แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภัย แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เรื่องเตือนภัย‏

เรื่องที่ 1**เตือนภัย**

สาวๆที่ออกไปข้างนอกคนเดียวบ่อยๆ

โดยเฉพาะคนที่ออกไปข้างนอกคนเดียวบ่อยๆโดยเฉพาะสถานที่ซ้ำๆกันด้วย

เรื่องนี้เกิดในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาค่ะเพื่อนเราไปนั่งอ่านหนังสือที่ร้าน

starbucks สาขาซีคอน ตอนประมาณเที่ยงๆระหว่างที่มันนั่งอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ

ฟังไอพอดไปด้วยก็มีผู้ชายคนนึงเดินเข้ามา! คุย ท่าทาง เกย์ๆ ตุ๊ดๆ

ผู้ชายคนนั้นบอกว่า เค้าเป็น directorมาจากฮ่องกง หรือจีน เนี่ยแหละ

กำลังมองหานักแสดงหน้าตาจีนๆหรือเกาหลีๆไปเล่นหนัง เพื่อนเรามันก็ไม่ได้ตั้งใจฟังมาก เ

พราะหูข้างนึงก็ฟังไอพอดอยู่ จากนั้นผู้ชายคนนั้นก็ยืนมือมาเชคแฮนด์เพื่อนเรามันก็จับมือเค้า

ต่อจากนั้นแปปเดียว เพื่อนเรามันบอกว่าเกิดอาการมึนหัวขึ้นทันที เหมือนตัวลอยๆขยับ

อะไรไม่ได้ยืนอยู่นิ่งๆได้อย่างเดียวเหมือนเค้าทายาอะไรซักอย่างไว้ที่มือ เ

พราะเพื่อนเราจับยาก็เลยซึมเข้าร่างกายผู้ชายคนนั้นก็พูดไปเรื่อยโดยที่เพื่อนเราบอกว่าได้ยินและจำได้ทุกอย่าง

แต่ขยับตัวหรือพูดไม่ได้เลย ผู้ชายคนนั้นก็พูดไปเรื่อยว่า

นี่น้องลดแขนหน่อยได้มั้ยแล้วก็เอามือจับแขนเพื่อนเรา ลดแก้มด้วยก็ดี

แล้วก็เอามือมาดึงๆหน้าแล้วพอมันรู้ว่าเมาได้ที่แล้วมั้งก็บอกให้เอาไอพอด

บัตรประชาชน แล้วก็เอทีเอ็มมาให้ ขอpassword ไปด้วย เพื่อนเราก็ทำตามทุกอย่าง

มันบอกว่ามันรู้ตัวแต่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ต้องทำตามที่มันบอก

จากนั้นเพื่อนเราก็เดินกลับบ้านทั้งที่ยังไม่รู้ตัวอย่างนั้น ผ่านไปสองสามชม.มันถึงได้สติกลับมา

ปรากฎว่าเงินในเอทีเอ็มหายไปหมดแล้ว น่ากลัวเนอะ

ขนาดในร้านตอนเที่ยง เพื่อนเราก็บอกว่าคนเยอะ ไม่ได้เปลี่ยวเลย

ระวังตัวกันหน่อยนะคะสาวๆเพราะคนร้ายพวกนี้อาจจะซุ่มดูหาเหยื่อก่อน

แล้วเลือกคนที่ไปคนเดียวบ่อยๆทางที่ดี อย่าคุยกับคนแปลกหน้า

แล้วก็หาเพื่อนไปด้วยดีกว่านะจ้ะ





เรื่องที่ 2

ขอเล่าเรื่องจริงแบบไม่ต้องผ่านจอแก้วด้วยตัวเราเอง

เป็นภัยสังคมที่เกิดกับคนใกล้ตัวแบบไม่คิดว่าชาตินี้จะได้เจอะได้เจอ



เหตุการณ์เกิดกับพี่สาวของเพื่อน (ขออนุญาตนำมาเล่านะคะ)

