด้ามเดียว
ครูวันเพ็ญ ( one pen )
8. อะไรเอ่ยคนหนึ่งรู้ สองคนรู้ สามคนไม่รู้
ตด
9. บิ๊ก D2B มีพี่ชายชื่ออะไร
โค้ก ( โค้กพี่บิ๊ก )
10. ชื่ออะไรที่โดนขมขืนมากที่สุด
ชื่อว่า นามสมมุติ
11. มีคน 200 คน รอรถไฟอยู่ อยากทราบว่าคนไหนเป็นคนอีสาน
คนที่ 101 ( ร้อยเอ็ด )
12. ร้านอะไรที่พระไม่กล้าเดินผ่าน
ร้านรับอัดพระ
13. โดเรมอนกับโนบิตะเป็นอะไรกัน
เป็นตัวการ์ตูน
14. ถ้าสมรักษ์ชกกับหมา ใครจะชนะ
หมา เพราะมันมีหมัดเยอะกว่า
15. เบียร์อะไร กินแล้วไม่เมา
เบียร์ช้าง กินแล้วภาคภูมใจ
16. ทำไมเวลาข้ามถนนถึงต้องมองซ้ายทีขวาที
เพราะไ ม่สามารถทำพร้อมกันได้
17. ปลาหมึกเพศอะไร
เพศชาย เพราะมีหนวด
18. โรงเรียนอะไรมีห้องเรียนอยู่กลางถนน
โรงเรียนสอนขับรถยนต์
19. ถ้าวันนี้เป็นวันจันทร์ วันอังคารเป็นวันอะไร
วันพรุ่งนี้
20. หมอนอะไรคนชอบ แต่ไม่ยอมนอนกอด
หมอนทอง
21. จังหวัดอะไรช้างไม่ชอบ
จ. พังงา
22. ห้องอะไรคนอินเดียชอบ
ห้องรับแขก
23.ชมรมดนตรีไทยกลัวชมรมอะไร
ชมรมจิ๊กซอว์
24. ฮ่องเต้จิ๋นซี มีพี่น้องหลายคน รู้หรือเปล่าว่าชื่ออะไรบ้าง
จิ๋น A ,B ,C,D,E,F,G,H ฯลฯ
25. จังหวัดอะไรไม่มีกระเทียมกิน
จ.กระบี่ ( กระบี่ไร้เทียมทาน )
26. เมื่อกินน้ำกรดเข้าไปจะต้องทำอย่างไร
กินยาลดกรด
27. สมบัติกลัวอะไรมากที่สุด
ลาย ( ลายแทงสมบัติ )
28. หมาอะไรวิ่งจากสุไหงโกลกไปเชียงใหม่ได้
หมาอดทน
29. หมาอะไรวิ่งจากเชียงใหม่ ไปประเทศจีน
หมาตัวที่แล้ว
30. สัตว์อะไรห้ามอ่านหนังสือ
แกะ ( ห้ามแกะอ่าน ตามร้านหนังสือน่ะ )
31. วัดอะไรไม่มีพระอยู่
วัดสายตาประกอบแว่น
32. อำเภออะไรประชากรน้อยที่สุดในประเทศ
อ. สองพี่น้อง จ. สุพรรณบุรี
33. ชาติใดในเอเชีย มี โอกาสเป็นมหาอำนาจทางการเงินของโลก
ชาติหน้า
34. พระอะไรไม่ได้อยู่ในวัด
พระเอก
35. นกสินจัยแต่งงานกับนกฉัตรชัย นามสกุลใหม่คือ
เจริญปุระ
36. น้ำท่วมเรียก อุทกภัย ไฟไหม้เรียก
รถดับเพลิง
37. ขับรถจากวงเวียนใหญ่ถึงมาบุญครองมีกี่เลี้ยว
2 เลี้ยว ( เลี้ยวซ้าย / เลี้ยวขวา )
38. รังอะไรอยู่บนหัวคน
รังแค
39. ทำไมเรือถึงเข้ามาไม่ถึงฝั่ง
เพราะสากกะเบือ ยัน เรือรบ
40. เป็ดอะไรปลูกต้นไม้ได้
เป็ดปักกิ่ง
41. มดอะไรเล็กที่สุด
มดลูกของมด
42. กิ้งกือ 100 ขา เวลาเลี้ยวขวาจะเหลือกี่ขา
99 ขา อีก 1 ขาไว้ให้สัญญาน
43. กิ้งกือ 100 ขา เวลาเลี้ยวซ้ายจะเหลือกี่ขา
100 ขา เพราะเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด
44. ดวงอาทิตย์กับประเทศจีนที่ไหนไกลกว่ากัน
ประเทศจีน เพราะดวงอาทิตย์มองเห็นด้วยตาเปล่า แต่จีนมองไม่เห็น
45. ทำไมยาคูลย์ ถึงอึดอัด
เพราะมีแล็กโตบาซีรัด
46. ใครเป็นผู้ค้นพบไอโอดีน
ทิง ( ทิงเจอร์ไอโอดีน )
47. ทำไมโอวัลตินถึงล้ม
เพราะมอลต์สกัด
48. นิสิตจุฬา เข้าไปในธรรมศาสตร์ได้ แต่นิสิตธรรมศาสตร์เข้าไปในจุฬาไม่ได้
ถามว่าเพราะเหตุใด & nbsp;
เพราะนิสิตจุฬาลงกรณ์ ( กลอน )
49. สัตว์อะไรคนเป็นได้
สัตวแพทย์
50. กาลครั้งหนึ่งในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส
