แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ระวัง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ระวัง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552



สธ. เตือน หอยแครง หอยแมลงภู่ลวกไว้นาน เชื้อโรคเพียบ


หอยแครง-หอยแมลงภู่ ที่ลวก-นึ่งเสร็จแล้วใส่ถุงขายตามตลาดนัด หรือซุปเปอร์มาร์เก็ต พบเชื้อโรคอาหารเป็นพิษอยู่เยอะมาก ผลการวิจัยหอยแมลงภู่ที่นึ่งขายตามตลาดมีเชื้อร้ายสูงถึง 88.9% ขณะที่หอยแครงลวกคนขายใช้แค่น้ำร้อนธรรมดา และหอยยังมีเลือดแดงสด ๆ ติดอยู่


วิธีลวกหอยต้องใช้น้ำเดือดลวกนาน 1-2 นาที ส่วนการนึ่งหอยต้องนาน 5-7 นาที จะฆ่าเชื้อโรคได้หมด


มีการจัดสัมมนาระบาดวิทยาแห่งชาติ ครั้งที่ 20 โดย น.ส.สุกัญญา จงถาวรสถิต นักวิชาการสาธารณสุข 7 สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ตนและคณะได้วิจัย

เรื่อง “การปนเปื้อนเชื้อโรคอาหารเป็นพิษ ในหอยแครงและหอยแมลงภู่พร้อมบริโภค”


เนื่องจากเห็นว่าโรคอาหารเป็นพิษพบได้ตลอดทั้งปี โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2551-8 ต.ค.2551 ที่ผ่านมาพบผู้ป่วย 86,834 ราย เสียชีวิต 3 ราย ปัจจัยเสี่ยงและแหล่งโรคส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเลที่ปรุงสุก ๆ ดิบ ๆ จึงได้ศึกษาการปนเปื้อนในหอยแครง และหอยแมลงภู่พร้อมบริโภคที่จำหน่ายในห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด และร้านอาหาร

จากการสุ่มเก็บตัวอย่าง หอยแมลงภู่นึ่งทันที หอยแมลงภู่ที่นึ่งไว้แล้ว หอยแครงลวกทันที และหอยแครงลวกไว้แล้วที่ จำหน่ายในห้างสรรพสินค้า 10 แห่ง จำนวน 20 ตัวอย่าง ตลาดนัด 10 แห่ง จำนวน 24 ตัวอย่าง และร้านอาหาร 10 แห่ง
จำนวน 17 ตัวอย่าง มาตรวจวิเคราะห์เชื้อและปัจจัยที่มีผลต่อการพบเชื้อโรคอาหารเป็นพิษ พบว่า

ตัวอย่างจาก


ห้างสรรพสินค้า ตรวจพบเชื้อโรคอาหารเป็นพิษ คือ วิบริโอ พาราฮีโมไลติคัส (Vibrio parahaemo lyticus) และซัลโมเนลลา
13 ตัวอย่าง จาก 20 ตัวอย่าง คิดเป็น 65% จากตลาดนัด พบเชื้อโรคอาหารเป็นพิษ 16 ตัวอย่าง จาก 24 ตัวอย่าง คิดเป็น 66.6% และร้านอาหาร พบเชื้อโรคอาหารเป็นพิษ 4 ตัวอย่างจาก 17 ตัวอย่าง คิดเป็น 23.52% “ทั้งนี้ หอยแมลงภู่นึ่งไว้แล้วที่จำหน่ายที่ตลาดนัดพบเชื้อโรคอาหารเป็นพิษมากที่สุด คือ 88.9% หอยแครงที่ลวกไว้แล้วที่ จำหน่ายทั้ง 3 แห่ง พบเชื้อก่อโรคอาหารเป็นพิษทุกตัวอย่าง หอยแมลงภู่นึ่งไว้แล้วมีโอกาสพบเชื้อมากกว่าหอยแมลงภู่ที่นึ่ง ทันที 11.4 เท่า ดังนั้นควรเลือกบริโภคหอยแมลงภู่และหอยแครงที่ผ่านการให้ความร้อนที่เหมาะสมและปรุงสุกใหม่”


ที่มา : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
ด้วยความปรารถนาดีจาก บริษัท การ์ด ดิวตี้ เซอร์วิส จำกัด (ห้องพยาบาล)


วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2552

10 อันดับงูไม่ควรเลี้ยง‏

10 อันดับงูทีไม่ควรเลี้ยง

ส่วนมากมันจะเป็นงูของต่างประเทศ งูไทยส่วนมากรวมอยู่ในอันดับ 1 งูพิษนะครับ10 อันดับงูทีไม่ควรเลือกเลี้ยง
การพิจารณาความไม่น่าเลี้ยง หรือ งูที่ไม่ควรนำมาเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านเรา ก็ใช้วิธีคิดพิจารณา คล้ายๆกับ งูที่น่าเลี้ยงนั่นแหล่ะ มีอยู่ 4 ประการคือ
1.นิสัย(ถ้าดู ก้าวร้าว เดาใจไม่ได้ ควรถอยห่างไปเลย)
2.ขนาด (ใหญ่แค่ไหน กินเราได้ไม๊ หรือเล็กจนแทบจะหาไม่เจอ)
3.อาหารที่ใช้เลี้ยง (เลี้ยงด้วยอะไร มีขายตามท้องตลาด หรือไม่เกินความสามารถ ที่เราจะหาอาหารให้มันได้)
4.เหมาะกับสภาพแวดล้อม (ในบ้านเรา และสามารถจะสถานที่ที่อิงธรรมชาติให้มันได้) เมื่อพิจารณาจากเกณฑ์ ที่ได้ตีกรอบไว้เลี้ยง ก็ได้รายชื่อ 10 อันดับ ผู้เข้ารอบดังนี้


อันดับที่ 10



Photobucket
งู Racer Snakes (Coluber) เป็นงูที่มีความเร็วสูง คล่องตัว ปราดเปรียว ต้องการที่กว้าง ๆ มีอยู่หลายสายพันธุ์ เป็นงูขนาดเล็ก พบได้ตามอเมริกาเหนือ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย ชอบอยู่ในที่แห้งและอบอุ่น นิสัยหงุดหงิดและก้าวร้าว ถึงแม้ว่าจะไม่ทำอันตรายต่อคน แต่ก็มีความยุ่งยากในเรื่องอาหารการกิน เพราะอาหารที่มันชอบ เป็นพวกสัตว์เลื้อยคลาน หนู หรืองูที่มีขนาดเล็กกว่า
อันดับที่ 9
Photobucket
งู Ringneck Snakes (Diadophis punctatus) เป็นงูเขนาดเล็กมาก ที่มีแถบสีเหลืองหรือแดงรอบคอ ทำให้มีความ สวยงาม ไปอีกแบบหนึ่ง แต่ด้วยอุปนิสัย ขนาดของตัว และการหากินของมัน ที่มักจะหากินตามโพรงดิน ใต้ดิน ใต้กองไม้ ขอนไม้ในป่า ทำให้ไม่เหมาะกับการ นำมาเลี้ยงในตู้ และอาหารที่ชอบก็คือ ไส้เดือน บุ้ง ทาก ทำให้ยุ่งยากในการเลี้ยง

