วันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554

Beam me up autonomous car

Hollow Earth NASA IMAGE! 1979

THE DIGITAL STORY OF THE NATIVITY

ไฟตัดหมอก

Subject: ไฟตัดหมอก

ไฟตัดหมอก แฟชั่น...อันตราย!

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

เสียงบ่นจากผู้ขับขี่รถยนต์บนท้องถนนมีมากขึ้นเรื่อยๆ
เกี่ยวกับแสงไฟสว่างจ้าจนบางครั้งเกินความจำเป็น
ที่สาดส่องมาจากรถที่วิ่งอยู่บนถนนเส้นเดี

เสียงบ่นจากผู้ขับขี่รถยนต์บนท้องถนนมีมากขึ้นเรื่อยๆ
เกี่ยวกับแสงไฟสว่างจ้าจนบางครั้งเกินความจำเป็น
ที่สาดส่องมาจากรถที่วิ่งอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน

ไฟตัดหมอก อุปกรณ์แต่งรถที่กำลังเป็นแฟชั่นระบาดไปทั่วทั้งรถเก๋ง
และรถปิกอัพ คือ ที่มาของแสงสว่างจ้าบนท้องถนนยามค่ำคืน

การเปิดไฟตัดหมอกอาจดูเท่ในสายตาเจ้าของรถ
แต่สำหรับผู้ขับขี่ที่โดนแสงไฟตัดหมอกที่เปิดในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม
สาดใส่แล้วละก็กลับกลายเป็นความทุกข์ที่ส่งผลต่อทัศนวิสัยในการมองเห็น
และต้องจำทนกับสภาพนี้โดยทำอะไรไม่ได้มากนอกจากขับหนี
หรือปล่อยให้แซงหน้าไป

จากการใช้งานในช่วงเวลาที่ผิดนี้เอง
อาจทำให้คุณประโยชน์ที่มีมหาศาลของไฟตัดหมอก กลายเป็นแค่สินค้าแฟชั่น
ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายและอุบัติเหตุแก่รถยนต์คันอื่นบนท้องถนนได้

ความจริงไฟตัดหมอกมีมานานแล้ว
แต่ในเมืองไทยยังไม่เป็นที่นิยมเพราะราคาแพงและไม่มีความจำเป็น
จึงมีให้เห็นเฉพาะกับรถนำเข้าจากเขตเมืองหนาวหรือเขตเมืองที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากๆ
เท่านั้น ต่อมาค่านิยมเริ่มเปลี่ยนไป
เพราะการติดไฟตัดหมอกถือว่าเท่และทันสมัย
ประกอบกับราคาที่ถูกลงจึงมีการหาซื้อมาดัดแปลงติดตั้งเพิ่มเติมกัน
แม้แต่รถที่ผลิตในเมืองไทยก็ยังนิยมติดไฟตัดหมอก

"ไฟตัดหมอก" ถือกำเนิดขึ้นมาในแถบประเทศที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง
อากาศหนาว หรือประเทศที่เป็นเกาะล้อมรอบด้วยน้ำทำให้มีฝนตกบ่อยตลอดทั้งปี
มีบรรยากาศที่ขมุกขมัวหรือมีหมอกเป็นส่วนมาก ดังนั้น
เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการใช้ยานพาหนะจึงมีการคิดค้นไฟตัดหมอกขึ้นมา

ไฟตัดหมอกจะใช้ไฟที่ให้ความสว่างสูง ส่วนใหญ่หลอดจะเป็นสปอตไลท์
ส่องในระนาบขนานกับพื้นถนนหรือตกพื้นในระยะไกล
ดังนั้นความสว่างจึงมีมากและส่องได้ไกลกว่า โดยเฉพาะในยามที่ฝนตกหนัก
หรือหมอกลงจัด
หลอดไฟหน้าปกติถ้าเปิดส่องในขณะที่หมอกจัด
มุมที่เอียงลงต่ำทำให้เกิดมุมสะท้อนกลับสู่สายตาของผู้ขับขี่
จึงทำให้แสงที่ส่องผ่านไปมีน้อย หรือมองเห็นแค่ในระยะไม่เกิน 10 - 15
เมตร แถมแสบตากับแสงที่สะท้อนกลับ
แต่ไฟตัดหมอกที่ส่องแบบขนานพื้นจะไม่สะท้อนมาที่ห้องโดยสาร
เพราะสามารถทะลุทะลวงได้มาก และสะท้อนกลับมาในมุมที่ไม่กระทบผู้ขับขี่
ทำให้มองเห็นได้ในระยะมากกว่า 30 - 80 เมตร

ในทำนองเดียวกัน เมื่อพื้นถนนเปียกหรือฝนหยุดตกใหม่ๆ ในตอนกลางคืน
ไฟหน้าปกติที่ส่องลงผิวถนนจะถูกพื้นน้ำสะท้อนออกไปอีกมุมหนึ่ง
ซึ่งบางครั้งแทบจะมองไม่เห็นผิวถนนด้วยซ้ำ
แต่ไฟตัดหมอกที่แทบจะไม่ส่องลงพื้นถนนยังสามารถมองเห็นผิวถนนในระยะสายตาได้อย่างชัดเจน
ซึ่งในแถบประเทศเขตเมืองหนาวได้ออกกฎบังคับให้รถทุกคัน
ต้องมีไฟตัดหมอกเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ปัจจุบันคนไทยนิยมตกแต่งรถด้วยไฟตัดหมอก และมักเปิดใช้อย่างพร่ำเพรื่อ
ผิดวิธี ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้เส้นทางรายอื่นๆ เพราะ
ไฟตัดหมอกเป็นไฟที่ให้ความสว่างสูง
ส่วนใหญ่หลอดจะเป็นสปอตไลท์จึงสามารถส่องสว่างไปได้ไกล
ซึ่งหากเปิดใช้ในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม
แสงจากหลอดไฟตัดหมอกจะไปแยงและรบกวนสายตาผู้ที่ขับรถสวนทางมาทำให้ตาพร่ามัว
จึงมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้สูงกว่าปกติ

การใช้ไฟตัดหมอกให้ถูกวิธี
จึงมีการรณรงค์กันอย่างต่อเนื่องจากทั้งทางภาครัฐ และเอกชน
โดยกรณีที่จำเป็นต้องเปิดไฟตัดหมอก ประกอบด้วย