เจ้าลูกเป็ดขี้เหร่ตัวหนึ่งเดินเล่นไปในทุ่ง
ขณะเดียวกันนั่นเองก็เจอเข้ากับเจ้าเป็ดอันธพาลมันก็แกล้งเอา
ลูกเป็ดขี้เหร่ก็ร้องไห้กลับบ้านไปพบแม่เป็ด แม่เป็ดจึงถามว่า
ก๊าบ ๆๆๆๆ
51. เราเข้าโรงพยาบาล เราเป็นอะไร
เราเป็นประธาน ( ประธานของประโยค )
52. เด็กอะไรน่ากลัวที่สุด
เด็กกำพร้า
53. ปลาหมอตายเพราะอะไร
เพราะไม่หายใจ
54. ป๊อบ อารียา เลือกแต่งงานกับใคร
ฮิตาชิ ( ป๊อบเลือกฮิตาชิ )
55. คุณตาของซินเดอเรล่ามีชื่อว่าอะไร
ชื่อแอน ( แอนตาซิล )*
ฮวงจุ้ย บ้านของคนเกิ ดปีต่างๆ.. :-
บ้านคนปีชวด (พ.ศ. 2527, 2515 และ 2503) เพื่อความมั่งมีศรีสุข บ้านของคนปีชวด ควรมีเครื่องดนตรีอย่างน้อย 1 ชิ้น อยู่ในบ้าน เช่น ขลุ่ย เมาท์ออร์แกน เปียโน กีตาร์ ฯลฯ แม้จะเล่นไม่เป็น เพียงมีไว้ประดับบ้านก็ถือว่าถูกโฉลก นำโชคดีมาสู่ในบ้าน แต่ถ้าเป็นเครื่องดนตรีที่สมาชิกในบ้าสามารถเล่นได้จริงๆ หรือมีการเล่นร่วมดนตรีด้วยกันภายในครอบครัว เสียงดนตรีที่ดังขึ้นดุจดั่งเสียงสวรรค์ที่เรียกทรัพย์นับล้านเข้าสู่บ้านคนปีชวด
บ้านคนปีฉลู (พ.ศ. 2528, 2516 และ 2504)
เพื่อความมั่งคั่งร่ำรวย บ้านของคนปีฉลู ไม่ควรมีอะไรที่เป็นทรงกลม ยกเว้นโต๊ะอาหารที่เป็นโต๊ะกลมได้ นอกนั้นแล้วสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้านควรเป็นเหลี่ยมเป็นมุมทั้งหมด ตัวอย่างเช่น นาฬิการทรง 8 เหลี่ยม อ่างบัวทรง 5 เหลี่ยม กระถางต้นไม้ทรง 4เหลี่ยม รวมไปถึงลวดลายของเหล็กดัด วอลล์เปเปอร์ ก็ควรเป็นรูปทรงเหลี่ยม หลีกเลี่ยงรูปวงกลมและรูปโค้งมนต่างๆ
บ้านคนปีขาล (พ.ศ. 2529, 2517 และ 2505)
เพื่อความเจริญรุ่งเรือง เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านของคนปีขาล ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ เตียง ควรมีขนาดใหญ่กว่าปกติ หน้าบ้านควรมีต้นไม้ใหญ่ หรือ สัญลักษณ์ที่ใหญ่โตโดดเด่น อาทิ มีประตูหน้าบ้านบานใหญ่ มีโอ่งน้ำขนาดใหญ่ มีบ่อน้ำขนาดใหญ่ เป็นต้น ในห้องรับแขกควรมีรูปภาพพระอาทิตย์ขึ้นประดับไว้ จะช่วยเพิ่มพลังอำนาจ และบารมีให้มีมากขึ้นกว่าเดิม
บ้านคนปีเถาะ (พ.ศ. 2530, 2518 และ 2506 )
เพื่อความสุขและความสำเร็จ บ้านของคนปีเถาะ ควรเป็นบ้านที่มีความร่มรื่น ร่มเย็น มีสนามหญ้า ต้นไม้ ดอกไม้ อ่างบัว ตัวบ้านมีความโปร่งโล่งสบาย มีแสงแดดและแสงสว่างพอประมาณ ในห้องนอนหรือห้องรับแขก ควรมีตุ๊กตาเซรามิครูปกระต่าย รูปไก่ รูปไข่ รูปหมู รูปเด็กทารก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งร่ำรวย จะช่วยให้เงินทองไม่รั่วไหลไปไหน ได้ปรับเงินเดือน ได้เลื่อนตำแหน่ง ได้พบกับความสมหวังและสมปรารถนาทุกประการ
บ้านคนปีมะโรง (พ.ศ. 2531, 2519 และ 2507)