อันดับที่ 8

Photobucket
งู น้ำ (Water snakes) งูน้ำเป็นงูค่อนข้างสกปรกและก้าว ร้าว เมื่อนำมาอยู่ในที่เลี้ยง หรือในตู้กระจก เพราะมันจะถ่ายของเสียออกมา ทำให้น้ำสกปรกง่าย โดยในธรรมชาติ งูชนิดนี้มักจะพลางตัวหรือหลบซ่อนตามกอไม้ หรือพันธุ์ไม้น้ำเพื่อล่าเยื่อ แต่ถ้าในที่เลี้ยง ที่ไม่เหมาะสม จะทำให้งูเครียด หงุดหงิดง่าย ดังนั้น เรื่องสถานที่เลี้ยงจึงสำคัญมากกับงูน้ำ

อันดับที่ 7
Photobucket
งู จมูกหมู (Hog-Nose Snakes) เป็นงูที่มีขนาดความยาวโดยทั่วไปไม่เกิน 2 ฟุต ลักษณะลำตัวอ้วนสั้น ปลายจมูกเชิด และตัดคล้าย จมูกหมู มักจะพองตัวและส่งเสียงขู่ และแผ่แม่เบี้ยที่คอ คล้ายงูเห่า เมื่อถูกคุกคามจากศัตรู แต่เมื่อขู่ศัตรูไม่สำเร็จก็จะแกล้งตาย โดยการม้วนหงายท้อง แน่นิ่งได้เป็นเวลานาน ๆ ถ้าจำเป็น จนกว่าจะปลอดภัย และอาหารที่ชอบมากคือคางคก จัดอยู่ในประเภทงูพิษ ถึงแม้ว่าพิษนั้น จะไม่เป็นอันตรายต่อคน

อันดับที่ 6
Photobucket
งู เขียว (Rough green snake) เป็นงูที่มีรูปร่างเรียวยาว สวยงามด้วยสีเขียวสด หัวเล็กเรียว แหลม นัยย์ตากลม เกล็ดสากเป็นกระดูก ทำให้ขรุขระ อาศัยอยู่ตามพุ่มไม้หนา เตี้ยๆ ใกล้แหล่งน้ำและลำธาร และชอบพื้นที่ๆมีสีเขียว แต่เป็นงูที่เลี้ยงยาก ค่อนข้าง ใช้ความละเอียดอ่อน ในการเลี้ยง มักจะตายในที่สุด ในระยะเวลาไม่กี่เดือน เนื่องจากมันกินอาหาร แตกต่างจากงูทั่วไปอย่างสิ้นเชิง โดยอาหารที่มันชอบคือ ตั๊กแตน แมงมุม จิ้งหรีด และหนอนผีเสื้อ

อันดับที่ 5
Photobucket
งู อนาคอนด้า (Anaconda) อนาคอนด้า เป็นงูที่ใหญ่ที่สุดโลก แต่ไม่ยาวที่สุด (เรื่องยาวต้องยกให้พี่เหลือมเค้า) ด้วยความยาวกว่า 30 ฟุต หนักกว่า 150 กิโลกรัม ทำให้มันเป็นงูที่ไม่น่าจะนำมาเป็นสัตว์เลี้ยง ประกอบกับอุปนิสัยที่มักอาศัยอยู่ในน้ำ มันมีความเร็ว และคล่องตัวเมื่อเทียบกับความใหญ่โด ในเวลาล่าเหยื่อ ว่ายน้ำและดำน้ำเก่ง อนาคอนดาจะใช้การรัดเหยื่อ จนเหยื่อสำลักอากาศ ไม่สามารถหายใจได้ และขาดอากาศหายใจในที่สุด โดยเฉพาะถ้ามันโตเต็มที่ มันสามารถกินจระเข้หรือเสือจากัวร์ได้ จึงไม่เหมาะที่จะนำมาเลี้ยง เพราะมีอันตรายสูง

อันดับที่ 4
Photobucket
งู หลาม (Burmese Python) งูหลาม เป็นงูที่มีสีและลวดลายที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นงูหลามธรรมดา หรืองูหลามทอง จัดว่าเป็นงูที่เลี้ยงง่าย กินง่าย เชื่องและเพาะพันธุ์ง่าย ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นข้อดี และทำให้ผู้เริ่มเลี้ยงงู มักจะเลือกมันเป็นงูตัวแรกเสมอ แต่ว่ามันจะน่ารัก ในสายตาของคุณอยู่ประมาณ 2-3 ปีแรก ด้วยความยาว 2-3 ฟุต แต่หลังจากนั้นภายใน 5 ปี มันจะมีโอกาสยาวได้ถึง 15 ฟุต น้ำหนักเกือบ 100 กิโลกรัม เพราะมันกินอาหารแบบไม่หยุดให้ ก็ไม่เลิกกิน ดังนั้นอย่าเผลอปล่อยหมาแมวผ่านไปใกล้ นอกจากนี้ อายุยังยืนยาวกว่า 20 ปี ในด้านสถานที่เลี้ยง ถ้าคุณอยู่ในคอนโด หรือห้องแคบ ๆ อย่าได้คิดเอาไปเลี้ยงเชียว

อันดับที่ 3
Photobucket
งู เหลือม (Reticulated Python) เนื่องจากงูเหลือม เป็นงูที่ยาวที่สุดในโลก อาจมีลำตัวยาวถึง 33 ฟุต ในด้านอุปนิสัย ถึงแม้ว่าจะดูภายนอกสงบนิ่ง เชื่อง แต่ความจริงแล้ว มันเจ้าอารมณ์ ฉุนเฉียวง่าย และดุร้าย อย่างที่เราคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ด้วยพละกำลังที่มาก เลี้ยงให้เชื่องยาก งูเหลือมสามารถกินสัตว์ใหญ่ๆได้ ด้วยแรงบีบรัดมหาศาล ไม่เว้นแม้กระทั่งมนุษย์ถ้าสบโอกาส จึงไม่เหมาะอย่างยิ่งกับมือใหม่หัดเลี้ยง

อันดับที่ 2
Photobucket
งู ป่าทุกชนิด งูป่า มีสัญชาติญาณการใช้ชีวิตในธรรมชาติ จึงยากที่จะปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ในที่เลี้ยง หลายตัวมักตาย ไม่ยอมกินอาหาร ไม่เชื่อง ก้าวร้าว เนื่องจากความเครียดของงู อีกทั้ง ยังอาจมีโรคต่าง ๆ ติดตัวมาที่สำคัญยังเป็นการทำลายระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อม จึงมักมีกลุ่มอนุรักษ์นิยมต่อต้านการนำสัตว์ป่ามาเลี้ยง เพราะฉะนั้น ก่อนที่นักเลี้ยงงูนำหาซื้องูมาเลี้ยง ควรตรวจสอบว่า เป็นงูที่มาจากแหล่งเพาะเลี้ยง หรือจากป่า!
อันดับที่ 1
Photobucket
งู พิษทุกชนิด งู พิษไม่เหมาะที่จะนำมาเป็นสัตว์เลี้ยง เช่น งูเห่า งูจงอาง งูกะปะ งูหางกระดิ่ง และงูตระกูล Vipers เพราะจากรายงาน การถูกทำร้ายโดยงูพิษส่วนใหญ่ ของประเทศอเมริกา มาจากงูพิษที่เลี้ยงไว้โดย ขาดการระมัดระวังในการป้องกัน ทำให้เกิดความเสี่ยงสูง เนื่องจากงูที่กล่าวถึงนั้น มีความปราดเปรียวสูง สามารถพ่นพิษได้ในระยะไกล ๆ และโจมตีเยื่อโดยการพุ่งฉก ด้วยความเร็วสูง เช่น งู Gaboon Viper และพิษทำร้ายรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ถ้าผู้ที่คิดจะเลี้ยงงูประเภทนี้ ควรเพิ่มความระมัดระวังมาก เป็นสองเท่า ของการเลี้ยงงูไม่มีพิษ ดังนั้นwebงูๆปลาๆ ของเราไม่ขอแนะนำ ให้เลี้ยง และจัดให้เป็นงูไม่น่าเลี้ยง อันดับหนึ่ง