วันที่เกิดเหตุ วันที่ 9 สิงหาคม 2551 เวลาประมาณบ่ายหน่อยๆ ครอบครัว

พี่สาวเพื่อนไปทานอาหารที่ร้าน ซิสล์เลอร์ สาขาอาคาร ซีพี ทาวเวอร์

(สถานที่เกิดเหตุ - ขอเน้น กลางกรุงเลยเพื่อน)

ตัวพี่สาวทานเสร็จก่อนก็เลยปล่อยให้สามีและลูกทานกันต่อ

โดยที่ตัวเองจะลงไปซื้อของที่ร้านวัตสัน

ที่อยู่ชั้นล่าง ระหว่างที่ลงบันไดเลื่อนก็มีชายหญิงคู่หนึ่งอยู่ข้างหน้า

แต่งตัวดี สักพักพี่สาวเพื่อนรู้สึกได้กลิ่นเหม็น

เหมือน กลิ่นตด มาจากข้างหน้า (เค้ายังนึกด่าในใจว่าแต่งตัวดีแต่ดันตดมาได้)

พอลงจากบันไดเลื่อนก็เดินตรงไป เข้าร้านวัตสัน สักครู่ก็รู้สึกง่วงนอนมากเหมือนจะหลับให้ได้

(ปกติจะเป็นคนไม่ชอบนอนกลางวัน) เลยคิดว่าโดนดีเข้าแล้วเรา

(เวลามีเมล์เรื่องภัยสังคมมอมยาแบบนี้ เพื่อนมักจะแฟ็กซ์ไปให้พี่สาวอ่านบ่อยๆ)

พี่สาวเพื่อนรีบหยิบมือถือโทรหาสามีกับลูก

ให้รีบมาเจอกัน เดชะบุญเก่ายังดีอยู่ สามีกับลูกเช็คบิลเสร็จแล้ว

และกำลังจะลงไปหา เลยรีบตามมาสมทบ แล้วพากันกลับบ้าน

เพื่อนเล่าว่า ขึ้นรถปุ๊บ พี่สาวก็หลับปั๊บทันทีเลยสรุปกันว่าเจอตดมหาภัยซะแล้ว

ก็เล่ามาเพื่อเตือนเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ กันไว้

(ช่วยกันส่งต่อเตือนพี่น้องเพื่อนฝูงของตัวเองด้วยนะ)เพราะสถานที่เป็นที่

เราคุ้นเคยเดินเล่นกันบ่อย ๆ จนอาจจะไม่ระวังตัว

เปิดช่องให้พวกมารสังคมมาทำมิดีมิร้ายกับตัวเราและทรัพย์สินได้

วันที่เกิดเหตุ เพื่อนเล่าว่าพี่สาวเขาใส่จี้เพชรอยู่

แต่ก็ไม่ใช่วูบวาบใหญ่โตขนาดจะนำภัยมาหาตัวได้

เพราะแต่งตัวก็ธรรมดาไม่ฟู่ฟ่าอะไร

มีกระเป๋าตังค์ติดตัวไปด้วยใบหนึ่ง

หากเราไปเดินคนเดียวและเจอเหตุการณ์แบบนี้ ขอแนะนำเพื่อน ๆ

ถ้าได้กลิ่นแปลก ๆ ให้รีบกลั้นลมหายใจ

แล้วรีบออกมาให้พ้นแถวนั้น พยายามฝืนตัวเองหาพนักงานขายของ

(อย่าเอาคนแถว นั้น เพราะอาจเป็นพวกมันรออยู่ก็ได้)

แล้วรีบบอกพนักงานก่อนเลยว่า เรามาคนเดียว

เพราะพวกมารสังคมอาจจะทำเนียนเห็นยาออกฤทธิ์แล้วอ้างตัวว่ามากับเราได้...