1. ฝนตกปรอยๆ หรือตกหนัก ไฟตัดหมอกจะมีประโยชน์มาก
แม้จะเป็นช่วงกลางวันก็ตามเพราะมันสามารถช่วยให้รถที่สวนมามองเห็นไฟตัดหมอกอย่างชัดเจน

2. เมื่อขึ้นภูเขาสูงหรือยอดเขา
โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวทั้งตอนเช้าและตอนกลางคืน เพราะที่สูงๆ นั้น
หมอกจะมีมากกว่าปกติ

3. ในช่วงกลางคืนหลังฝนหยุดตกหรือถนนยังเปียกอยู่
ซึ่งไฟตัดหมอกจะช่วยให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ดีขึ้น
เพราะไฟหน้าปกติถูกน้ำสะท้อนไปเกือบหมดแล้ว

4. ทุกกรณีที่มีหมอกหรือควันเกิดขึ้นบนท้องถนนที่บดบังทัศนวิสัยให้มองเห็นได้น้อยกว่า
50 เมตร

แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น
ควรปิดไฟตัดหมอกทันทีที่มีรถสวนมาในระยะที่มองเห็นไฟหน้าของรถที่สวนมาได้อย่างชัดเจน
แม้แต่รถที่มีระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติก็จะสั่งปิดไฟตัดหมอก
คงไว้เฉพาะไฟปกติเมื่อสัญญาณจับได้ว่ามีไฟสะท้อนมาในมุมตรงข้าม

การใช้ไฟตัดหมอกอย่างถูกวิธีจะก่อให้เกิดประโยชน์และช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน
และเสริมทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ให้ดีขึ้น

ในทางตรงกันข้าม การเปิดไฟตัดหมอกอย่างพร่ำเพรื่อ ไม่มีมารยาท และผิดวิธี
นอกจากจะรบกวนสายตาและสร้างความรำคาญให้กับผู้ขับรถรายอื่นๆ
ที่ร่วมใช้เส้นทางแล้ว
ยังเพิ่มโอกาสทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าปกติอีกด้วย



"ปัจจุบันคนไทยนิยมตกแต่งรถด้วยไฟตัดหมอก และมักเปิดใช้อย่างพร่ำเพรื่อ
ผิดวิธี ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้เส้นทางรายอื่นๆ"

16 Girls + 1 Bicycle = Awesome

นักเรียนที่...ถูกเฆี่ยน!...เป็นประจำ

นักเรียนที่...ถูกเฆี่ยน!...เป็นประจำ





ในชีวิตความเป็นครูของสมชาย พูนสวัสดิ์ แห่งโรงเรียนมัธยมเทพา ไม่เคยมีลูกศิษย์คนไหนที่จะถูกครูตีมากเท่ากับนักเรียนที่ชื่อ สมเพียร แซ่เจ่ง

ครูสมชายตั้งกติกาว่าถ้าใครมาสายจะถูกครูเฆี่ยน ปรากฏว่าสมเพียรมาสายทุกวัน แม้จะถูกครูเฆี่ยนทุกวัน ๆ ละสามที แต่สมเพียรก็ยังมาสายไม่หยุด ราวกับไม่รู้จักเข็ดหลาบ เขาทนถูกครูตีทุกวันจนเรียนจบ

๓๐ ปีต่อมา โรงเรียนต้องการทำป้ายโรงเรียนใหม่ให้สมศักดิ์ศรี ผู้อำนวยการจึงขอให้ครูสมชาย โทรไปหาลูกศิษย์คนนี้ ซึ่งตอนนั้นเป็นตำรวจคุ้มครองเหมืองหินอ่อน ครูสมชายรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ เพราะมั่นใจว่าลูกศิษย์คนนี้ไม่มีวันลืมรอยไม้เรียวของครู แต่เมื่อออกปากขอความช่วยเหลือ เขากลับตอบทันทีว่า “ได้เลยครับ ไม่มีอะไรขัดข้อง” ครูสมชายถึงกับอึ้งไปเลย จากนั้นก็บอกความในใจว่า “ครูขอโทษนะที่สมัยเรียน ครูตีเธอทุกวันเลย” แต่เขาไม่โกรธครูเลย

แล้วเขาก็เล่าความ จริงให้ฟังว่า ตอนนั้นเขาเป็นเด็กวัด ต้องตามหลวงพ่อไปบิณฑบาต หลวงพ่อท่านชรามากจึงเดินช้า กว่าเขาจะกลับถึงวัดและได้กินข้าวก้นบาตรก็ได้เวลาเรียนแล้ว แต่เขายังต้องเก็บข้าวไว้กินตอนเย็น ถ้าไม่ทำอย่างนี้ก็ไม่มีอะไรจะกิน เลยต้องมาสายทุกวัน

ครูสมชายเพิ่งถึงบางอ้อตอนนั้นเอง แล้วเขาก็พูดต่อว่า “ครูครับ ไม่ต้องเสียใจ ถ้าครูไม่เฆี่ยนผม ป่านนี้ผมเป็นโจรไปแล้ว ไม่ได้ใส่เครื่องแบบตำรวจอย่างนี้”

เวลาผ่านไปนานถึง ๓๐ ปี ครูสมชายถึงเพิ่งรู้ว่าลูกศิษย์คนนี้ไม่ได้เกกมะเหรกเกเร หากเพียงแต่ครูถามเขาสักคำว่าทำไมเขามาสายเป็นประจำ ก็คงจะไม่ลงโทษเขามากมายขนาดนั้น

ทางด้านสมเพียร แม้ชีวิตจะดูเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ลำบากยากแค้นแล้วยังไม่วายถูกครูเฆี่ยนทุกวันราวกับเป็นเด็กเหลือขอ แต่เขาก็ไม่ได้ก่นด่าชะตากรรม แต่ยังขอบคุณครู ที่ตีเขาจนได้ดี

น่าเสียดายที่คนที่เห็นความดีของเขานั้นมิใช่ผู้บังคับบัญชาชั้นสูง มิเช่นนั้นเขาคงมีชีวิตที่สุขสงบในบั้นปลาย

สมเพียร แซ่เจ่ง คนนี้ ต่อมาเปลี่ยนนามสกุลเป็น สมเพียร เอกสมญา คนเดียวกับ “จ่าเพียร” ของชาวบ้านที่บันนังสตา ซึ่งได้รับเลื่อนยศจาก พ.ต.อ. เป็น พล.ต.อ.
หลังจากที่ชีวิตเขาหาไม่แล้ว