ย้ำ!!!!!! คำเตือนจากตำรวจ‏


ช่วยกันเตือนญาติพี่น้อง กันไว้ดีักว่าแก้ครับ



คำเตือนจากตำรวจ โค้ก + อายิโนะโมโต๊ะ ( ผงชูรส) สามารถใช้เพื่อข่มขืนหญิงสาวได้




DO YOU KNOW? Coke+Ajinomoto Can be Used to Rape Ladies


คุณรู้หรือไม่? ว่าโค้ก + อายิโนะโมโต๊ะ สามารถนำมาเพื่อใช้ในการข่มขืนหญิงสาวได้อย่างไร



I received a news about the recent tactic used to spike girls' drink.


ฉันได้รับข่าวเมื่อเร็ว ๆนี้ถึงรายละเอียด ที่นำมาใช้สำหรับเครื่องดื่ม (แอลกอฮอล์) ของสาว ๆ



It is a cheap and widely used method.


วิธีการนี้เป็นวิธีที่ประหยัดและใช้กันอย่างแพร่หลาย



This method was used in Canny Ong murder.


วิธีการนี้ถูกนำมาใช้ในในคดีฆาตกรรมของ แคนดี้ อ๋อง



Rapist uses this method.


ผู้ข่มขืนใช้วิธีการดังนี้



Coca-cola+ajinomoto/monosodium glutamate = a medicine which will cause drowsiness and excitement in the victim.


โค้ก + อายิโนะโมโต๊ะ / โมโนโซเดียมกลูตาเมต = ยาที่มีผลทำให้เหยือเกิดอาการมึนและตื่นเต้นเร่าร้อน



This mixture is poisonous if used too often on the victim.


ส่วนผสมนี้จะกลายเป็นยาพิษหากถูกใช้กับเหยื่อมากเกินไป



Please send this to all your female friends, sisters, & your loved ones and ask them to beware.


ได้โปรดส่งเมล์นี้ไปยังเพื่อนสาว พี่น้องหญิงทุกคนของคุณ และคนที่คุณรักให้ระวังตัว



DO NOT accept coca-cola or any other drinks from stranger / evenIf it is your friend that you are not very close with.


อย่าได้รับเครื่องดื่ม โค้กหรือเครื่องดื่มใด ๆ จากคนแปลกหน้า ถ้าหากเขาไม่ใช่เพื่อนหรือคนที่คุณสนิทสนมเป็นอันขาด

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2552

จ้างคนอื่นเลี้ยงลูกต้องระวังแบบนี้

sim ของมือถือโดนลักลอบใช้ได้แล้ว !!

sim ของมือถือโดนลักลอบใช้ได้แล้ว !!

โปรดระวัง ถ้าคุณได้รับสัญญาณโทรศัพท์บนมือถือของคุณว่า ช่างเทคนิค Cellnet หรือ Vodafone บอกคุณว่า พวกเขากำลังทำการตรวจเช็คโทรศัพท์ของคุณ และบอกให้คุณต้องกด # 90 หรือ 90 #
ตอนนี้มีบริษัทหลอกลวงฉ้อฉล วางอุบายนี้ขึ้นมา ถ้าคุณได้รับสัญญาณโทรศัพท์ดังกล่าว คุณต้องวางสายโทรศัพท์ทันที ถ้าคุณกด # 90 หรือ 90 # ล่ะก็ พวกเขาจะสามารถเข้าไปใน sim card ของคุณได้ และสามารถทำการใช้โทร.ออกจาก sim card นั้น โดยค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น จะเป็นของคุณ

กรุณาบอกคนอื่นๆด้วย -- ห้ามเปิด เวป นี้ เด็ดขาด --เว็บ siamstreet.com และ digithais.com ปล่อย ไวรัส อย่าเปิด แถมข้อมูลยังโดนแฮ็กด้วยบอกต่อด้วย โหด มาก เตือนทุก คน ฟอร์เวิร์ดต่อด้วย นะ ! Virus ชื่อ kali มันจะมากับเมล์ชื่อ Let watchTV . อย่า เปิด เพราะ harddisk คุณจะเกลี้ยงทุกอย่างโดย ทันที ส่งต่อด้วยยังไม่มีวิธีแก้ไข ไม่ควรเปิด เว็บ Siamstreet.com และ Digithais.com ***** ขอย้ำ ว่า FORWARD ต่อด้วย นะ

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ความเลวของการข่มขืนแบบใหม่!! (อ่านด่วน) ส่งต่อให้สาวๆ ทุกคน‏

การข่มขืนแบบใหม่!!

ผม ไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่อย่างน้อยมันอาจจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้คุณได้ระมัดระวัง ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคุณ ผู้หญิงคนที่ประสบกับเหตุการณ์นี้ เธอเพิ่งออกจากโรงพยาบาล เรื่องมีอยู่ ว่า.... วันหนึ่งหลังเลิกงาน ผมได้ฟังเรื่องราวกลยุทธ์ในการข่มขืนแบบใหม่จาก น้องสะใภ้ ซึ่งมันเกิดขึ้นแล้วกับเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง

หลังเลิกงานผู้หญิง คนนี ้กำลังจะกลับบ้าน ระหว่างทางเธอเห็นเด็กตัวน้อยๆกำลังยืนร้องไห้ อยู่ข้าง ถนน ด้วยความรู้สึกสงสารเด็ก เธอเดินเข้าไปหาและถาม ว่า ' เกิดอะไรขึ้นจ๊ะ ' เด็กน้อยตอบ ว่า ' ผมหลงทาง พี่ช่วยพาผมไปส่งที่บ้านหน่อยได้ไหม ครับ แล้วเด็กน้อยก็ยื่นกระดาษแผ่นเล็กๆ แล้ว บอกว่าให้พาไปส่งตามที่อยู่ในนั้น และด้วยความใจดีของเธอ

เธอมิได้สงสัยอะไร เลย แม้แต่น้อย เธอก็พาเด็กไปส่งตามที่ อยู่นั้น พอถึงที่บ้านของเด็กน้อยตาม ที่อยู่ในนั้น เธอก็กดกริ่ง ทันใดนั้นเอง กริ่งที่ว่าถูกต่อสายไฟฟ้าแรงสูงเอา ไว้ แน่นอนมันช็อตเธอจนหมดสติ .... วันต่อมา เมื่อเธอตื่นขึ้นมาเธอพบว่า เธออยู่ในบ้านร้างพร้อมกับร่างอันเปลือยเปล่า เธอจำไม่ได้เห็นแม้กระทั่งใบหน้าของผู้ร้าย นั่นคงเป็นคำถามว่าทำไมทุกวันนี้ อาชญากรรมถึงพุ่งไปหาคนที่ใจดี ในครั้งต่อไปถ้ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีก ไม่จะกับใครก็ตามขอให้จำไว้ว่า