เฮ้อ... ทำได้แต่เตือน ๆ กัน

เมื่อไหร่พวกมารจะหมดไปจากสังคมกันซะที

ขอให้ปลอดภัยกันทุก ๆ คนนะคะ




เรื่องที่ 3

คนมาแจกโบร์ชัร์ก็ต้องระวังนะเรื่องคนเอาเอกสารหรือโบร์ชัวร์มาแจกตามห้างก้อน่ากลัวนะ ต้องระวังด้วย

เมื่อก่อนก็จะรับๆ ไว้เพราะสงสารคนแจก แต่ไม่กี่เดือนนี่เองน้องที่ทำงานเก่าเพิ่งโดนไปที่ โลตัสคลองสี่รังสิตเรื่องก้อคือเค้าจะไปซื้อของใช้เข้าบ้าน ไปกันสามคน พ่อ แม่ ลูก ตัวน้องผู้หญิงเข้าไปซื้อของใช้และ

ให้สามีพาลูกไปรอ และเล่นที่บ้านบอล พอเค้าซื้อของเสร็จมาหาสามีที่บ้านบอล มองหาลูกในบ้านบอลก็ไม่มีแล้ว

สามีก็นั่งอยู่ที่หน้าบ้านบอลที่เดิม เรียกอยู่ตั้งพักถึงจะรู้สึกตัว สามีรู้สึกตัวก็ตกใจมากที่รู้ว่าลูกหายไปแล้ว

เค้าบอกว่า ขณะนั่งดูลูกเล่นอยู่ดีดี ก็มีคนเดินเข้ามาแจก โบร์ ชัวร์ให้อ่าน ก็เลยรับไว้แล้วพอเปิดปุ๊บ

ก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลยมารู้ตอนที่ภรรยามาเรียกนี่แหละ เค้าหากันให้ทั่วห้างเลยแหละ แต่เป็นโชคดีของครอบครัวนี้มากๆ

เพราะก่อนที่จะเข้าไปซื้อของเค้าแวะซื้อขนมที่ร้านขนมไทยตรงทางเข้าห้างแล้วแม่ค้าขนมก็จำครอบครัวนี้ได้ แม่ค้าเล่าว่าเด็กออกมากับผู้ชาย คนนึงแต่เด็กร้องไห้เสียงดังลั่นเลย

ก็เลยเป็นที่สังเกตุแม่ค้าก็เลยเรียกไว้แล้วถามหาพ่อแม่เด็ก ระหว่างนั้นคนร้ายก็เลยชิงหนีไป.....คิดดูสิ....

.ถ้าแม่ค้าจำเด็กไม่ได้ หรือถ้าคนร้ายมันทำให้เด็กหมดสติแล้วทำทีเป็นเด็กหลับแล้วอุ้มไปหละไม่อยากคิดเลยว่าตอนนี้ครอบครัวนี้จะเป็นยังไง ตอนนี้น้องที่ทำงานเก่าที่เป็นแม่เด็กยังขวัญผวาไม่หายเลย

กลัวไปหมด โชคดีมากๆ บุญช่วยจริงๆ


วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ภัยจากนามบัตร (ฝากส่งต่อเยอะ ๆ เลยนะจ๊ะ)