ข้อความต่อไปนี้อาจจะ กระชากหัวใจคุณได้บ้าง

Fwd: ข้อความต่อไปนี้อาจจะ กระชากหัวใจคุณได้บ้าง

จะกระชากหัวใจคุณได้จริงหรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ต้องมีสักข้อที่โดนใจคุณ และฮาได้อีกด้วย


1. อายครูไม่รู้วิชา อายภรรยาไม่มีลูก แต่ถ้าได้ครูเป็นภรรยาจะได้ทั้งวิชาและลูก
2. รักเมียเสียเพื่อน รักเพื่อนเสียเมีย แต่ถ้ารักเมียเพื่อนจะเสียทั้งเพื่อนเสียทั้งเมีย
3. ผู้ชายนั้นรักจริงแต่เอาเล่นๆ แต่ผู้หญิงรักเล่นๆ แต่เอาเป็นผัวจริงๆ
4. มีความพยายามอยู่ที่ไหน มีความสำเร็จอยู่ที่นั่น แต่ตัณหาอยู่ที่ไหน จะมีความพยายามอยู่ที่นั่นแน่นอน
5. ผู้ชายที่ไอหรือจามอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ถ้าผู้ชายคนนั้นไปไอหรือจามใต้เตียงเมียคนอื่น
6. ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ สูเจ้าจงเลือกไปเฉพาะที่ใด เพราะจะมีแต่รัก และปฏิเสธที่จะไป ที่นั่น ก็จะไปหาทุกข์ทำไม
7. อิทานัง ทุกขังโลเก การเป็นหนี้เป็นทุกข์ในโลก
กาเม มรณัง ทุกขังโลเก กามตายด้านเป็นทุกข์ (ที่สุด) ในโลก
8. หว่านพืชเช่นไร ย่อมได้ผลเช่นนั้น แต่ปลูกถั่วเขียว ทำมั้ยดันได้ถั่วงอก
9. เมื่อผู้หญิงแต่งงา เธอจะสูญเสียทั้งข้างหน้าและข้างหลัง เสียข้างหน้าคือเสียคำว่า “นางสาว” กลายเป็น “นาง” เสียข้างหลังคือ “เสียนามสกุล”
(แต่อาจใช้ไม่ได้แล้วกับกฎหมายปัจจุบัน ที่ผู้หญิงมีสิทธิ์เลือกทั้งคำนำหน้าและนามสกุล)
10. น้องเมียคือทรัพยากรอันมีค่ายิ่งของพี่เขย ผู้ที่บังอาจมาจับน้องเมีย คือผู้ที่บ่อนทำลายความหวังอันบรรเจิดของพี่เขย

ใน ฐานะตัวแทนผู้หญิง ดิฉันคอนเฟิร์มได้ค่ะว่าเรื่องต่อไปนี้ คือความจริงที่ผู้หญิงเราเถียงไม่ขึ้นจริงๆ อ่านแล้วก็ขำตัวเองและเพื่อนๆ ผู้หญิงร่วมโลกทั้งหลายค่ะ
แต่ ไม่รู้ว่าคุณผู้ชายมาอ่านเจอเข้า จะขำหรือหมั่นไส้ผู้หญิงเราก็ไม่รู้นะคะ แต่เชื่อเถอะค่ะ สำหรับผู้หญิง อ่านแล้วเถียงไม่ขึ้น แถมยังต้องขำปิดท้ายอีกต่างหาก

1.ไม่ว่าจะเดินอยู่ที่ไหน แต่มีของ 4 อย่าง ที่ผู้หญิงต้องหยุดดู คือ ตุ้มหู, กระเป๋า, รองเท้า, เสื้อผ้า
2.ผู้หญิงชอบกินเค้กช็อกโกแลตและบ่นว่าอ้วน
3.เวลาผู้หญิงถามคุณว่าอ้วนไปหรือเปล่ ถ้าคุณตอบว่าเปล่า เธอจะไม่เชื่อ แต่ถ้าคุณตอบว่าอ้วน เธอจะโกรธ!
4.ผู้หญิงชอบให้คนมาจีบ แต่ไม่ได้ชอบทุกคนที่เข้ามาจีบ
5.ผู้หญิงเกิดมาคู่กับครีมทาผิว และโฆษณาครีมทาผิวทุกตัวได้ผลเสมอ
6.ผู้หญิงไม่เคยเหน็ดเหนื่อยจากการเดินช็อปปิ้ง
7.เวลาที่ผู้หญิงบอกว่าไม่มีอะไร แปลว่ามีอะไร และผู้ชายก็ไม่รู้หรอก (เฉลยไปเถอะ)
8.เวลาร้องไห้ ผู้หญิงจะต้องการการปลอบโยน แต่ถ้าไปถาม เธอจะบอกว่า "ไม่ต้อง"
9.ผู้หญิงชอบสมัครฟิตเนสและจินตนาการว่าตัวเองจะฟิตแอนด์เฟิร์มภายใน 3 เดือน แต่หลังจากสมัครเสร็จ เธอมักจะไปช็อปปิ้งแถวๆ ฟิตเนส แต่ไม่เคยเข้าไปเล่นฟิตเนสเลยสักที
10.ผู้หญิงเกิดมาคู่กับดอกไม้ เวลาผู้ชายทำอะไรผิด ให้เอาดอกไม้ไปให้ โทษอาจจะลดลงครึ่งหนึ่ง
11. ผู้หญิงจำวันทุกวันเก่งมาก ไม่ว่าจะเป็นวันที่เจอกันครั้งแรก วันที่คบกัน วันเกิด วันครบรอบ และวันอื่นๆ และนี่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เธอทะเลาะกับแฟนเพราะผู้ชายจะไม่เคย จำ
12.คำขอโทษที่ดีที่สุดคือ "ไปช็อปปิ้งกันไหม"
13.ผู้หญิงส่วนใหญ่ขับรถอย่างเดียว แต่ไม่ค่อยดูแลรถ
14. เวลาทะเลาะกัน ผู้หญิงชอบบอกว่าไม่ต้องโทร.มาอีกแล้ แต่หลังจากวางหู เธอจะหันไปดูโทรศัพท์บ่อยๆ และหลังจากดีกันแล้ว เธอจะต่อว่า ว่าตอนนั้นทำไมไม่โทร.มา ผู้ชายก็จะได้แต่ร้องว่า "อ้าว"
15.ผู้หญิงมักสนเรื่องราวชู้สาวของคนที่ไม่รู้จัก
16.ผู้หญิงกินข้าวเป็นมื้อจริงๆ น้อย กินขนมระหว่างมื้อเยอะ
17.กระเป๋าถือของผู้หญิงมีน้ำหนักมากกว่าสายตาประเมิน ไม่เชื่อก็ลองไปขอเธอถือดู
18.ผู้หญิงนัดเจอกัน 99 เปอร์เซ็นต์ จะเม้าท์เรื่องแฟนตัวเอง
19.ในที่ทำงานมักจะมีเพื่อนร่วมงานผู้หญิงที่ไม่ถูกกันเสมอ
20. ผู้หญิงทุกคนมีตู้เสื้อผ้าสองตู้ขึ้นไป และเมื่อถึงเวลาโละเสื้อผ้าเก่าๆ ที่ไม่ได้ใช้ ประโยคที่มักได้ยินเธอพูดก็คือ "เสื้อตัวนี้ยังไม่ได้ใส่เลย!"