อย่าพาเด็กไปในที่ที่เขาต้อง การ ยังไงให้พาไปที่สถานีตำรวจ จะดีกว่า จำไว้ เมื่อพ บเด็กหลงทาง ทางที่ดีที่สุดควรพาไปที่สถานี ตำรวจ นะครับ ยังไงช่วยกรุณาส่ง ข้อความนี้ไปยังเพื่อนผู้หญิงทุกๆคนด้ วยนะครับ ( เพิ่มเติม : คุณผู้ชาย ที่ได้รับเมล์นี้ ช่วยบอกเรื่องราวนี้ให้กับแม่ , พี่สาวน้อง สาว , ภรรยาและแฟนของคุณด้วยนะครับ )

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ระวัง คนเลวๆ มาอีกแล้ว central ลาดพร้าว‏

ผมมีตัวตนแต่ไม่ต้องการเปิดเผยชื่อ


เรื่องต่อไปนี้จะเป็นตัวบอกว่าทำไมผมจึงบอกไม่ได้ เหตุการณ์เริ่มจาก central ลาดพร้าวประมาณสองสัปดาห์หลังปีใหม่ ภรรยาผมลางานเพื่อไปติดต่องานราชการ เสร็จแล้วแวะ Central ลาดพร้าว เพื่อหาซื้อหนังสือแนวที่เธอชอบอ่านที่ B2S ระหว่างที่กำลังเลือกหาซื้อหนังสืออยู่นั้น ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณ สามสิบเข้ามาทักทาย บอกว่าชอบหนังสือแนวสืบสวนสอบสวนเช่นกันและ มีหนังสือที่น่าสนใจหลายเล่มที่น่าอ่านมาก การสนทนาก็เป็นไปอย่างมี มิตรไมตรีต่อกัน เพราะจากลักษณะท่าทางและการแต่งตัวดูเหมือนเป็น คนทำงานทั่วไป แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ให้นามบัตรภรรยาผมมา

ส่วนภรรยาผม ก็ให้เบอร์มือถือเธอไปเพราะเห็นว่าเป็นผู้หญิงด้วยกัน การติดต่อพูดคุยก็ มีขึ้นเป็นระยะๆ และมีนัดเจอกันเพื่อให้หนังสือภรรยาผมมาอ่านแล้วก็บอกว่า จะรีบไปทำงาน แต่หนังสือที่ให้มาเป็นหนังสือแนวสืบสวนธรรมดาที่ภรรยาผม เคยอ่านมาแล้ว จึงอยากจะคืนกลับไป การนัดเจอกันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ผู้หญิงคนนั้นชวนทานข้าวเพราะเป็น ช่วงเกือบเที่ยงวันแล้ว และได้แนะนำให้รู้จักผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งรออยู่ที่ Food Center เธอบอกว่าเป็นเพื่อนที่ทำงานชอบอ่านหนังสือแนวนี้เช่นกัน

ผู้ชายคนนั้น ถามภรรยาผมและผู้หญิงคนนั้นว่า จะทานอะไรจะไปซื้อมาให้ ด้วยความเกรงใจ จึงทานเหมือนกันเป็นก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู แต่ภรรยาผมก็พยายามจะขอตัวไปซื้อ น้ำมาให้แต่ทางผู้หญิงคนนั้น ชิงเดินไปซื้อมาให้ก่อน พอนั่งทานไปได้ประมาณ ครึ่งชามและดื่มน้ำไปหน่อย ภรรยาผมก็เกิดอาการมึนๆ และเริ่มง่วงนอน เพียงอีก ไม่กี่นาทีต่อมา เริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ ผู้หญิงคนนั้นก็เข้ามาประคองตัว๓รรยาผม แล้วพูดบอกผู้ชายว่า คงเป็นลมช่วยพาออกไปสูดอากาศข้างนอกหน่อย

ตอนนั้น ภรรยาผมบอกว่าไม่สามารถพูดอะไรได้ ร่างกายยืนแทบไม่ไหว ระหว่างเดินผ่าน ตัวห้างมาลานจอดรถเห็นผู้ชายโทรศัพท์เพียงไม่ถึงหนึ่งนาที รถตู้สีขาวก็มาจอด แล้วทั้งคู่ก็พาภรรยาผมขึ้นรถ วินาทีนั้นภรรยาผมบอกว่าเธอพยายามขัดขืนแต่ ทั้งคู่ก็ใช้กำลังพาเธอขึ้นรถแล้วปิดประตูรถ บนรถมีผู้ชายสองคนนั่งมาในรถด้วย เมื่อรถวิ่งออกจากห้างภรรยาผมพยายาม ร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่มีเสียงและผู้ชายที่นั่งอยู่บนรถเอามือมาปิดปากเธอไว้ พอรถวิ่งออกมาระยะหนึ่งผู้ชายที่เจอกันที่ Food Center

เริ่มปลดเสื้อผ้าภรรยาผม เธอพยายามร้องขอความช่วยเหลือและต่อสู้แต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรง ผู้ชายอีกสองคนที่นั่ง รออยู่บนรถก็ช่วยกันถอด สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปคงไม่ต้องบรรยายกันอีก โดยมีผู้หญิงเป็น คนเก็บภาพเป็นระยะๆ เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่ทราบ รู้สึกตัวอีกที่ภรรยาผมถูกนำ มาทิ้งที่ห้องน้ำหญิงของปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งแถวสุขาภิบาลสองย่านบางกะปิ ผมไปรับเธอแล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอไม่พูดอะไรได้แต่ร้องไห้และไม่ไปทำงานอีกเลย นั่งซึมอยู่กับบ้าน

สามวันต่อมาคุณแม่ของภรรยาโทรมาบอกว่ามีจดหมายลงทะเบียนส่งมาที่ บ้านให้ไปรับผมก็ไปรับ แล้วเปิดออกดู มีภาพถ่ายพร้อมขอเงินสดสี่แสนบาทเป็นค่าฟิล์มและ ภาพถ่ายทั้งหมด ผมพูดไม่ออก ทุกความรู้สึกวิ่งพุ่งเข้ามาในใจ สับสน เสียใจ แค้นใจ เจ็บใจ ผมปรึกษาเรื่องนี้กับคุณพ่อและเพื่อนท่านที่เป็นนายตำรวจ มีความเห็นเหมือนกันว่าต้องแจ้ง ความกับตำรวจ เพราะเงินสี่แสนครอบครัวเราคงหามาให้ได้ยาก ผมกับภรรยาเป็นเพียงลูกจ้าง กินเงินเดือนเท่านั้น

ในวันส่งเงินตามนัดหมายตำรวจกองปราบวางแผนอย่างดีและสามารถจับ พวกเดนสังคมได้สองคนได้ฟิล์มและภาพจำนวนหนึ่ง และตำรวจกำลังตามจับพวกที่เหลืออีก สามคน แต่ก็ไม่แน่ใจว่าภาพถ่ายยังคงมีเหลืออยู่อีกหรือเปล่า ซึ่งหลังจากพวกมันถูกจับผมก็ ได้รับโทรศัพท์ขู่ว่าจะภาพลง internet สองครั้ง ทุกวันนี้ภรรยาผมไม่ได้ทำงานอีกแล้ว อยู่บ้านด้วยอาการซึมเศร้าและไม่ต้องการ พบปะกับใครเลย ส่วนผมก็ไม่กล้าออกไปไหนเช่นกันทำงานเสร็จก็กลับบ้าน ชีวิตความเป็นอยู่ มีแต่ความกลัว ระแวง คิดมาก เหมือนเป็นโรคประสาท