หญิงคนหนึ่ง ไปเติมแก็สที่ปั้มแก็ส มีชายมาเสนอบริการทาสี โดยยื่นนามบัตรให้ หญิงคนนั้นก็รับ
มาอ่าน แล้วถือเข้ามาในรถด้วย สักครู่เมื่อขับรถออกมาจากปั้มแก็ส ก็สังเกตว่าชายคนนั้นขับรถตามมา และเธอก็รู้สึกว่า หายใจไม่ค่อยออก เธอรับเปิดหน้าต่าง และตระหนักว่ากลิ่นนั้นมาจากมือของเธอเอง ซึ่งเป็นมือข้างที่เธอรับนามบัตรมาจากชายคนนั้น เธอตัดสินใจขับรถและกดแตรดังไปตลอดทางเพื่อขอความช่วยเหลือ ชายคนนั้นจึงขับรถหนีไปยาที่ป้ายบนนามบัตร คือ ยา BURUNDANGA เพิ่อให ้เราหมดสติ ควบคุมตนเองไม่ได้ แล้วเจ้าตัวร้ายก็จะขโมยของและหรือข่มขืนเรา โดยยานี้มีประสิทธิภาพแรงกว่ายาที่ใช้ข่มขืนสาวๆ ถึง 4 เท่าดังนั้นอย่ารับ กระดาษ นามบัตร แผ่นพับ จากคนแปลกหน้านะจ๊ะ !!!! หรือแม้แต่คนที่แจกโฆษณา ฝากส่งต่อเยอะ ๆ เลยนะจ๊ะ

ระวัง..แก๊งค์หลอกลวงผ่านโทรศัพท์ - อ้างว่า มีหมายศาล ถูกฟ้องคดีอาญา

ระวัง..แก๊งค์หลอกลวงผ่านโทรศัพท์ - อ้างว่า มีหมายศาล ถูกฟ้องคดีอาญา


รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้แก๊งค์หลอกลวงผ่านโทรศัพท์ได้เปลี่ยนรูปแบบใหม่ จากเดิมที่อ้างว่าเป็นผู้โชคดีถูกรางวัล
หรือได้รับคืนภาษีเงินได้ ล่าสุดได้เปลี่ยนมาอ้างว่า มีหมายศาล ถูกฟ้องคดีอาญา เพื่อหลอกให้เหยื่อตกใจให้ข้อมูล
เลขบัตรประชาชนหรือโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มให้ หนึ่งในผู้ตกเป็นเหยื่อของกระบวนการนี้ กล่าวว่า มิจฉาชีพโทรเข้าโทรศัพท์มือถือของตน โดยไม่แสดงเลขหมาย
เมื่อรับสายได้มี ระบบอัตโนมัติ แจ้งว่า "ขณะนี้ท่านมีหมายศาล ถูกฟ้องในคดีอาญา หากต้องการทราบรายละเอียด กด 1" ทำให้ตกใจมาก จึงรีบกด 1 เพื่อขอทราบรายละเอียดทันที หลังจากนั้นจะมีผู้รับสายแจ้งว่า "ศาลอาญา สวัสดีคะ ติดต่อเรื่องอะไรค่ะ" ผู้เสียหายจึงได้แจ้งว่าขอทราบรายละเอียด
ที่ตนถูกหมายศาล ปลายสายจึงได้แจ้งว่า ขอเลขบัตรประชาชนเพื่อตรวจสอบข้อมูล ด้วยความตกใจจึงรีบหาบัตร
ประชาชนเพื่อเตรียมบอกเลขบัตร 13 หลัก แต่บังเอิญแบตมือถือของตนหมดเสียก่อน " ด้วยความตกใจกลัวมาก เลยรีบโทรกลับไปศาลอาญา กรุงเทพฯ ปรากฏว่า ประชาสัมพันธ์ของศาลแจ้งให้ทราบว่า
ตนเองถูกหลอกแล้ว ศาลอาญาไม่เคยโทรศัพท์ไปหาประชาชนในกรณีแบบนี้ ตอนนี้มิจฉาชีพเริ่มใช้กลอุบายนี้หลอกลวงประชาชนเพื่อขอเลขบัตรประชาชนและ หลอกให้โอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม
มากขึ้น หลังจากคนเริ่มรู้ทันกลลวงเรื่องเป็นผู้โชคดีถูกรางวัล หรือได้รับภาษีคืน" ดังนั้นหากผู้ใดได้รับโทรศัพท์ในลักษณะดังกล่าว ประชาสัมพันธ์ศาลอาญาแจ้งว่า อย่าให้ข้อมูลเลขบัตรประชาชน
หรือไปที่ตู้เอทีเอ็มตามที่แก๊งค์มิจฉาชีพแจ้งมาเด็ดขาด

