วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

อันตรายจากยาที่หลายคนคาดไม่ถึง " Paracetamol"‏

ประสบการณ์ตรงจากคนไข้

อันตรายจากยาที่หลายคนคาดไม่ถึง ' Paracetamol '

เป็นเรื่องเศร้าที่เพิ่งเกิดขึ้นกับคนไข้ของผม ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตเมื่อสักครู่ใหญ่ๆหลังจากผมและทีมพยายามช่วยชีวิตและพยายามทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ใน ICU มาตลอดทั้งคืน

คนไข้ท่านนี้อายุ 46 ปี มีปัญหาเรื่องเป็นไข้ตลอดทุกๆวันมาตลอดหนึ่งเดือน แต่ไม่ได้ไปพบแพทย์ รักษาตนเองโดยทานยาลดไข้ paracetamol หรือที่ใครๆเรียกว่าพารา

ปัญหาก็คือผู้ป่วยท่านนี้ ทานวันละ 8-10 เม็ดมาตลอด 1 เดือนถึง 1 เดือนครึ่ง !!!! ญาติตัดสินใจนำผู้ป่วยส่งโรงพยายบาล ด้วยปัญหาคือผู้ป่วยมีเลือดออกจากทางเดินอาหารจำนวนมาก (ถ่ายดำ + อาเจียนป็นเลือด )

หลังจากตรวจอย่างละเอียดแล้วพบปัญหาดังนี้
1. มีจุดเลือดออกอยู่ที่ทางเดินอาหารส่วนบน
2. ภาวะการทำงานของตับล้มเหลวรุนแรง
3. การแข็งตัวของเลือดผิดปกติดอย่างรุนแรงจาก ภาวะการทำงานของตับล้มเหลว
4. พบก้อนกดเบียดจากด้านนอกของหลอดอาหารและทางเดินอาหาร ได้ทำการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ หลังจากทำการรักษาที่พยายามหยุดการไหลของเลือดในทางเดินอาหาร ชดเชยเลือดที่เสียไป

และรักษาการทำงานที่ผิดปกติของตับจากตับวาย คนไข้อาการทรุดลงเรื่อยๆจากภาวะไตวาย น้ำท่วมปอด ภาวะเลือดเป็นกรดอย่างรุนแรง ผลตรวจชิ้นเนื้อพบว่าคนไข้เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดรักษาให้หายได้ด้วยยา ซึ่งเป็นสาเหตุของไข้เรื้อรังมาตลอดเดือนถึงเดือนครึ่ง และทำให้คนไข้ต้องกินยาลดไข้มาตลอด แต่ปัญหาก็คือขณะที่ผู้ป่วยมาที่โรงพยายบาล ผู้ป่วยมีภาวะการทำงานของตับและไตล้มเหลวแล้ว (ตับวาย ไตวาย ) จึงเป็นอุปสรรคต่อการรักษาและทำให้อาการคนไข้ทรุดลงเรื่อยๆ จนเสียชีวิตในเช้าวันนี้ ในที่สุด โดยสรุปก็คือหากอาการป่วยของคนไข้ครั้งนี้ไม่มีภาวะตับวายจากพิษของยา Paracetamol (ไตวายเป็นภาวะที่เกิดจากตับวายอีกที)

การรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้จะไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเลย เป็นโรคที่รักษาหาย และอัตราเสียชีวิตต่ำมาก ยา Paracetamol โดยปกติจะถูกทำลายที่ตับ โดยขนาดที่เป็นพิษคือทานมากกว่า 150 mg/Kg ใน 24 ชั่วโมง หรือคิดง่ายๆคือ ขนาด 500 mg 15 เม็ด ในคนน้ำหนัก 50 Kg ใน 24 ชั่วโมง
ปัญหาก็คือ

1. เมื่อทานปริมาณมากพอสมควรติดต่อกันแม้จะไม่กี่เม็ดต่อวัน (ในเด็กหรือผู้มีน้ำหนักน้อยจะยิ่งแย่ เนื่องจากปริมาณยาต่อน้ำหนักตัว) จะทำให้เกิดภาวะตับวายได้ จะเห็นได้จากที่ฉลากหรือข้างกล่องจะมีข้อความเตือนว่า ไม่ควรทานติดต่อกันเกิน 5 วัน

2. หลายๆคนใช้เป็นยาประชดฆ่าตัวตาย เพราะคิดว่าเป็นแค่ยาลดไข้ ไม่รุนแรงมั่นใจว่า 'ไม่ตาย ' ........ แต่ปัญหาก็คือหลายๆครั้ง การรักษาก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จทุกครั้ง จากโรคประจำตัวของผู้ป่วย หรืออาจจะมีโรคที่ทำให้ตับทำงานไม่ดีอยู่แล้ว หรืออื่นๆ และหากมาพบแพทย์ช้ากว่า 24 ชั่วโมงหลังทานยา การล้างท้องและการให้ยาต้านพิษของ Paracetamol ก็แทบจะไม่มีประโยชน์เลย คนไข้มักจะลงเอยด้วยอาการตับวายอย่างรุนแรงและเสียชีวิตในที่สุด (หลายๆท่านคงเคยพบคนที่กินเยอะมากไปพบแพทย์ก็ช้าแต่ไม่ เสียชีวิตก็มาจากการที่อาเจียนทำให้ปริมาณยาที่ได้รับลดลงหรือทานไม่มากจริง อื่นๆ )

ผมเคยพบคนไข้ที่ตัวเหลืองเข้มทั้งตัวจากภาวะตับวาย จากการที่ทานParacaetamol ประชดพ่อแม่ แต่มาถึงโรงพยาบาลช้า คนไข้ท่านนั้นร้องให้กับผมบอกว่า 'หนูไม่อยากตาย หนูแค่คิดจะประชด' ผมสะทือนใจกับความไร้เดียงสาและความไม่รู้ของคนไข้อย่างมาก จนจำภาพติดตามาจนถึงทุกวันนี้ ผมพยายามรักษาอย่างสุดความสามารถและได้ส่งคนไข้ต่อไปยังรพ.ที่ใหญ่กว่าแต่สุดท้ายคนไข้ท่านนั้นก็เสียชีวิตในที่สุด

ที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา ก็เพราะอยากจะเตือนให้ทุกท่านที่ได้อ่านกระทู้นี้ ทานยา Paracetamol ด้วยความระมัดระวัง ทานเมื่อจำเป็น อย่าเห็นว่าเป็นแค่ 'ยาลดไข้ ' และควรไปพบแพทย์เสียแต่เนิ่นๆ เมื่ออาการป่วยของท่านไม่ดีขึ้น และอย่าลืมหันมองดูการกินยาของคุณพ่อคุณแม่และคนใกล้ตัวด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ค้นหา