เพื่อความเป็นสิริมงคล บ้านของคนปีมะโรง ควรจะมีชื่อบ้าน โดยเป็นชื่อที่เป็นมงคลและถูกต้องตามหลักทักษาของเจ้าของบ้าน ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะใช้ชื่อหรือนามสกุลของเจ้าของบ้านมาเป็นชื่อบ้าน ซึ่งถ้าชื่อหรือนามสกุลถูกโฉลกอยู่แล้ว ชื่อบ้านก็ย่อมจะดีตามไปด้วย ชื่อบ้านต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับลักษณะของบ้านและ ผู้อยู่อาศัย ห้ามขัดแย้ง หรือตรงกันข้ามกับความเป็นจริง ตัวอย่างเช่น บ้านทาสีฟ้าทั้งหลังแต่ตั้งชื่อบ้านว่าเรือนสีชมพู หรือ บ้านอยู่ติดภูเขา แต่ตั้งชื่อบ้านว่า บ้านริมทะเล ลักษณะอย่างนี้ถือว่าไม่เหมาะสมจะทำให้อับโชค พบเจอแต่อุปสรรคขวากหนามในการดำเนินชีวิต
บ้านของคนปีมะเส็ง (พ.ศ. 2532, 2520 และ 2508)
เพื่อความเจริญรุ่งเรือง บ้านของคนปีมะเส็งต้องมีแสงสว่างอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ต้องให้ความรู้สึกว่าสว่างอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ควรจะมีไฟภายนอกบ้านอย่างน้อยสัก 1 ดวงที่เปิดให้ความสว่างอยู่ตลอดคืนโดยเฉพาะไฟดวงไหนหากเปิดไว้แล้วนอกจากจะให้ความสว่างแก่บ้านของเรา ยังให้ความสว่างและความปลอดภัยแก่บ้านหลังอื่นและผู้ที่เดินทางผ่านไปมา ถือว่าเป็นมงคลอย่างยิ่ง บ้านมืดๆ จะนำภัยอันตรายและโชคร้ายมาสู่คนปีมะเส็ง
บ้านคนปีมะเมีย (พ.ศ. 2533, 2521 และ 2509)
เพื่อความเจริญก้าวหน้า บ้านของคนปีมะเมีย ต้องมีความเคลื่อนไหว เช่น มีธงโบกสะบัด มีน้ำพุ มีกังหัน มีโมบาย มีสุนัขหรือแมววิ่งเล่นกัน มีต้นไม้ใหญ่ที่โอนเอนตามสายลมภายในบ้าน ก็ควรมีสัญลักษณ์ของความเคลื่อนไหวหรือความเร็ว เช่น รถยนต์โบราณ รถไฟ เรือใบ เรือสำเภา เครื่องบิน จรวด ฯลฯ เพื่อเพิ่มความมั่งคั่งร่ำรวย บ้านที่สงบ นิ่งและเงียบเกินไป จะทำให้คนปีมะเมียอึดอับและอับโชค
บ้านคนปีมะแม (พ.ศ. 2534, 2522 และ 2510)
เพื่อความสุขและความสำเร็จ บ้านของคนปีมะแม ควรเป็นบ้านที่สะสมงานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็น ภาพวาด ภาพถ่าย ภาพวิวทิวทัศน์ งานหล่อ งานปั้น งานแกะสลัก หนังสือ ซีดีเพลง ดีวีดีภาพยนตร์ ฯลฯ ล้วนถูกโฉลกและนำโชคดีมาสู่คนปีมะแม และถ้าผลงานศิลปะเหล่านั้น เป็นฝีมือของเจ้าของบ้านด้วยแล้ว จะยิ่งถูกโฉลกและโชคดีเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า
บ้านของคนปีวอก ( พ.ศ. 2523, 2511 และ 2499)
เพื่อความเจริญรุ่งเรือง บ้านของคนปีวอก ควรเป็นบ้านที่มีการขยับขยาย เพิ่มเติม ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปตามวันเวลาเพื่อให้สอดคล้องสมดุลกับผู้อยู่อาศัย หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นบ้านที่มีการเจริญเติบโตอยู่ตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น มีต้นไม้ใหม่ๆ มาปลูกเพิ่มอยู่เสมอมีเฟอร์นิเจอร์ใหม่มาทดแทนของเดิมที่ชำรุดเสียหาย มีเก้าอี้ม้าหินชุดใหม่มาตั้งแต่เพิ่มในสวน มีการเปลี่ยนผ้าม่านใหม่ทุกๆ 2 ปี และทาสีบ้านใหม่ทุกๆ 3 ปี
บ้านของคนปีระกา (พ.ศ. 2524, 2512 และ 2500)