ทำไมต้องชู2นิ้ว
เคย สงสัยรึเปล่าคะว่าทำไม เวลาที่เราต้องการให้กำลังใจใครหรือให้กำลังใจตัวเอง (ประมาณว่า "สู้ๆ สู้ตาย") หรือแม้กระทั่งเวลาถ่ายรูปกับเพื่อนเราจะต้องมีท่าบังคับอย่างท่า "สู้ตาย" ชู 2 นิ้ว อยู่เสมอ...
ทำไมต้องชูสองนิ้วด้วยล่ ชูสามนิ้วไม่ได้เหรอ???

สำหรับการชู 2 นิ้ว หรือที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า "V sign" นั้น เป็นที่รู้จักกันดีในความหมายของ "ชัยชนะ" คือ V แทนคำว่า Victory ค่ะ ถ้าน้องๆ ลองไปเปิดดูอัลบั้มรูปเก่าๆ ของตัวเองน้องๆ
จะพบว่าตั้งแต่เราเกิดมาเราถ่ายภาพด้วยท่าชู 2 นิ้วไว้มากมายโดยที่เราไม่รู้ตัว คิดอะไรไม่ออกก็ชู 2 นิ้วไว้ก่อนแล้วกัน ^^

นอกจากนี้การชูสองนิ้วยังหมายถึง "สันติภาพ" และ "การดูถูกท้าทาย" ได้อีกด้วย ...โดยหากเราไปแสดงอากัปกิริยาด้วยการ ชูสองนิ้วแต่หันฝ่ามือเข้าหาตัวเอง ในสหราชอาณาจักรอย่างอังกฤษ
สกอตแลนด์แล้ว ถือว่าเป็นการแสดงท่าทางดูถูกต่อว่าอีกฝ่ายหนึ่งอยู่ค่ะ
โดยความหมายของการทำเช่นนี้นั้น จะเหมือนกับการที่เราไปทำท่าที่หยาบคายอย่างการ "ชูนิ้วกลาง" (The Finger) ให้คนอื่นเลยทีเดียว
ซึ่งพฤติกรรมนี้ถือว่าร้ายแรงและเป็นการเสียมารยาทเป็นอย่างมากเลยล่ะ

ส่วนในประเทศสหรัฐอเมริกา การชู 2 นิ้วนั้นจะใช้กันในความหมายที่ว่า เป็นการแสดงสันติภาพมากกว่า โดยเริ่มได้รับความนิยมมาจากการที่ประชาชนออกมาเคลื่อนไหว
เพื่อให้เกิดสันติภาพในช่วงทศวรรษที่ 1960
สำหรับประเทศในทวีปเอเชียนั้น ส่วนใหญ่จะใช้กันตอนถ่ายรูปโดยไม่ได้มีความหมายอะไรซ่อนอยู่เลย (กลายเป็นท่าฮิตไปซะอย่างงั้น -..-”) แต่ในเวลาต่อมา
ผู้คนนอกทวีปเอเชียเริ่มหันมาชู 2 นิ้วตอนถ่ายรูปกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งพฤติกรรมนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากบรรดาการ์ตูนของญี่ปุ่นที่ไปได้รับความ นิยมในประเทศอื่นๆ นั่นเอง
นอกจากนี้บางคนยังเชื่อว่า การที่ชาวญี่ปุ่นนิยมชู 2 นิ้วนั้นต้องการสื่อถึงเรื่องสันติภาพ หลังจากที่ญี่ปุ่นโดนบอมบ์ด้วยระเบิดปรมณูไป
(และที่ สำคัญหลายคนมักจะคิดว่าการชูสองนิ้วถ่ายรูปนั้นจะทำให้ตัวเองน่ารักเหมือน สาวญี่ปุ่น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วท่านี้ก็ไม่ได้ทำให้คนดูดีทุกคนหรอกค่ะ 55)
สำหรับจุดเริ่มต้นของการชู 2 นิ้วนั้น ไม่มีการบันทึกเอาไว้อย่างแน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ก็เป็นที่เชื่อกันมาอย่างยาวนานว่า จุดเริ่มต้นของการชู 2 นิ้วนั้น
เริ่มจากพลธนูชาวเวลส์ ที่ต่อสู่ร่วมกับอังกฤษในการสู้รบที่หมู่บ้านอกินคอร์ต ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 1415 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสงครามร้อยปีระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งมีการกล่าวไว้ว่า
ทหารฝรั่งเศสจะตัดนิ้วมือข้างขวาของพลธนูชาวเวลส์ที่ถูกจับตัวได้ไป 2 นิ้ว จนไม่สามารถยิงธนูได้อีก ด้วยเหตุนี้
บรรดาพลธนูชาวเวลส์ที่ยังไม่ถูกจับตัวจึงชูนิ้ว 2 นิ้วเป็นการดูถูกท้าทายทหารของฝรั่งเศส
ไม่น่าเชื่อเลยนะคะเนี่ยว่าท่าชู 2 นิ้ ที่เราใช้เป็นท่าบังคับในการถ่ายรูปกัน จะมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานขนาดนี้แถมยังมีความหมายที่ลึกซึ้งและยิ่ง ใหญ่อีกต่างหาก...
ว่าแต่ต่อไปนี้เวลาจะชู 2 นิ้ว ก็ระวังหน่อยแล้วกันนะคะ อย่าชูผิดด้านล่ะไม่อย่างนั้นล่ะ มีเรื่องแน่ค่ะ 555+