หากมีข้อสงสัยให้ติดต่อไปที่ศาลอาญา โทรศัพท์ 02-541-2284 ถึง 90

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เตือนภัย "บริษัทประกัน"

ดิฉันได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง แจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัทบัตรเครดิตที่ดิฉันถืออยู่ ขอทบทวนความถูกต้องของข้อมูล เช่น ชื่อ เลขที่บัตร และเลขที่บัตรประชาชน ว่าถูกต้องหรือไม่ โดยอ่านแล้วให้ดิฉันยืนยัน จากนั้นเจ้าหน้าที่คนนั้นได้นำเสนอขายประกันชีวิต แล้วถามดิฉันว่าสนใจหรือไม่ ดิฉันตอบว่าสนใจแต่ขอให้ส่งรายละเอียดมาให้ดูก่อนเจ้าหน้าที่จึงบอกดิฉันว่า ขออนุญาตให้ดิฉันพูดใหม่ว่า "สนใจ" เพราะเขาต้องบันทึกเทปเสียงพูดไว้ยืนยันกับเจ้านาย ...ดิฉันก็โง่ ทำตามหลังจากนั้นมีเอกสารส่งมาถึงดิฉัน...แต่ไม่ใช่รายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์...มันคือ "กรมธรรม์"กรมธรรม์ นั้นระบุว่า เป็น "ประกันอุบัติเหตุ" ไม่ใช่ประกันชีวิต ซึ่งเอาไปใช้ลดหย่อนภาษีไม่ได้ และสิทธิประโยชน์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น และเป็นของบริษัทแห่งหนึ่ง ไม่ใช่ของบริษัทเจ้าของบัตรเครดิต เพื่อน ในที่ทำงานคนหนึ่งก็ประสบปัญหาเดียวกัน เราทั้งคู่จึงหารายละเอียดเกี่ยวกับบริษัท พบว่าเป็นบริษัทต่างชาติจากเกาะแห่งหนึ่งแถวอเมริกาใต้ และได้รับอนุมัติให้เข้ามาประกอบธุรกิจในไทยไม่กี่ปีมานี้ดิฉันได้ โทรกลับไปที่บริษัทเพื่อขอยกเลิกกรมธรรม์แต่ได้รับการบ่ายเบี่ยง เจ้าที่คนใหม่อธิบายว่าดิฉันได้รับปากตกลงทำประกันแล้วทางโทรศัพท์ มีเทปเป็นหลักฐาน ..ดิฉันจึงเสียงแข็งใส่ ล่าสุด สัญญาว่าจะส่งเอกสารกลับมาให้เซ็นยกเลิก แต่ไม่ได้ส่ง ดิฉันโทรไป ปรึกษาที่หน่วยงานของรัฐ คือสายด่วนประกันภัย....เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า...ตามกฏหมาย เพียงแค่บอกทางโทรศัพท์ ว่า "สนใจ" หรือ "ตกลง" ก็ถือว่าสัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว และดิฉันต้องจ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้นให้กับบริษัทหากต้องการยกเลิก กรมธรรม์เจ้าหน้าที่สายด่วนประกันภัย แนะนำดิฉันว่า หากได้รับโทรศัพท์เสนอขายประกันอีกให้ยืนยันว่าไม่สนใจ หรือไม่ก็ขอให้เขาส่งตัวแทนประกันมาพบเพื่ออธิบายผลประโยชน์"อย่าพูด แม้แต่คำว่า สนใจ เพราะมีผลเป็นสัญญาตามกฏหมาย"ดิฉันขอเสนอเรื่องความโง่ของตัวเองมาเพื่อเป็นอุทธาหรณ์ค่ะ

ค้นหา