แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สร้าง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สร้าง แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2552

Genpets ของเล่นที่มีชีวิตจริง!! โลกวิปริตขึ้นทุกวัน!!‏

มนุษย์นี่พิเรนท์ขึ้นทุกวัน...........คงใกล้ถึงจุดจบมนุษย์ชาติแล้ว


Photobucket


GENPETS มันเป็นเกิดจากกระบวนการ Zygote Micro Injection แล้วก็เติบโตขึ้นในแล็บ เป็นการผสมและปรับแต่ง DNA จากสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ต่าง ๆ ออกมาเป็น Genpets ดังนั้น Genpets จึงมีชีวิตจริง ๆ หายใจได้ มีเลือด กระดูก และกล้ามเนื้อ ซึ่งถ้าโดนบาดหรือตัดออก ก็จะมีเลือดไหลออกมา และถ้าดูแลผิด Genpets นี้ก็จะตายได้เหมือนกับสัตว์ทั่วไป หากเสียชีวิตก็นำไปฝังดินเช่นเดียวกันสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ หรือจะส่งกลับไปที่ศูนย์บริการของบริษัทก็ได้


Photobucket


เจ้า Genpets นี้ไม่ต้องใช้ถ่านหรือแบตเตอรี่ เนื่องจากมันมีชีวิตจริง แหล่งพลังงานของของ Genpets ก็คือ life monitoring devices ที่อยู่ในแพ็จเกจของ Genpets เอง โดยขณะที่ Genpets แขวนรอขายอยู่บนชั้นวางสินค้า จะมีสายให้อาหารที่ทำขึ้นพิเศษ เพื่อให้ Genpets มีชีวิตอยู่อย่างสงบรอคนที่จะมาซื้อ ตัวนี้มีรอยๆตามตัวเนื่องจากคงออกมาซักพักแล้ว ดูจากไฟสีฟ้าที่ลดลงเหลือ 1 ขีด แต่ละตัวจะมีบุคคลิกภาพต่าง ๆ กัน ตามสีที่กำหนดไว้ในแพ็คเกจ สามารถ นำออกมาจากแพ็คเกจได้ เรียกได้ว่าเป็นเหมือนตุ๊กตาที่มีชีวิต โดยได้รับการออกแบบให้เหมือนกับเด็กแรกเกิด


Photobucket


เส้นผมของ Genpets ก็จะสามารถงอกยาวออกมาได้เล็กน้อย สามารถลืมตาได้เมื่อนำออกจากแพ็จเกจ สำหรับการเคลื่อนไหวในรุ่นแรกนี้ สามารถบิดตัวได้เล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับคลานหรือเดินได้ อาหารของ Genpets จะเป็นอาหารพิเศษ ที่จำหน่ายโดยบริษัทผู้ผลิต หรือตัวแทนจำหน่าย ซึ่งจะให้ครั้งหนึ่งต่อสัปดาห์


01. Genpet 02. Color Coding
Genpet Red - Athletic and energetic
Genpet Orange - Adventurous, confident and curious
Genpet Yellow - Playful and fun
Genpet Green - Helpful, harmonious and peaceful
Genpet Blue - Communicative and serene
Genpet Violet - Imaginative and spiritual
03. Heart Monitor 04. Fresh Strip 05. Bio-Genica IV System 06. Genpet™ Restraints เวป GENPETS : http://www.genpets.com/


Photobucket

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

Tips ในการพัฒนาสมอง (โดย หนูดี วนิษา เรซ...ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพ)‏




1. จิบน้ำบ่อย ๆ สมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยวซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อย ๆ


2. กินไขมันดี คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น


3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาทีหลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุด ๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ (ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน


4. ใส่ความตั้งใจการตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิดระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้นทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่าง ๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้นทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน


5. หัวเราะและยิ้มบ่อย ๆ ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ


6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีนซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ ไปเรื่อย ๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์


7. ให้อภัยตัวเองทุกวันขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง


8. เขียนบันทึก Graceful Journal ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดี ๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์


9. ฝึกหายใจลึก ๆ สมองใช้ออกชิเจน 20-25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนาน ๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 %การมีสมองที่ดีก็เหมือนทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ถ้าเราดูแลและฝึกฝนสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีตาม


****************************************************

ค้นหา