10เรื่องที่ผู้ชายเสียเปรียบผู้หญิง

ใน สังคมเรา ใครๆ ก็บอกว่าผู้ชายเกิดมาได้เปรียบผู้หญิง สิทธิอะไรก็ได้มากกว่า ก็เลยเกิดกลุ่มสตรีที่ลุกขึ้นมาทวงสิทธิให้กับคนเพศเดียวกันอยู่เป็นประจำ
อย่างทุกวันนี้เองก็มีการออกกฎหมายเพื่อยกสิทธิของผู้หญิงให้ทัดเทียมผู้ชาย ออกมามากขึ้น อย่างเช่นล่าสุดก็เรื่องของการสามารถเลือกนามสกุลและคำนำหน้าหลังจากผู้หญิง จดทะเบียนแต่งงานกับผู้ชาย
เจอ ผู้หญิงทวงสิทธิมากๆ เข้า ก็เลยมีผู้ชายอยู่กลุ่มหนึ่ง เขาลุกขึ้นมานำเสนอเรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน ที่ดูยังไงผู้ชายก็เสียเปรียบผู้หญิงอยู่วันยังค่ำ ลองอ่านดูนะคะว่า
ผู้ชายเสียเปรียบผู้หญิงในเรื่องเหล่านี้จริงหรือเปล่า รับรองว่าอ่านไปก็ขำไป เข้ากับบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองดีค่ะ คิกๆๆ

1. ผู้หญิงหอมแก้มกัน คนเห็นบอกว่าดูน่ารักดี แต่ถ้าลองเป็นผู้ชายหอมแก้มกัน คนที่เห็นมีแต่ร้อง...อึยยย หวาดเสียว ขนลุก จะอ้วก
2. ผู้หญิงใส่กางเกงฟิตๆ คนที่พบเห็นมักมองว่า น่ามอง น่าชม (แม้แต่ผู้หญิงอ้วน ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น) แต่ถ้าผู้ชายใส่กางเกงฟิตๆ ความเห็นที่จะได้จากคนที่พบเห็นก็คือ แหวะ! จะอ้วก ใส่ได้ไงเนี่ย
3. ผู้หญิงตบผู้ชาย คนที่พบเห็นมักคิดว่าเป็นการป้องกันตัว หรือไม่ผู้หญิงคนนั้นคงจะ “สุดจะทน” แล้ว แต่ถ้าผู้ชายตบผู้หญิง จะเจอคำครหาสั้นๆ แต่ได้ใจว่า “ไอ้หน้าตัวเมีย!”
4. ผู้หญิงร้องไห้ ดูยังไงก็น่าสงสาร น่าเข้าไปปลอบใจ แต่ถ้าเจอผู้ชายร้องไห้ คนที่พบเห็นคงมองด้วยสายตาแปลกๆ และในใจคงคิดว่า “ไอ้ใจปลาซิว”
5. ผู้หญิงเป็นเพื่อนกั ดูแลห่วงใยเอาใจใส่กัน คนที่พบเห็นจะบอกว่าคู่นี้ดูน่ารักดี เห็นแล้วสดชื่น แต่ถ้าผู้ชายเป็นเพื่อนกัน ดูแลห่วงใยเอาใจใส่กัน คนที่พบเห็นจะบอกว่า คู่นี้มันแปลกๆ แฮะ ดูเหมือนคู่เกย์ยังไงไม่รู้
6. ผู้หญิงหลอกรับประทานผู้ชาย คนที่พบเห็นรู้สึกว่า อ๋อ มันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่เห็นแปลก แต่ถ้าผู้ชายหลอกรับประทานผู้หญิง คงเจอประณามหยามเหยียดว่า สารเลวจริงๆ มันเกาะผู้หญิงกิน
7. ผู้หญิงพูดตรงๆ ผู้หญิงคนนั้นดูเป็นคนเปิดเผย แต่ถ้าผู้ชายพูดตรงๆ ส่วนมากจะกลายเป็นคนพูดไม่เข้าหูคน
8. ผู้หญิงเข้าห้องน้ำผู้ชาย คนที่พบเห็นมองว่า อ๋อ ของมันผิดพลาดกันได้ แต่ถ้าผู้ชายเข้าห้องน้ำผู้หญิง ถ้าเขาไม่ได้แต่งเป็นหญิง คงโดนกล่าวหาว่า “ไอ้บ้า! โรคจิต” แน่ๆ
9. ผู้หญิงเดินตกท่อ คนพบเห็นคงเดินเข้ามาช่วยเหลือ และคิดว่าน่าสงสารจัง เป็นอะไรมากไหม แต่ถ้าผู้ชายเดินตกท่อ คนพบเห็นนอกจากจะไม่เข้าไปช่วยแล้ว คงนินทาด้วยว่า โง่จั เดินไม่ดูตาม้าตาเรือซะเลย
10. ผู้หญิงขับรถปาดหน้า คนโดนปาดคงได้แค่คิดว่า ช่างเหอะ ผู้หญิงก็ขับรถอย่างนี้แหละ แต่ถ้าผู้ชายขับรถปาดหน้าล่ะก็ คนโดนปาดหน้าคงคิดว่า แบบนี้ มันน่าแซงแล้วยิงทิ้ง!!!

Fox Sports - Metrodome Roof Collapses.m4v

Obummer! by Christina Houston

ขำไม่ออกหรอกแค่แอบฮา (มิจฉาชีพหลอกโอนเงิน) เผยแพร่ต่อ

ขำไม่ออกหรอกแค่แอบฮา (มิจฉาชีพหลอกโอนเงิน) เผยแพร่ต่อ
(เรื่องจริงๆครับ เพราะแฟนผมก็เกือบโดน ลักษณะเดี๋ยวกัน)


หน้าแรกเว็บบอร์ด
กระทู้ของฉัน




แบ่งปัน

เครดิต : http://www.coreballthai.com/webboard/viewtopic.php?f=14&t=532

ใครไม่ว่าง หรือ ไม่ชัว อย่าเล่นเกมส์นี้กับมิจฉาชีพนะครับ ขอร้อง 55555

...............

เมื่อก่อนก็สงสัยอยู่นะว่ามิจฉาชีพเขาพูดอย่างไรจึงทำให้ผู้เสียหายยอมไปโอนเงินให้
ทั้ง ๆ ที่มีข่าวออกมามากมายว่ามีการโทร. มาหลอก แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วว่ามิจฉาชีพ
เขาเนียนจริง ๆ


สดๆร้อนๆ 10 โมงเช้าวันนี้...
เริ่มต้นเลย..