ผมจึงอยากฝากบอกเรื่องราวของ ผมให้เป็นข้อมูลกับทุกคน

ทุกวันนี้การหากินบนความทุกข์ร้อนของคนอื่นเป็นเรื่องธรรมดา ไปแล้วครับ

ขอบุญกุศลในการให้ข้อมูลนี้ ทำให้ชีวิตครอบครัวผมดีขึ้นด้วยเถอะ

อย่าลืมบอกต่อๆกันไปด้วยครับ

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

{Disarmed} Fw: Important! Stay away from beach in July‏

ได้รับเมลล์นี้มา โปรดระมัดระวัง ทั้งนี้กันไว้ดีกว่าแก้

เค้าเขียนเตือนมาว่าให้อยู่ห่างจากทะเลในรอบเดือนกรกฏาคมนี้ เนื่องจากจะมีเหตการณ์ซึนามิอีกครั้งในวันที่ 22 กรกฏาคม และในเวลานั้นดวงอาทิตย์จะถูกปิดบังรัศมี ทำนายไว้ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายมากและประเทศต่างๆ เช่น มาเลย์เซีย (ซาบาห์และซาราวัค) , สิงคโปร, มัลดีฟ, ออสเตรเลีย, เมารีทัส, ศรีลังกา, อินเดีย, ฟิลิปปินส์ จะถูกโจมตีอย่างหนัก กรุณาอยู่ให้ห่างจากทะเลในช่วงเดือนกรกฏาคมดังกล่าวด้วย ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าจะเกิดโศกนาฏกรรม กระจายข่าวไปกันให้ทั่วน่ะค่ะ และโปรดช่วยกันสวดภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง


Photobucket


วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เรื่องเตือนภัย‏

เรื่องที่ 1**เตือนภัย**

สาวๆที่ออกไปข้างนอกคนเดียวบ่อยๆ

โดยเฉพาะคนที่ออกไปข้างนอกคนเดียวบ่อยๆโดยเฉพาะสถานที่ซ้ำๆกันด้วย

เรื่องนี้เกิดในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาค่ะเพื่อนเราไปนั่งอ่านหนังสือที่ร้าน

starbucks สาขาซีคอน ตอนประมาณเที่ยงๆระหว่างที่มันนั่งอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ

ฟังไอพอดไปด้วยก็มีผู้ชายคนนึงเดินเข้ามา! คุย ท่าทาง เกย์ๆ ตุ๊ดๆ

ผู้ชายคนนั้นบอกว่า เค้าเป็น directorมาจากฮ่องกง หรือจีน เนี่ยแหละ

กำลังมองหานักแสดงหน้าตาจีนๆหรือเกาหลีๆไปเล่นหนัง เพื่อนเรามันก็ไม่ได้ตั้งใจฟังมาก เ

พราะหูข้างนึงก็ฟังไอพอดอยู่ จากนั้นผู้ชายคนนั้นก็ยืนมือมาเชคแฮนด์เพื่อนเรามันก็จับมือเค้า

ต่อจากนั้นแปปเดียว เพื่อนเรามันบอกว่าเกิดอาการมึนหัวขึ้นทันที เหมือนตัวลอยๆขยับ

อะไรไม่ได้ยืนอยู่นิ่งๆได้อย่างเดียวเหมือนเค้าทายาอะไรซักอย่างไว้ที่มือ เ

พราะเพื่อนเราจับยาก็เลยซึมเข้าร่างกายผู้ชายคนนั้นก็พูดไปเรื่อยโดยที่เพื่อนเราบอกว่าได้ยินและจำได้ทุกอย่าง

แต่ขยับตัวหรือพูดไม่ได้เลย ผู้ชายคนนั้นก็พูดไปเรื่อยว่า

นี่น้องลดแขนหน่อยได้มั้ยแล้วก็เอามือจับแขนเพื่อนเรา ลดแก้มด้วยก็ดี

แล้วก็เอามือมาดึงๆหน้าแล้วพอมันรู้ว่าเมาได้ที่แล้วมั้งก็บอกให้เอาไอพอด

บัตรประชาชน แล้วก็เอทีเอ็มมาให้ ขอpassword ไปด้วย เพื่อนเราก็ทำตามทุกอย่าง

มันบอกว่ามันรู้ตัวแต่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ต้องทำตามที่มันบอก

จากนั้นเพื่อนเราก็เดินกลับบ้านทั้งที่ยังไม่รู้ตัวอย่างนั้น ผ่านไปสองสามชม.มันถึงได้สติกลับมา

ปรากฎว่าเงินในเอทีเอ็มหายไปหมดแล้ว น่ากลัวเนอะ

ขนาดในร้านตอนเที่ยง เพื่อนเราก็บอกว่าคนเยอะ ไม่ได้เปลี่ยวเลย

ระวังตัวกันหน่อยนะคะสาวๆเพราะคนร้ายพวกนี้อาจจะซุ่มดูหาเหยื่อก่อน

แล้วเลือกคนที่ไปคนเดียวบ่อยๆทางที่ดี อย่าคุยกับคนแปลกหน้า

แล้วก็หาเพื่อนไปด้วยดีกว่านะจ้ะ





เรื่องที่ 2

ขอเล่าเรื่องจริงแบบไม่ต้องผ่านจอแก้วด้วยตัวเราเอง

เป็นภัยสังคมที่เกิดกับคนใกล้ตัวแบบไม่คิดว่าชาตินี้จะได้เจอะได้เจอ



เหตุการณ์เกิดกับพี่สาวของเพื่อน (ขออนุญาตนำมาเล่านะคะ)

วันที่เกิดเหตุ วันที่ 9 สิงหาคม 2551 เวลาประมาณบ่ายหน่อยๆ ครอบครัว

พี่สาวเพื่อนไปทานอาหารที่ร้าน ซิสล์เลอร์ สาขาอาคาร ซีพี ทาวเวอร์

(สถานที่เกิดเหตุ - ขอเน้น กลางกรุงเลยเพื่อน)

ตัวพี่สาวทานเสร็จก่อนก็เลยปล่อยให้สามีและลูกทานกันต่อ

โดยที่ตัวเองจะลงไปซื้อของที่ร้านวัตสัน

ที่อยู่ชั้นล่าง ระหว่างที่ลงบันไดเลื่อนก็มีชายหญิงคู่หนึ่งอยู่ข้างหน้า

แต่งตัวดี สักพักพี่สาวเพื่อนรู้สึกได้กลิ่นเหม็น

เหมือน กลิ่นตด มาจากข้างหน้า (เค้ายังนึกด่าในใจว่าแต่งตัวดีแต่ดันตดมาได้)

พอลงจากบันไดเลื่อนก็เดินตรงไป เข้าร้านวัตสัน สักครู่ก็รู้สึกง่วงนอนมากเหมือนจะหลับให้ได้

(ปกติจะเป็นคนไม่ชอบนอนกลางวัน) เลยคิดว่าโดนดีเข้าแล้วเรา

(เวลามีเมล์เรื่องภัยสังคมมอมยาแบบนี้ เพื่อนมักจะแฟ็กซ์ไปให้พี่สาวอ่านบ่อยๆ)