เพื่อความเป็นสิริมงคล บ้านของคนปีระกาต้องสวย สะอาด สดใส และดูใหม่อยู่เสมอ สิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้าน ควรจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย รั้วบ้านและอาคารภายนอกบ้านควรทาสีใหม่ทุกๆ 3 ปี ภายในบริเวณบ้าน ห้ามมีสิ่งของแตกหัก ชำรุด เสียหาย ใบไม้แห้ง ต้นไม้หรือกิ่งไม้ที่เหี่ยวเฉาโรยรา โดยเด็ดขาด รอยร้าวบนผนัง หากพบเจอต้องรีบแก้ไขในทันที หลอดไฟ กลอน กุญแจ ประตู หน้าต่าง ต้องพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
บ้านของคนปีจอ (พ.ศ. 2525, 2513 และ 2501)
เพื่อความมั่งมีศรีสุข บ้านของคนปีจอ ควรจะมีสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัข ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงนำโชคของคนปีจอ เพราะความซื่อสัตย์และแสนรู้ของสุนัข จะช่วยให้คนปีจออารมณ์ดี ร่าเริงแจ่มใส สมองปลอดโปร่ง ไม่เครียด ดังนั้นไม่ว่าจะคิดหรือทำอะไรก็ล้วนแต่โชคดีมีความสำเร็จ สุนัขที่เลี้ยงไว้ไม่ควรเลี้ยงตัวเดียว ควรเลี้ยงตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป แต่ก็อย่าให้มากเกิน ควรให้เหมาะสมกับบริเวณบ้านและกำลังในการดูแลเอาใจใส่
บ้านของคนปีกุน (พ.ศ. 2526, 2514 และ 2502)
เพื่อความมั่งคั่งร่ำรวย บ้านของคนปีกุน ต้องมีห้องครัวที่กว้างขวาง สะอาด สะดวก สบาย มีอุปกรณ์ในการทำครัวครบครัน เพราะการเข้าครัวทำอาหารของคนปีกุน ถือเป็นเรื่องมงคลนำมาซึ่งโชคลาภ ความสำเร็จ และความร่ำรวย และถ้ามีตุ๊กตาเซรามิครูปหมูสีขาวหรือสีชมพู สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ วางไว้ในห้องรับแขกหรือห้องรับประทานอาหารด้วย จะยิ่งถูกโฉลก โชคดี เฮง เฮง เฮง เพิ่มมากขึ้น
บ้านคนปีฉลู (พ.ศ. 2528, 2516 และ 2504)
เพื่อความมั่งคั่งร่ำรวย บ้านของคนปีฉลู ไม่ควรมีอะไรที่เป็นทรงกลม ยกเว้นโต๊ะอาหารที่เป็นโต๊ะกลมได้ นอกนั้นแล้วสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้านควรเป็นเหลี่ยมเป็นมุมทั้งหมด ตัวอย่างเช่น นาฬิการทรง 8 เหลี่ยม อ่างบัวทรง 5 เหลี่ยม กระถางต้นไม้ทรง 4เหลี่ยม รวมไปถึงลวดลายของเหล็กดัด วอลล์เปเปอร์ ก็ควรเป็นรูปทรงเหลี่ยม หลีกเลี่ยงรูปวงกลมและรูปโค้งมนต่างๆ
บ้านคนปีขาล (พ.ศ. 2529, 2517 และ 2505)
เพื่อความเจริญรุ่งเรือง เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านของคนปีขาล ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ เตียง ควรมีขนาดใหญ่กว่าปกติ หน้าบ้านควรมีต้นไม้ใหญ่ หรือ สัญลักษณ์ที่ใหญ่โตโดดเด่น อาทิ มีประตูหน้าบ้านบานใหญ่ มีโอ่งน้ำขนาดใหญ่ มีบ่อน้ำขนาดใหญ่ เป็นต้น ในห้องรับแขกควรมีรูปภาพพระอาทิตย์ขึ้นประดับไว้ จะช่วยเพิ่มพลังอำนาจ และบารมีให้มีมากขึ้นกว่าเดิม
บ้านคนปีเถาะ (พ.ศ. 2530, 2518 และ 2506 )
เพื่อความสุขและความสำเร็จ บ้านของคนปีเถาะ ควรเป็นบ้านที่มีความร่มรื่น ร่มเย็น มีสนามหญ้า ต้นไม้ ดอกไม้ อ่างบัว ตัวบ้านมีความโปร่งโล่งสบาย มีแสงแดดและแสงสว่างพอประมาณ ในห้องนอนหรือห้องรับแขก ควรมีตุ๊กตาเซรามิครูปกระต่าย รูปไก่ รูปไข่ รูปหมู รูปเด็กทารก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งร่ำรวย จะช่วยให้เงินทองไม่รั่วไหลไปไหน ได้ปรับเงินเดือน ได้เลื่อนตำแหน่ง ได้พบกับความสมหวังและสมปรารถนาทุกประการ