มีสายโทรศัพท์ต่อเข้ามาไม่โชว์เบอร์

คุณดวงพร สำนักงานใหญ่ ธ.กสิกร

ดวงพร ----> แจ้งว่าเรามีการรูดบัตรเครดิตซื้อของไปจำนวนเงิน 6,900 บาท
เรา -----> ก็แจ้งไปว่าเราไม่เคยมีบัตรเครดิตของกสิกร

ดวงพร -----> ขอชื่อกับเลขที่บัตรประชาชนด้วยค่ะ เพื่อทำการตรวจสอบ
เรา -----> ก็แกล้งบอกชื่อ-สกุล ปลอมๆ พร้อมเลขที่บัตรประชาชน 13 หลัก
ไปก็ปลอมๆอีกนั่นแหละ

ดวงพร -----> บัตรเครดิตนี้ถูกออกที่สาขาเดอะมอลล์ บางกระปิ ค่ะ วงเงิน 20,000 บาท
เรา -----> ตรวจสอบให้หน่อยครับว่าชื่อผมกับเลขที่บัตรประชาชนตรงกับเลขที่
ในบัตรเครดิตหรือเปล่า??

ดวงพร -----> ตรงค่ะ เป็นเลขที่เดียวกันเลยค่ะ

เรา -----> (นึกในใจ ตรูบอกเลขมั่วๆยังว่าตรง มิจฉาชีพชัวร์ ได้เล่นเกมส์กันสักตั้ง)
แล้วผมต้องทำอย่างไรบ้างครับ (น้ำเสียงวิตก) ผมขอเลขที่บัตรเครดิตนั้น
หน่อยครับ
ดวงพร ------> เลขที่บัตรเครดิตนะค่ะ 5231843292388341 ค่ะ
ดวงพร -----> คุณน่าจะโดนแอบปลอมแปลงบัตร หรือข้อมูลส่วนตัวแล้วหล่ะค่ะ ขอให้
ยืนยันว่าไม่ใช่บัตรเราและเราไม่ได้ใช้บัตรดังกล่าว
เรา -----> ยันยันครับ แล้วผมต้องทำอย่างไรครับ

ดวงพร ------> เดี๋ยวทางเราจะทำเรื่องอายัดบัตรก่อนค่ะแล้วจะ Fax เรื่องไปยัง DSI
เพื่อสืบสวนต่อโดยด่วนค่ะ แล้วจะมี จนท.ติดต่อกลับ
เรา -----> เดินไป ธนาคารกสิกรเลย ให้เจ้าหน้าที่เค้าเช็ดดูว่ามีบัตรเครดิตเลขที่นี้
หรือไม่ ปรากฎว่า " ไม่มีบัตรเลขที่นี้เลย!!"


.....หายไปประมาณ 10 นาที
ร.ต.ท. ไกรสรณ์ คุ้มเจริญ โทรเข้ามา เป็นเบอร์ +6628319888

ผู้หมวด(ปลอมๆ) ----> ผม ร.ต.ท. ไกรสรณ์ คุ้มเจริญ เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก DSI ได้รับ
เรื่องของคุณเกี่ยวกับการโจรกรรมปลอมแปลงข้อมูลบัตรเครดิต

ถามว่าเราอยู่พื้นที่ไหน ทำอาชีพอะไรอยู่
เรา -----> อยู่แถวปากช่องครับ ทำฟาร์มโคนมอยู่
ผู้หมวด(ปลอมๆ) ----> แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหนครับ
เรา -----> วันนี้ผมมาทำธุระแถวๆปทุนธานีครับ

ผู้หมวด(ปลอมๆ) ----> ขอให้ยืนยันนะครับว่าคุณไม่ได้ใช้บัตรดังกล่าวจริง
เรา -----> ยืนยันครับ แล้วผมต้องทำอย่างไรบ้างครับ คุณตำรวจต้องช่วยผมนะครับ
(น้ำเสียงวิตกมาก)

ผู้หมวด(ปลอมๆ) ----> ครับเดี๋ยวทางเราจะเร่งตรวจสอบและรายงานให้ผู้กำกับทราบ
โดยเร็ว และต้องทำเรื่องไปธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย
เมื่อผมรายงานผู้กำกับแล้ว ทางท่านจะติดต่อกลับไปนะครับ
อ้อ..พอดีผู้กำกับอยู่พอดีเลย คุณใช้เบอร์นี้อยู่นะครับ

เรา -----> ครับๆ (นึกในใจ ก็พวกเมิงนั่งอยู่ด้วยกัน ทำงานกันเป็นทีมอ่ะดิไม่ว่า)


.....หายไปประมาณ 5 นาที

พ.ต.อ. พินิจ โทรเข้ามา เป็นเบอร์ +6628319888 (สังเกตุเบอร์นะครับ)

พ.ต.อ. พินิจ -----> ผมได้รับรายงานจากร้อยเวรเกี่ยวกับเรื่องการโจรกรรมข้อมูลและ
การปลอมแปลงบัตรเครดิตของคุณ เดี๋ยวนี้มีการโจรกรรมและ
มิจฉาชีพเยอะซึ่งทางเราก็กำลังติดตามอยู่ ทำความเสียหายปีนึง
ไม่รู้กี่ล้าน

เรา ------> (นึกในใจว่าเมิงเป็นมิจฉาชีพอยู่แล้วยังอ้างซะทำให้ตังเองดูดี
เนียนเชียวนะ)

พ.ต.อ. พินิจ -----> ไม่ทราบว่าทางคุณได้ใช้คนอื่นหรือนำเอกสารไปทำธุรการทางการ
เงินโดยที่ตัวเองไม่ได้ทำเองหรือไม่ครับ

เรา -----> ไม่มีนะครับ ผมทำด้วยตัวเองหมดเลย และผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับพวก
บัครเครดิตสักเท่าไหร่ (ทำมึนๆ..มันเนียนมาเราเนียนไป)

พ.ต.อ. พินิจ -----> แล้วคุณถือบัตรเครดิตของธนาคารใดอยู่บ้างตอนนี้
เรา ------> ผมถือบัรอยู่บัตรนึงครับ ไม่แน่ใจว่าเป็นบัตรอะไรที่บัตรมีตัวหนังสือ VISA
อยู่ ธนาคารกรุงเทพเค้าทำไว้ให้น่ะครับ ( แกล้งทำลูกเซ่อ)