พี่สาวเพื่อนรีบหยิบมือถือโทรหาสามีกับลูก

ให้รีบมาเจอกัน เดชะบุญเก่ายังดีอยู่ สามีกับลูกเช็คบิลเสร็จแล้ว

และกำลังจะลงไปหา เลยรีบตามมาสมทบ แล้วพากันกลับบ้าน

เพื่อนเล่าว่า ขึ้นรถปุ๊บ พี่สาวก็หลับปั๊บทันทีเลยสรุปกันว่าเจอตดมหาภัยซะแล้ว

ก็เล่ามาเพื่อเตือนเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ กันไว้

(ช่วยกันส่งต่อเตือนพี่น้องเพื่อนฝูงของตัวเองด้วยนะ)เพราะสถานที่เป็นที่

เราคุ้นเคยเดินเล่นกันบ่อย ๆ จนอาจจะไม่ระวังตัว

เปิดช่องให้พวกมารสังคมมาทำมิดีมิร้ายกับตัวเราและทรัพย์สินได้

วันที่เกิดเหตุ เพื่อนเล่าว่าพี่สาวเขาใส่จี้เพชรอยู่

แต่ก็ไม่ใช่วูบวาบใหญ่โตขนาดจะนำภัยมาหาตัวได้

เพราะแต่งตัวก็ธรรมดาไม่ฟู่ฟ่าอะไร

มีกระเป๋าตังค์ติดตัวไปด้วยใบหนึ่ง

หากเราไปเดินคนเดียวและเจอเหตุการณ์แบบนี้ ขอแนะนำเพื่อน ๆ

ถ้าได้กลิ่นแปลก ๆ ให้รีบกลั้นลมหายใจ

แล้วรีบออกมาให้พ้นแถวนั้น พยายามฝืนตัวเองหาพนักงานขายของ

(อย่าเอาคนแถว นั้น เพราะอาจเป็นพวกมันรออยู่ก็ได้)

แล้วรีบบอกพนักงานก่อนเลยว่า เรามาคนเดียว

เพราะพวกมารสังคมอาจจะทำเนียนเห็นยาออกฤทธิ์แล้วอ้างตัวว่ามากับเราได้...

เฮ้อ... ทำได้แต่เตือน ๆ กัน

เมื่อไหร่พวกมารจะหมดไปจากสังคมกันซะที

ขอให้ปลอดภัยกันทุก ๆ คนนะคะ




เรื่องที่ 3

คนมาแจกโบร์ชัร์ก็ต้องระวังนะเรื่องคนเอาเอกสารหรือโบร์ชัวร์มาแจกตามห้างก้อน่ากลัวนะ ต้องระวังด้วย

เมื่อก่อนก็จะรับๆ ไว้เพราะสงสารคนแจก แต่ไม่กี่เดือนนี่เองน้องที่ทำงานเก่าเพิ่งโดนไปที่ โลตัสคลองสี่รังสิตเรื่องก้อคือเค้าจะไปซื้อของใช้เข้าบ้าน ไปกันสามคน พ่อ แม่ ลูก ตัวน้องผู้หญิงเข้าไปซื้อของใช้และ

ให้สามีพาลูกไปรอ และเล่นที่บ้านบอล พอเค้าซื้อของเสร็จมาหาสามีที่บ้านบอล มองหาลูกในบ้านบอลก็ไม่มีแล้ว

สามีก็นั่งอยู่ที่หน้าบ้านบอลที่เดิม เรียกอยู่ตั้งพักถึงจะรู้สึกตัว สามีรู้สึกตัวก็ตกใจมากที่รู้ว่าลูกหายไปแล้ว

เค้าบอกว่า ขณะนั่งดูลูกเล่นอยู่ดีดี ก็มีคนเดินเข้ามาแจก โบร์ ชัวร์ให้อ่าน ก็เลยรับไว้แล้วพอเปิดปุ๊บ

ก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลยมารู้ตอนที่ภรรยามาเรียกนี่แหละ เค้าหากันให้ทั่วห้างเลยแหละ แต่เป็นโชคดีของครอบครัวนี้มากๆ

เพราะก่อนที่จะเข้าไปซื้อของเค้าแวะซื้อขนมที่ร้านขนมไทยตรงทางเข้าห้างแล้วแม่ค้าขนมก็จำครอบครัวนี้ได้ แม่ค้าเล่าว่าเด็กออกมากับผู้ชาย คนนึงแต่เด็กร้องไห้เสียงดังลั่นเลย

ก็เลยเป็นที่สังเกตุแม่ค้าก็เลยเรียกไว้แล้วถามหาพ่อแม่เด็ก ระหว่างนั้นคนร้ายก็เลยชิงหนีไป.....คิดดูสิ....

.ถ้าแม่ค้าจำเด็กไม่ได้ หรือถ้าคนร้ายมันทำให้เด็กหมดสติแล้วทำทีเป็นเด็กหลับแล้วอุ้มไปหละไม่อยากคิดเลยว่าตอนนี้ครอบครัวนี้จะเป็นยังไง ตอนนี้น้องที่ทำงานเก่าที่เป็นแม่เด็กยังขวัญผวาไม่หายเลย

กลัวไปหมด โชคดีมากๆ บุญช่วยจริงๆ


ระวังเบอร์นี้ 02-8500946‏

เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ตอนประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ มีเบอร์ 02-8500946 โทรหาแฟนผม แต่ไม่ได้รับ....อีกประมาณ 15 นาที ก็มีเบอร์ส่วนตัว (ไม่ประสงค์จะออกนาม) โทรมาอีก 3 ครั้ง...เธอก็ไม่รับอีก...แล้วเธอก็ไป Search หาเบอร์นี้ในเน็ตมะกี๊...ปรากฏว่ามันเป็นเบอร์ที่ที่บรรดาคนให้เน็ตโพสเอาไว้ว่ามันคือ มิชฉาชีพเลยลอง Search เน็ตเบอร์ที่โทรมา มันขึ้นแบบนี้ครับ


Photobucket


แล้วยังไป Search ต่อว่ามีใครเคยโดนยังไงมั้ง มีดังนี้ครับ 028500946 มิจฉาชีพทางมือถือ posted on 19 Mar 2009 11:16 by hackerlife มาอีกแล้วครับมิจฉาชีพทางมือถือ ล่าสุดเกิดกับเพื่อนผม เมื่อคืนนี้เองครับ เพื่อนๆได้โปรดระมัดระวังตัวกันด้วยนะครับ ------------------------


Photobucket



เรื่องนี้ผมเขียนเพราะผมเพิ่งเจอกับตัวเองครับเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในคืนวันที่ 18 มีนาคม 2552 เวลา 00.18 น. - 01.55 น. โดยประมาณในขณะที่ผมกำลังนอนหลับได้มีโทรศัพท์ระบบอัตโนมัติโทรมาหาผม (หมายเลข 02-8500946) พูดภาษาอังกฤษ งุงิงุงิ อยู่ซักพักแล้วก็วางไปไม่นานก็มีคนโทรมาอีกเป็นเสียงผู้หญิงแจ้งว่าผมมีมีค้างชำระบัตรเครดิตอยู่ในวงเงิน 65,000.00 บาท โดยทั?งๆที่ผมไม่เคยใช้บัตรเครดิตเลยครับ (ส่วนมากใช้ Be 1st ครับ) แล้วให้ผมกด 9 เพื่อติดต่อพนักงานด้วยความอยากรู้ว่าเขาจะมาไม้ไหนกับผม ผมจึงลองกด 9 ดูครับ ปรากฎว่ามีผู้หญิงคนนึงซึ่งอ้างว่าเป็นพนักงาน (ซึ่งเวลา 00.18 น. แล้วยังไม่เลิกงานครับ) คุยกับผมครับ