บ้านคนปีมะโรง (พ.ศ. 2531, 2519 และ 2507)
เพื่อความเป็นสิริมงคล บ้านของคนปีมะโรง ควรจะมีชื่อบ้าน โดยเป็นชื่อที่เป็นมงคลและถูกต้องตามหลักทักษาของเจ้าของบ้าน ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะใช้ชื่อหรือนามสกุลของเจ้าของบ้านมาเป็นชื่อบ้าน ซึ่งถ้าชื่อหรือนามสกุลถูกโฉลกอยู่แล้ว ชื่อบ้านก็ย่อมจะดีตามไปด้วย ชื่อบ้านต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับลักษณะของบ้านและ ผู้อยู่อาศัย ห้ามขัดแย้ง หรือตรงกันข้ามกับความเป็นจริง ตัวอย่างเช่น บ้านทาสีฟ้าทั้งหลังแต่ตั้งชื่อบ้านว่าเรือนสีชมพู หรือ บ้านอยู่ติดภูเขา แต่ตั้งชื่อบ้านว่า บ้านริมทะเล ลักษณะอย่างนี้ถือว่าไม่เหมาะสมจะทำให้อับโชค พบเจอแต่อุปสรรคขวากหนามในการดำเนินชีวิต
บ้านของคนปีมะเส็ง (พ.ศ. 2532, 2520 และ 2508)
เพื่อความเจริญรุ่งเรือง บ้านของคนปีมะเส็งต้องมีแสงสว่างอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ต้องให้ความรู้สึกว่าสว่างอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ควรจะมีไฟภายนอกบ้านอย่างน้อยสัก 1 ดวงที่เปิดให้ความสว่างอยู่ตลอดคืนโดยเฉพาะไฟดวงไหนหากเปิดไว้แล้วนอกจากจะให้ความสว่างแก่บ้านของเรา ยังให้ความสว่างและความปลอดภัยแก่บ้านหลังอื่นและผู้ที่เดินทางผ่านไปมา ถือว่าเป็นมงคลอย่างยิ่ง บ้านมืดๆ จะนำภัยอันตรายและโชคร้ายมาสู่คนปีมะเส็ง
บ้านคนปีมะเมีย (พ.ศ. 2533, 2521 และ 2509)
เพื่อความเจริญก้าวหน้า บ้านของคนปีมะเมีย ต้องมีความเคลื่อนไหว เช่น มีธงโบกสะบัด มีน้ำพุ มีกังหัน มีโมบาย มีสุนัขหรือแมววิ่งเล่นกัน มีต้นไม้ใหญ่ที่โอนเอนตามสายลมภายในบ้าน ก็ควรมีสัญลักษณ์ของความเคลื่อนไหวหรือความเร็ว เช่น รถยนต์โบราณ รถไฟ เรือใบ เรือสำเภา เครื่องบิน จรวด ฯลฯ เพื่อเพิ่มความมั่งคั่งร่ำรวย บ้านที่สงบ นิ่งและเงียบเกินไป จะทำให้คนปีมะเมียอึดอับและอับโชค
บ้านคนปีมะแม (พ.ศ. 2534, 2522 และ 2510)
เพื่อความสุขและความสำเร็จ บ้านของคนปีมะแม ควรเป็นบ้านที่สะสมงานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็น ภาพวาด ภาพถ่าย ภาพวิวทิวทัศน์ งานหล่อ งานปั้น งานแกะสลัก หนังสือ ซีดีเพลง ดีวีดีภาพยนตร์ ฯลฯ ล้วนถูกโฉลกและนำโชคดีมาสู่คนปีมะแม และถ้าผลงานศิลปะเหล่านั้น เป็นฝีมือของเจ้าของบ้านด้วยแล้ว จะยิ่งถูกโฉลกและโชคดีเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า
บ้านของคนปีวอก ( พ.ศ. 2523, 2511 และ 2499)
เพื่อความเจริญรุ่งเรือง บ้านของคนปีวอก ควรเป็นบ้านที่มีการขยับขยาย เพิ่มเติม ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปตามวันเวลาเพื่อให้สอดคล้องสมดุลกับผู้อยู่อาศัย หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นบ้านที่มีการเจริญเติบโตอยู่ตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น มีต้นไม้ใหม่ๆ มาปลูกเพิ่มอยู่เสมอมีเฟอร์นิเจอร์ใหม่มาทดแทนของเดิมที่ชำรุดเสียหาย มีเก้าอี้ม้าหินชุดใหม่มาตั้งแต่เพิ่มในสวน มีการเปลี่ยนผ้าม่านใหม่ทุกๆ 2 ปี และทาสีบ้านใหม่ทุกๆ 3 ปี