พ.ต.อ. พินิจ -----> อ๋อครับ แล้วมีการใช้บัตรนี้บ่อยหรือไม่ครับ ทำอะไรบ้าง
เรา ------> เออ..ก็ใช้เดือนละสักครั้ง 2 ครั้ง จ่ายค่ายาค่าอาหารสัตว์อ่ะครับ

พ.ต.อ. พินิจ -----> ไม่ทราบว่าตอนนี้มียอดเงินอยู่ในบัตรเท่าไหร่ครับ
เรา ------> ก็ไม่แน่ใจครับ จำได้คร่าวๆน่าจะสักหนึ่งแสนแปดหมื่นบาทครับ
(แกล้งบอกจำนวนเงินให้ ผู้กำกับ(ปลอมๆ) ตาโต..กระหาย!!!)
จิงๆ มี10บาทมีป่าวไม่รู้



พ.ต.อ. พินิจ -----> งั้นทางเราจะต้องรีบอายัดและล๊อคบัตรเพื่อรักษายอดเงินทั้งหมด
ของคุณไว้ก่อนที่มิจฉาชีพจะนำไปใช้อีก โดยจะต้องมีการล๊อค
แถบแม่เหล็กด้านหลังบัตร โดยจะต้องทำงานผ่านตู้ ATM ครับ ไม่
ทราบว่าคุณอยู่แถวไหนครับ เดี๋ยวทางผมจะให้เจ้าหน้าที่
ตรวจสอบ GPS ว่าอยู่ตำแหน่งไหนเพื่อทำการล็อคระบบ ไม่ทราบ
ว่ามีตู้ ATM อยู่ใกล้แถวนั้นมั๊ยครับ

เรา ------> อ๋อ..ผมอยู่แถวๆ Future Park รังสิตครับตอนนี้ เพิ่งเดินผ่านประตูเข้ามา
รู้สึกว่าว่าจะมีตู้ ATM อยู่แถวๆประตูครับเห็นแว้บๆ
( จริงๆตรูอยู่ห้อง EDP นี่หล่ะ)

พ.ต.อ. พินิจ -----> งั้นเดี๋ยวผมจะให้ร้อยเวรซึ่งเป็นโปรแกรมเมอร์ส่งสัญญาณ GPS
เพื่อตรวจสอบคุณอย่าพึ่งวางสายนะครับ ให้คุณเดินไปที่ตู้ ATM ที่
ผู้คนไม่พลุกพล่านนะครับเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง

เรา ------> ครับๆ งั้นผมจะรีบเดินไปนะครับ (เราก็เดินไปตู้ ATM จริงๆ ดูซิว่ามันจาทำ
ไงต่อ ซึ่งจริงๆเรารู้แล้วหล่ะว่ามันจะหลอกให้เราโอนเงินให้มันแน่ๆ)

พอไปถึงเราก็ยกหูฮัลโหลไปเพราะมันยังไม่วางสายอ้างว่าต่อสัญญาณ GPS กับ
โทรศัพท์ของเราอยู่ เนียนจิงๆ


ฮัลโหลๆยังอยู่มั๊ยครับ

พ.ต.อ. พินิจ -----> ครับๆ ผมได้ยินแล้วครับ ทราบตำแหน่งของคุณแล้วเดี๋ยวผมให้
โปรแกรมเมอร์คุยต่อนะครับ

โปรแกรมมั่ว -----> ฮัลโหลๆครับ โอเคตอนนี้คุณอยู่หน้าตู้หรือยังครับ มีคนพลุกพล่าน
หรือเปล่าครับ

เรา --------> ตอนนี้ผมอยู่หน้าตู้แล้วครับ โชคดีจังไม่มีคนเลยครับ (555555++)

โปรแกรมมั่ว -----> หลังบัตรคุณมีลอยขีดข่วนมากมั๊ยครับ

เรา ------> อ๋อ ไม่ค่อยมีครับ

โปรแกรมมั่ว -----> เดี๋ยวต่อไปผมจะอธิบายหน้าจอและปุ่มกดก่อนนะครับ เห็นมั๊ยครับ
หน้าจอทั้ง 2 ข้างจะมีปุ่มอยู่ 2 ฝั่ง
ต่อไปผมจะเรียกว่าฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ปุ่มเรียงลงมาก็จะเรียกว่าปุ่ม
ที่ 1 ที่ 2 ไปเรื่อยๆนะครับ

เรา ------> ครับๆ

โปรแกรมมั่ว -----> งั้นสอดบัตรเลยครับ ใส่รหัสให้เรียบร้อย รออยู่หน้าจอแรกนะครับ
พยายามทำตามเร็วๆนะครับเกรงว่าเดี๋ยวไม่ทันแล้ว สัญญาณจะ
หลุดไป

เรา -----> ครับๆตอนนี้ผมใส่รหัสเรียบร้อยแล้วอยู่ที่หน้าจอแรกแล้วครับ
( หน้าจอเลือกภาษา)

โปรแกรมมั่ว -----> กดปุ่มที่ 2 ทางขวาครับ

เรา ------> กดแล้วครับ (มันเป็นปุ่มเปลี่ยนภาษาเป็น English)
หน้าจอต่อไปผมอ่านไม่ออกแล้วครับ (ตีลูกเซ่ออ่านภาษาอังกฤษไม่ออก)

โปรแกรมมั่ว -----> (คงคิดว่าหวานหล่ะงานนี้เป็นหมูในอวยแน่ๆอ่านอังกฤษ
ไม่ออกอีก) กดปุ่มที่ 4 ทางขวาครับ (มันเป็นปุ่ม Other Service)
เรา ----> ครับกดแล้วครับ


โปรแกรมมั่ว -----> กดปุ่ม ที่ 2 ทางขวาครับ (มันเป็นปุ่ม Transfer )

เรา -----> (คุณยอมตัวโอนเงินแล้วหล่ะซิ อิอิ) ครับๆกดแล้วครับ


โปรแกรมมั่ว -----> กดปุ่มที่ 4 ทางขวาครับ (มันเป็นปุ่ม Any other Bangkok...)