เขาอ้างว่าได้รับเรื่องจาก เครดิตบูโรหรืออะไรซักอย่างนี่แหละให้ดำเนินการเร่งรัดหนี้สิน (ที่ผมไม่มี) จากการใช้บัตรเครดิตของผม แล้วเขาก็แสดงความโง่ออกมาเมื่อเขาถามชื่อ-ที่ อยู่ของผมครับ (555 ทวงหนี้เขาแต่ไม่รู้รายละเอียดว่าเป็นใคร) ผมเลยแกล้งบอกชื่อ - ที่อยู่ หลอกๆไปครับ หลังจากนั้นเขาบอกว่าจะดำเนินการให้ครับ เขาให้ผมรอสัก 5 นาทีได้ครับแล้วก็บอกว่ากำลังส่งเรื่องให้เครดิตบูโร(หรืออะไรซักอย่าง) ตรวจสอบและให้ผมรอเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับมาอีกครั้งหนึ่งแล้ววางสายไป...................20 นาทีให้หลัง


มีโทรศัพท์มาหาผมครับ เป็นเบอร์ส่วนตัวบอกว่าโทรจากเครดิตบูโร...ได้รับเรื่องจากพนักงาน(หลอกลวง) แล้วครับ โดยเขาได้ยื่นข้อเสนอในการผ่อนผันการชำระหนี้บัตรเครดิต(ที่ผมไม่มีเลย) โดยเขาได้แจ้งชื่อ-ที่อยู่(ซึ่งเป็นของปลอมที่ผมแจ้งไปตอนแรก) กับว่า "คุณ ก ได้มียอดค้างชำระบัตรเครดิตจำนวน 60,000.00 บาท (ฮั่นแน่ ยอดมานม่ายตรงกันอีก 55555) แล้วสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกัีบรายได้ของผมครับ ผมก็เลยแกล้ง บอกว่าผมไม่ได้ทำงานครับแล้วบอกว่าชื่อ-ที่อยู่ที่ให้ไปนั้นเขาได้ตรวจสอบดีหรือยัง เขาบอกว่าตรวจสอบดีแล้วครับ


รายละเอียดทุกอย่างตรงกับข้อมูลบัตรเครดิต ครับ(นึกในใจว่ามันจะตรงได้ไงในเมื่อข้อมูลที่ผมให้ไปมันมั่วทุกอย่าง) ผมขอให้เขาทบทวนรายละเอียดการ เป็นหนี้บัตรเครดิตของผมทุกอย่างให้ผมฟัง เขาก็เริ่มอ่าน(ขอบอกว่าอ่านน่า จะเหมาะ)รายละเอียดให้ผมฟังครับ ซึ่งข้อมูลที่เขามีอยู่ก็ตรงกับพนักงานหญิงคนแรก ที่ติดต่อกับผมครับ(ซึ่งเป็นข้อมูลมั่วๆที่ผมให้ไปครับ) ทีนี้เขาก็เริ่มถามถึงรายละเอียดเกี่ยวกับบัญชีธนาคารของผมครับว่ามียอดเงินคงเหลือในบัญชีเท่าไหร่ เขา พยายามตื้อเอาข้อมูลและยอดเงินคงเหลือของผมให้ได้ครับ


ด้วยความง่วงนอนของ ผม(เกือบตีสองแล้วง่ะ) ผมเลยตัดบทไปว่า "พี่ครับ ขอโทษทีนะครับ คือผมเป็นแค่คนเก็บของเก่าตามถังขยะขายพอได้กิน ข้าวเลี้ยงท้องไปวันๆ เท่านั้น ธนาคารที่ไหนเขาจะอนุมัติวงเงินเครดิตให้ผมครับ แล้วบัญชีเงินฝากผมก็ไม่มีอีกนั่นแหละ แค่เงินซื้อข้าวกินไปวันๆ ก็แทบจะไม่มีอยู่แล้ว ที่นอนผมก็ต้องนอนตามวัดแบบนี้ เป็นคุณล่ะจะอนุมัติเครดิตให้ผมหรือเปล่าครับ" เขาเลยบอกผมว่า "ขอเช็คข้อมูลก่อนนะครับว่าจะมีการผิดพลาดหรือเปล่า" 5 นาทีผ่านไปเขาติดต่อกลับมาใหม่แล้วบอกผมว่า"ขอโทษครับผมกดเบอร์โทรผิด" น่านมันหาทางออกง่ายๆ แบบนี้เลยคับข้อสังเกตุที่ผมเห็นตั้งแต่แรกคือ


1. ผมไม่เคยใช้บัตรเครดิตเลยครับ

2. พนักงานธนาคารที่ไหนคับทำงานตีหนึ่ง-ตีสอง

3. ที่เห็นได้ชัดๆ คือชื่อมั่ว มานยังบอกว่ามีในข้อมูล มานอีก

4. ยอดเงินครับ คนแรกบอก 65,000.00 อีกคนบอก 60,000.00


สรุปแล้วมานจะให้ผมเป็นหนี้เท่าไหร่กันแน่ 5555555


ต้องขอแจ้งเตือนด้วยครับกับพวกมิจฉาชีพที่หากินแบบนี้ครับให้พวกเราระวังกัน หน่อยครับอย่าหลงกลพวก มาน โดยเฉพาะคนที่มีโทรศัพท์มือถือครับหมายเลข 02-8500946 นี้ต้องระวังให้มากครับ แล้วหากมี "เบอร์ส่วนตัว"โทรหาคุณด้วยแล้วยิ่งต้องถามให้แน่ใจครับ อย่าพึ่งให้ข้อมูล จนกว่าเราจะแน่ใจว่าเป็นใครครับ ระวังด้วยอันนี้เรื่องจริง


วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

* ~ ๐ กิน "แคลเซียมเม็ด" ดีมั้ย? ๐ ~ *

* ~ ๐ กิน "แคลเซียมเม็ด" ดีมั้ย? ๐ ~ *

เห็นสุภาพสตรีหลายคน ที่อายุมากแล้ว หันมากินแคลเซียมเม็ดกัน ก็เลยทำให้เกิดข้อสงสัยว่า แคลเซียมเม็ดดังกล่าวทำมาจากอะไร แล้วใครอยู่ในข่ายที่ต้องกินบ้าง เพื่อให้หายข้องใจ ผู้เขียนจึงมาพูดคุยกับ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.สถาบันเวชศาสตร์อายุร วัฒน์นานาชาติ นพ.กฤษดา อธิบายว่า แคลเซียมเม็ด ทำมาจากหินปูนชนิดกินได้ นั่นก็คือ “แคลเซียมคาร์บอเนต” โดยแคลเซียมเม็ดนี้มักมีสิ่งที่นิยมใส่ร่วมด้วย คือ บางชนิดทำจากแคลเซียมร่วมกับกรด เช่น “แคลเซียม ซิเตรท” ซึ่งจะดูดซึมได้ดีกว่าชนิดหินปูนคาร์บอเนต หรือใส่วิตามินซีกับวิตามินดีร่วมไปด้วย โดยเฉพาะแบบเม็ดฟู่ แต่ต้องระวังในคนเป็นโรคกระเพาะอาหาร ส่วนแคล เซียมแบบที่ควรระวัง คือ แคลเซียมเม็ดราคาถูกมาก เพราะอาจทำมา จากกระดูกวัวควายป่นซึ่ง อาจได้ของแถมเป็นสารตะกั่ว ปรอทและโลหะหนักอื่น หรือทำ มาจากหินปูนจากภูเขา ซึ่งร่างกายไม่สามารถ ดูดซึมได้ อาจสะสมให้เกิดนิ่วหรือกินเข้าไปเป็นเม็ดก็ยังถ่ายออกมาเป็นเม็ดได้เหมือนเดิม มีงานวิจัย ชี้ว่า แคลเซียมจากอาหารสดจะช่วยลดการเกิดนิ่วในไตได้ แต่ถ้าเป็นแคลเซียมเสริมกินมากไปควรระวังการจับตัวเป็นนิ่วในไตได้ เคล็ดสำคัญในการกินแคลเซียมมีดังนี้ 1.อย่ากินร่วมกับผักที่มีผลึกออกซาลิก มาก เพราะจะทำให้เกิด นิ่ว เช่น ใบชะพลู ขึ้น ฉ่าย ยอดมะม่วงอ่อน 2.ถ้าเป็นแคลเซียมเม็ดขอให้แบ่งกินเป็น 2 มื้อจะ ดูดซึมได้ดีกว่ากินพร้อมกัน ในคราวเดียว ยกเว้นถ้าวันใดกินอาหารอุดมแคลเซียม อยู่แล้วก็กินแคลเซียมเม็ดเพียงมื้อเดียวก็พอ
ผู้ที่ควรกินแคลเซียม คือ 1.ผู้ที่กินอาหารสดไม่พอ โดยเฉพาะกุ้งแห้ง ปลาเล็กปลาน้อย 2.ผู้ที่ มีการใช้แคลเซียมเยอะมากกว่าปกติ เช่น สตรีมีครรภ์ ไม่อย่างนั้นอาจถูกลูกแย่งแคลเซียมจนฟันผุ หรือคน ที่มีปัญหาต่อมไร้ท่อทำให้มีการดึงแคลเซียมออกจาก กระดูกมากกว่าปกติ 3.ผู้ที่เข้าวัยทอง เพราะมีโอกาสกระดูกพรุนสูงมาก โดยเฉพาะกระดูกบริเวณสันหลังบั้นเอว ข้อตะโพกและข้อมือ 4.ผู้เสี่ยงกระดูกพรุน เช่น คนที่ผอมบางกระดูกเล็ก คนสูบบุหรี่ มีประวัติครอบครัวเป็นกระดูกพรุน ส่วนคนที่ไม่ควรกิน คือ 1.คนที่มีปัญหาเรื่องขับแคลเซียมออกไปไม่ได้ เช่น คนที่เป็นโรคไต 2.คนที่มีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ เพราะแคลเซียมที่เกินอาจไปเกาะเป็นตะกรันหลอดเลือดหัวใจทำให้แข็งแต่เปราะและตีบตันง่าย 3.คนที่มีปัญหาเรื่องแคลเซียมสะสมตามตัว เช่น มีกระดูกงอกหรือเป็นนิ่วทางเดินปัสสาวะ สำหรับการกินแคลเซียมต่อวัน แบ่งตามวัยเป็น 3 ช่วง ดังนี้ 1.วัยเด็ก วันละ 200-500 มิลลิกรัม 2.วัยผู้ใหญ่ วันละ 1,000 มิลลิกรัม 3.วัยทองกับสตรีมีครรภ์ วันละ 1,200 มิลลิกรัม ถ้ากะประมาณก็กินราว 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ไม่ต้องกังวลว่าจะขาดจนเกินไป เพราะลำพัง เรากินอาหารถ้าได้ปริมาณที่เหมาะสมดังที่บอกก็จะเพียงพอมากแล้ว หรือถ้าท่านกินแคลเซียมเม็ดอยู่แล้วกลัวว่าจะได้เกินไป ก็ขอให้กินแคล เซียมเม็ดเพิ่มอีกเพียงเม็ดหรือครึ่งเม็ดก็พอ
สำหรับอาหารที่มีแคลเซียมเยอะ หากคนที่ไม่มีเงินพอซื้อแคลเซียมเม็ดกิน เช่น แกงคั่วหอยขม ปลาร้าสับ กุ้งจ่อม อึ่งแห้ง เขียดย่าง หมกปลาแก้ว แจ่วปลาร้า และกุ้งชุบแป้งทอด โดยพบว่า ปลาร้าสับ กุ้งจ่อม หมกเคย กุ้งฝอยชุบแป้งทอด จะมีปริมาณแคลเซียมระหว่าง 393.6-915.3 มก. ต่อ 100 กรัม เรียกว่ากินแค่ 1 ขีดก็ได้แคลเซียมพอ ๆ กับกินแคลเซียมเสริม 1 เม็ดเลยทีเดียว วัตถุดิบอาหารแคลเซียม ที่เลือกกินง่ายแบบไทย ๆ นอกจากที่เราเคยรู้มีดังนี้ 1.งาดำ รับประทานให้ได้ราว 2 ช้อนโต๊ะต่อวันจะได้แคลเซียมเกือบเท่ากับแคลเซียมเสริมทั้งเม็ดเช่นกัน 2.พริก กระถิน ใบยอ กะเพราโหระพา กระเจี๊ยบ ผักกาดเขียว ผักกวางตุ้ง ปวยเล้ง คะน้า เหล่านี้เป็นแหล่งแคลเซียมที่ดีแต่มักถูกมองข้ามเพราะคิดว่าเป็นผัก ให้กินวันละอย่างน้อย 3 ทัพพีร่วมกับอาหารแคลเซียมชนิดอื่น โดยเฉพาะพริกนั้น การกินพริกป่นวันละ 1-2 ช้อนชาได้แคลเซียมถึง 1 ใน 3 ของที่ต้องการต่อวัน 3.กะปิและกุ้งแห้ง 4.เต้าหู้ แต่ขอให้เลือกชนิดแข็งเช่นเต้าหู้ขาวแข็งจะดีกว่าแบบนิ่ม เพราะผ่านกระบวนการที่ช่วยเติมแคลเซียมโดยไม่รู้ตัว นั่นคือการใส่ “เจียะกอ” ซึ่งก็คือ “ยิปซัม” หรือแคลเซียมซัลเฟตนั่นเองครับ จึงทำให้เต้าหู้ชนิดนี้เป็นแหล่งแคลเซียมที่ดีมากครับ 5.นอกจากนั้นยังมีมากใน โยเกิร์ต และชีส ไม่ต้องกลัวอ้วนเพราะส่วนใหญ่เป็นโปรตีน แต่ถ้าเนยจะเป็นไขมัน อย่างไรก็ตาม การกินแคลเซียมอย่างเดียวอาจทำให้ท้องผูกได้ เคล็ดลับ คือ ต้องกินร่วมกับ “แมกนีเซียม” ซึ่งได้จากผักและผลไม้ จะเห็นว่าเดี๋ยวนี้แคลเซียมเม็ดมักเติมแมกนีเซียมไปด้วย
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ค้นหา