บ้านของคนปีระกา (พ.ศ. 2524, 2512 และ 2500)
เพื่อความเป็นสิริมงคล บ้านของคนปีระกาต้องสวย สะอาด สดใส และดูใหม่อยู่เสมอ สิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้าน ควรจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย รั้วบ้านและอาคารภายนอกบ้านควรทาสีใหม่ทุกๆ 3 ปี ภายในบริเวณบ้าน ห้ามมีสิ่งของแตกหัก ชำรุด เสียหาย ใบไม้แห้ง ต้นไม้หรือกิ่งไม้ที่เหี่ยวเฉาโรยรา โดยเด็ดขาด รอยร้าวบนผนัง หากพบเจอต้องรีบแก้ไขในทันที หลอดไฟ กลอน กุญแจ ประตู หน้าต่าง ต้องพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
บ้านของคนปีจอ (พ.ศ. 2525, 2513 และ 2501)
เพื่อความมั่งมีศรีสุข บ้านของคนปีจอ ควรจะมีสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัข ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงนำโชคของคนปีจอ เพราะความซื่อสัตย์และแสนรู้ของสุนัข จะช่วยให้คนปีจออารมณ์ดี ร่าเริงแจ่มใส สมองปลอดโปร่ง ไม่เครียด ดังนั้นไม่ว่าจะคิดหรือทำอะไรก็ล้วนแต่โชคดีมีความสำเร็จ สุนัขที่เลี้ยงไว้ไม่ควรเลี้ยงตัวเดียว ควรเลี้ยงตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป แต่ก็อย่าให้มากเกิน ควรให้เหมาะสมกับบริเวณบ้านและกำลังในการดูแลเอาใจใส่
บ้านของคนปีกุน (พ.ศ. 2526, 2514 และ 2502)
เพื่อความมั่งคั่งร่ำรวย บ้านของคนปีกุน ต้องมีห้องครัวที่กว้างขวาง สะอาด สะดวก สบาย มีอุปกรณ์ในการทำครัวครบครัน เพราะการเข้าครัวทำอาหารของคนปีกุน ถือเป็นเรื่องมงคลนำมาซึ่งโชคลาภ ความสำเร็จ และความร่ำรวย และถ้ามีตุ๊กตาเซรามิครูปหมูสีขาวหรือสีชมพู สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ วางไว้ในห้องรับแขกหรือห้องรับประทานอาหารด้วย จะยิ่งถูกโฉลก โชคดี เฮง เฮง เฮง เพิ่มมากขึ้น
วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553
รอยเตอร์ รายงาน iPad จอเล็กกำลังจะเป็นจริง

เรื่องราวของ iPad 2 ที่มีข่าวอยู่เป็นระยะนั้นในตอนนี้เริ่มแตกประเด็นออกมาอีกเรื่องแล้วสิครับ เมื่อสำนักข่าว รอยเตอร์ ได้รายงานข่าวออกมาแล้วว่าในตอนนี้ทาง Apple Inc กำลังดำเนินการผลิตเครื่อง iPad รุ่นจอเล็กอยู่ ซึ่งจะออกในช่วงต้นปี 2011 ที่จะถึงนี้ โดยจะเป็น iPad รุ่นที่มีกล้องในตัวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยเครื่อง iPad รุ่นจอเล็กนั้นตามข้อมูลจากแหล่งผลิตชิ้นส่วนให้กับทาง Apple ได้ให้ข้อมูลกับทาง รอยเตอร์ แล้วว่า iPad รุ่นจอเล็กน่าจะออกในช่วงไตรมาสแรกของปี 2011 แต่ยังไม่ได้ให้ข้อมูลละเอียดอะไรมากนักว่าจะเป็นเดือนไหน