เรา ------> ครับๆกดแล้วครับ


โปรแกรมมั่ว -----> งั้นเดี๋ยวผมจะให้รหัสล๊อคบัตรเลยนะครับ
(จริงๆมันกำลังให้เราใส่เลขที่บัญชีธนาคารที่จะให้เราโอนเงินไปให้)


กดตามเลยนะครับ 1764710958

เรา -------> กดตามเลยครับ 1764710958 กดแล้วครับ
โปรแกรมมั่ว -----> กดปุ่มที่ 2 ทางขวาครับ เป็นปุ่ม Safe ข้อมูล

เรา ------> (กดตามเลยครับ) กดแล้วครับ
(มันให้เราเลือกบัญชี Saving คือบัญชีออมทรัพย์
ยังมีการมาอ้างว่า Safe คิกว่าตรูอ่านไม่ออกแน่)

มันขึ้นหน้าจอโชว์เลขที่บัญชี 1764710958 ชื่อบัญชี NOPPAKAO

โปรแกรมมั่ว -----> กดรหัสอีกครั้งนะครับ 4978977 ครับ
(มันให้เราใส่จำนวนเงินที่จะโอนให้มันอ่ะ สีหมื่นกว่าครับทั่น
49,789.77 บาท)

เรา -----> กดแล้วครับ (ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมมันจาเอาแค่สี่หมื่นกว่าหรอ??..
ยังครับยัง โปรดติดตาม...)

โปรแกรมมั่ว -----> กดปุ่มที่ 3 ทางขวา 5 ครั้งเร็วๆครับ
เรา -----> (จริงๆเรากด Cancel ที่ปุ่มหน้าเครื่องด้านล่างเพื่อยกเลิกรายการทั้งหมดเพื่อ
เอาบัตรออก เราก็ดึงบัตรออกมาแล้วแต่ยังเล่นเกมส์ต่อ)
ครับๆกดแล้วครับ

โปรแกรมมั่ว -----> กดปุ่มที่ 2 ทางขวาน่ะครับ (มันจะให้กดปุ่มยืนยันการโอน)
เรา -----> กดแล้วครับ (จริงๆตรูเอาบัตรออกมาแว้ว..)

โปรแกรมมั่ว -----> กดปุ่มล่างสุดครับ
เรา ----> กดปุ่มแล้วครับ



โปรแกรมมั่ว -----> ว้า..สัญญาณมันหลุดไปอ่ะครับ คงต้องทำรายการใหม่
เรา ------> อ้าวหรอครับ (จริงๆแล้วตรูรู้ว่ามันจะให้โอนให้อีกครั้งนึงเพราะมันโอน
ได้ครั้งละไม่เกิน 5 หมื่น มันกะเอาของเราเป็นแสนครับงานนี้

เพราะมันรู้ว่าเรามีเงินอยู่ในบัญชีเกือบ 2 แสนที่บอกผู้กำกับตัวปลอมไปตอนแรก จริงๆ มีค้างบัญชีแค่ 10 บาท ฮุฮุ)


โปรแกรมมั่ว -----> เห็นกระดาษออกมามั๊ยครับ มีกี่ใบ
อย่าจับกระดาษนะครับเดี๋ยวมีรอยนิ้วมือ

เรา ----> อ๋อ มีกระดาษออกมาแล้วครับ ทำไงต่อครับ
(ว่าไปโน่นมีลายนิ้วมือ...กลัวไม่เนียน)

โปรแกรมมั่ว -----> มีออกกี่ใบครับ
เรา -----> ออกมาใบนึงคาอยู่ที่เครื่อง เอ..แต่รู้สึกจะมีอีกใบยัดอยู่ด้านใน
ไม่รู้เป็นของผมรึเปล่าอ่ะ

โปรแกรมมั่ว -----> อ๋องั้นดึงออกมาแล้วรีบทิ้งไปเลยครับ แล้วทำใหม่อีกรอบนึงครับ

เรา ----> รู้แล้วว่ามันจะเอาอีก 5 หมื่น เราก็ฟอร์มกดๆไปตามที่มันบอกอีกรอบ
แต่จริงๆแล้วเราเดินออกมาจากตู้ ATM เรียบร้อยแล้ว

โปรแกรมมั่ว -----> เดี๋ยวผมขอเวลา 2 นาทีตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนนะ
ครับ อย่าเพิ่งวางสายนะครับ

เรา ------> ครับๆ (ตรูรู้แล้วว่ามันไปเช็คยอดว่ามีเงินเข้าบัญชีมันหรือยัง)

โปรแกรมมั่ว -----> ฮัลโหลๆ.. สงสัยต้องทำรายการใหม่อีกครั้งครับเพราะข้อมูลไม่ถูก
ต้อง..(คือเงินมันยังไม่ถูกโอนเข้าบัญชีมันน่ะ..)

เรา ----- > อ๋อ..ไม่ต้องแล้วหล่ะ โทรมาถูกคนเลยนะ...
เนี่ยคุยอยู่กับสายตำรวจรู้รึเปล่า ตอนนี้เราได้ชื่อและเลขที่บัญชีแล้ว
คุณยังจะให้ตรูโอนเงินไปให้คุณอีกไหม คุณ...

โปรแกรมมั่ว -----> ตัดสายไปทันที ....


เราเดินไปธนาคารกรุงเทพ เพื่อตรวจสอบเลขที่บัญชีที่ได้มาจากมิจฉาชีพ
พบว่าเป็นบัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 1764710958
เป็นของคุณ นพเก้า แซ่เจีย

ซึ่ง จนท.ธนาคารแจ้งว่าเจ้าของบัญชีอาจไม่รู้เรื่องเพราะพวกนี้จะใช้วิธีปลอมแปลงเอกสาร
ไปเปิดบัญชีไว้เพื่อกดเงินออกเท่านั้น หรือจ้างเพื่อเปิดบัญชีโดยเจ้าของบัญชีไม่รู้...
อีกเช่นกันเพื่อป้องกันตัวเองของพวกมันอีกทีนึง..


หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นอุธาหรณ์สำหรับทุกคนนะครับ แชร์จากประสบการณ์ตรงวันนี้ร้อนๆ

ผมได้โทรไปปรึกษาเพื่อนที่เป็นสารวัตร(ตัวจริง)ได้รับคำแนะนำมาว่าถ้าเจอพวกนี้ให้ตัดสายทิ้งไปเลย

ตอนนี้ยังตามตัวได้ยากเพราะ Server ตั้งอยู่นอกราชอาณาจักร

ไม่สงวนการเผยแพร่-บอกต่อ แต่ระวังเรื่องการใช้เมล์ในองค์กรด้วยคร้าบบบบบ



เครดิต เว็บ Postjung.com 22/12/2010

ค้นหา