ซึ่งการมาของ iPad รุ่นจอเล็กนั้น อาจจะเป็นเครื่องรุ่นใหม่ที่ออกมาควบคู่กับ iPad 2 ซึ่งในปีหน้าเราอาจจะได้เห็น iPad ในสองรูปแบบคล้ายๆกับ iPod ที่มีหลากหลายรุ่นตามความพอใจของผู้ซื้อ โดยก่อนหน้านี้ในช่วงเดือน ตุลาคม ที่ผ่านมา สตีฟ จ๊อบส์ เคยออกมาให้ความเห็นแล้วครั้งหนึ่งว่า หน้าจอเครื่อง Tablet ที่เหมาะสมที่สุดน่าจะอยู่ในช่วงประมาณ 10 นิ้ว ซึ่งเป็นหน้าจอที่ผู้ใช้สามารถใช้งานได้สะดวก และเหมาะสมกับหลายๆ App สำหรับ Tablet อย่างไรก็ตาม สตีฟ จ๊อบส์ อาจจะเปลี่ยนใจหันมาคบจอเล็กภายหลังก็เป็นได้ หรือว่าจะสับขาหลอกอันนี้ก็คงไม่สามารถเดาได้เหมือนกัน แต่สำหรับข้อมูลหากมาจากทางสำนักข่าวอย่าง รอยเตอร์ แล้วค่อนข้างน่าเชื่อถือว่าไม่น่าจะมั่ว อย่างไรก็ตามข่าวเรื่องนี้ก็เป็นข้อมูลที่ทางรอยเตอร์ได้รับมาจากทางผู้ผลิต ชิ้นส่วนให้กับทาง Apple อีกที
สำหรับ iPad เวอร์ชั่นใหม่ ที่คาดว่าจะมาพร้อมๆกับรุ่นเวอร์ชั่นหน้าจอเล็กนั้น ใน iPad รุ่นใหม่ที่เรามักจะเรียกติดปากว่า iPad 2 นั้น สิ่งที่เปลี่ยนแปลงหลักๆในตอนนี้ที่คาดว่าจะมีแน่นอนก็คือเรื่องของกล้อง สองตัวทั้งด้านหน้าและหลัง ตัวเครื่องจะมีหน้าจอที่ชัดกว่า iPad ในรุ่นปัจจุบัน โดยตัวเครื่องจะมีความบางกว่ารุ่นปัจจุบันอีกด้วย และน้ำหนักของ iPad 2 ก็จะเบากว่ารุ่นปัจจุบัน แต่สำหรับรุ่นจอเล็กนั้น เค้าคาดว่าหน้าจอน่าจะมีขนาดเพียง 6 นิ้วเท่านั้น และขนาดตัวเครื่องก็น่าจะมีขนาดเพียงเกือบๆครึ่งของรุ่นปัจจุบัน ในปี 2010 นี้ Apple เองคาดว่าจะสามารถจำหน่าย iPad ได้สูงถึง 12.9 ล้านเครื่อง และคาดว่าในปี 2011 จะสามารถจำหน่ายได้มากถึง 36.5 ล้านเครื่อง
เราลองมาเดาใจ สต๊ฟ จ๊อบส์ กันดูครับว่าเค้าจะกลืนน้ำลายตัวเองหันมาทำเครื่องจอเล็กกว่า 9.7 นิ้วหรือไม่ แต่หากมองรูปการณ์ในตลาดปัจจุบันแล้วจะพบว่า เครื่อง Tablet ส่วนใหญ่มักจะทำหน้าจออยู่ในช่วง 7 นิ้วกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะผู้ผลิตหลายๆราย มักจะคำนึงถึงเรื่องของการพกพาเป็นหลัก เพราะหากหน้าจอขนาด 9.7 นิ้วแบบ iPad ปัจจุบัน การพกพาทำได้ค่อนข้างยากกว่า และกระแส Tablet แบบจอเล็กในตอนนี้ก็เป็นที่นิยมและยอมรับกันมากขึ้นเรื่อยๆ เราคงต้องรอลุ้นกันดูปีหน้าว่า iPad จอเล็กจะเกิดจริงหรือไม่
http://www.reuters.com
ที่มาของข้อมูล http://www.mrpalm.com/list3.php?cont_id=2700
โนเกียเปิดตัว Nokia C5-03 สมาร์ททัชโฟน 3.5G พร้อม WiFi

กรุงเทพฯ 14 ธันวาคม 2553: โนเกียเปิดตัว Nokia C5-03 สมาร์ททัชโฟนมีสไตล์ที่มาพร้อมความสะดวกสบายด้วย Wi-Fi และการเชื่อมต่อสัญญาณมือถือความเร็วสูง 3.5 G ในราคาเบา เบา เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย พร้อมสนุกกับแอพพลิเคชั่นหลากหลายสำหรับคนไทย
Nokia C5-03 เป็นอุปกรณ์สื่อสาร 3.5G เครื่องเพรียวบางพร้อมกล้อง 5 mp หน้าจอหลักสามารถปรับเปลี่ยนได้และเชื่อมสู่
บัญชีรายชื่อผู้ติดต่อ อีเมล์ และแอพพลิเคชั่นต่างๆ บน Ovi Store ได้อย่างง่ายดาย มาพร้อมหลากหลายแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้นเพื่อคนไทยไม่ว่าจะเป็น สนุก! โมบาย บริการท่องเว็บไซต์สนุกดอทคอมผ่านมือถือ Spelling Bee โปรแกรมฝึกทักษะการสะกดคำศัพท์ภาษา อังกฤษจากนิตยสารภาษาอังกฤษยอดนิยมของเยาวชน Nation Junior และเกมส์ก้านกล้วย การต่อสู้ของช้าง ‘ก้านกล้วย’ และ ‘งวงแดง’ ที่สร้างสรรค์จากภาพยนตร์ “ก้านกล้วย” แอนิเมชั่น 3 มิติชื่อดังของไทย
Nokia C5-03 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟน Symbian ในรูปลักษณ์สวยงามมีสไตล์ ยังได้นำแผนที่พร้อมระบบนำทางด้วยเสียง
และ Ovi mail มาให้บริการฟรี โดยแผนที่ Ovi เวอร์ชั่นล่าสุด (ให้บริการในเบื้องต้นผ่าน Nokia Beta Labs) ได้เพิ่มข้อมูลระบบขนส่งสาธารณะ และฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถ check in เพื่อระบุตำแหน่งปัจจุบันบนสังคมออนไลน์ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Ren Ren
มร.ชูมิท คาพูร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “Nokia C5-03 เป็นสมาร์ทโฟนที่มอบคุณประโยชน์ของบริการ Ovi ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ อีเมล์ ระบบนำทาง และอื่นๆ อีกมากในราคาเบา เบา ถือเป็นอุปกรณ์สื่อสารระบบสัมผัสดีไซน์สวยที่ผสมผสานทุกสิ่งอย่างสำหรับวัยรุ่นที่ชื่นชอบความบันเทิงและสังคมออนไลน์” พร้อมเสริมว่า “Nokia C5-03 จะพาคุณไปยังสถานที่ใหม่ๆ และให้คุณได้แบ่งปันตำแหน่งปัจจุบันกับเพื่อนๆ ผ่าน Facebook ด้วยระบบ A-GPS และระบบนำทางฟรีตลอดชีพ ทดลองเล่นเกมส์ใหม่ๆ และท่องเว็บด้วยการเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือเครือข่าย 3.5G เพลิดเพลินกับเกมส์และแอพพลิเคชั่นมากมายบน Ovi Store”
ผู้ใช้ Nokia C5-03 ยังสามารถตั้งค่า Ovi Mail ซึ่งเป็นอีเมล์ฟรีจากโนเกียได้อย่างง่ายดาย รวมถึงอีเมล์อื่นๆ เช่น
Yahoo Mail, Windows Live Hotmail เป็นต้น
Nokia C5-03 จะวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคา 7,490 บาท มีหลากหลายสีสันให้เลือก
สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Nokia C5-03 ได้ที่โนเกียแคร์ไลน์ 02-255-2111 หรือ www.nokia.co.th
เกี่ยวกับโนเกีย
โนเกียมีพันธะสัญญาในการเชื่อมโยงผู้คน เราผนวกเทคโนโลยีอันก้าวหน้าและบริการต่างๆ สำหรับแต่ละบุคคลเข้าไว้ด้วยกันเพื่อให้ผู้คนได้ใกล้ชิดกับสิ่งที่สำคัญสำหรับพวกเขา ในทุกวัน ผู้คนมากกว่า 1.3 พันล้านคนเชื่อมโยงถึงกันผ่านอุปกรณ์สื่อสารของโนเกีย จากทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์มือถือประสิทธิภาพสูง วันนี้โนเกียผสานอุปกรณ์สื่อสารเข้ากับนวัตกรรมด้านบริการผ่าน Ovi (www.ovi.com) อาทิ ดนตรี แผนที่ แอพพลิเคชั่น อีเมล์ และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ NAVTEQ ของโนเกียยังเป็นผู้นำด้านบริการระบบนำทางและแผนที่ดิจิตอลอันสมบูรณ์แบบ ในขณะที่โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส์ เป็นผู้ให้บริการด้านอุปกรณ์ บริการและโซลูชั่นต่างๆ สำหรับเครือข่ายการสื่อสารทั่วโลก
ที่มาของขอ้มูล http://www.mrpalm.com/llist3.php?cont_id=2701
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)