แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลูก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลูก แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ได้โปรดครับ...เห็นแก่เพื่อนร่วมโลก..นี่คือเรื่องจริงครับ‏

เขียนวันที่ 21 พ.ค. 52

ช่วยหาแฟนกับลูกสาวให้ด้วยครับ
ติดต่อครั้งสุดท้ายวันที่20 พ.ค. 52

จะกลับบ้านที่เพชรบูรณ์กับลูกสาวบังเอิญโทรศัพเขาเสียเพราะแบตบวมเลยโทรหาไม่ได้

ต้องให้เขาโทรมาเวลา 10:30น. เขาโทรมาบอกว่าซื้อตั๋วแล้วนะ อีก 20 นาที

รถจะออกตอนนี้นั่งรอรถอยู่แล้วก็เล่าว่า มีคนมาขออุ้มลูกสาวด้วย แต่ก็ไม่ให้ใครอุ้มแล้วพอถึงเพชรบูรณ์แล้วจะโทรมาบอกนะขึ้นรถเพชรทัวร์นี่คือการติดต่อครั้งสุดท้าย

ตอนนี้ผมคิดไปต่างๆนาๆแล้วครับกินไม่ได้นอนไม่หลับและเธอก็นำของมีค่าที่สุดในชีวิตไปด้วยก็คือลูกสาวครับ

แจ้งความไว้ที่สน.บางซื่อ และ เพชรบูรณ์แล้ว

แนบรูปมาด้วย ข้อมูลแฟน ชื่อ น.สสุปัญญา จันสว่าง อายุ 25 ปี

ผมสีออกน้ำตาลตัวเล็กสูงประมาณ 150 ซม.หิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าสีดำแดง

กระเป๋าเล็กสีครีมลายจุดดำถุงมามี่โป๊ะโก๊ะสีชมพูและอุ้มลูกผู้หญิง อายุ 1.5 ขวบ

มีรูปมาด้วยครับขอบคุณมากครับสุรศักดิ์อุ่นแก้ว087-110-5975

Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket

ตามหาหัวใจ"คุณแม่กลับคืนมา" / วันที่ 16 พ.ค.52 ...... เห็นใจคนเป็นแม่เถิดค่ะ ลูกชายหายตัวไป‏

e-mail นี้เริ่มส่งวันที่ 16 พ.ค. 52
บางทีคุณอาจจะคิดว่า FW Mail คือเมลขยะ
!!แต่ "หัวอกคุณแม่ตอนนี้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดแล้ว"
ขอความเห็นใจ และช่วยกันส่งต่อ เพราะนี้คือ"ความหวัง"
อีกหนทางหนึ่งถ้าพบเห็นเด็กชายคนนี้
รบกวนติดต่อกลับคุณแม่น้องโอ๊ต ที่เบอร์ 089-692-2414
แต่ถ้าไม่พบรบกวนส่งต่อถึงคนอื่นๆ เพราะว่า"การ Click 1 ครั้ง"
อาจทำให้หัวใจของคุณแม่คนนี้กลับมาก็ได้
ด.ช.พรชัย นามกระโทก ชื่อเล่น น้องโอ๊ต อายุ 12 ปี

ช่วยส่งต่อๆกันด้วยครับ

Photobucket

ถ้าสอนตัวเองไม่ทัน...... เอาไว้สอนลูก สอนหลาน ก็ยังดี

อ่านเตือนใจกันอีกที ถ้าสอนตัวเองไม่ทัน...... เอาไว้สอนลูก สอนหลาน ก็ยังดี Good Luck. งานแสนหนัก ……..


Photobucket

ทางแสนไกล ......ใครต่อใคร........ทะยอยกันแซงหน้าเราไป………….


Photobucket


เหนื่อยเหลือเกิน .... กับภาระบนบ่า มีทางจะลดภาระลงบ้างหรือไม่


Photobucket


ตัดสินใจ.... ลดภาระที่แบกอยู่


Photobucket


เบา... สบายกว่าเดิมมากเลย


Photobucket


เพื่อให้เดินทางสะดวกขึ้น ลดลงอีกสักนิดดีกว่า .....


Photobucket


ขึ้นมาอยู่แถวหน้า ...... แซงคนอื่นได้สบาย ((อิอิอิ.....คนอื่นขาดไหวพริบ ไม่รู้จักลดภาระเหมือนคนฉลาดอย่างเรา))


Photobucket


อะไรกันนี่ ข้างหน้าเป็นทางขาด จะข้ามไปได้อย่างไร


Photobucket


เมื่อคนข้างหลัง ..... ที่แบกภาระเต็มที่ .... เดินมาถึง จึงได้รู้ว่า.... ภาระที่เขาแบกไว้มาตลอดหนทางอันยาวไกล.... ที่แท้ ....คือสะพานที่ใช้ทอดไป ... เพื่อข้ามทางขาด



Photobucket


รีบใช้ของเราเอง .... จะได้ข้ามตามไปบ้าง ... แต่ ... ทำไมเป็นแบบนี้

Photobucket


ข้ามไปไม่ได้ เพราะใคร เพราะตัวเอง .... ขาดความเพียร ขาดความมานะ ... ความพยายาม ขาดความมุ่งมั่น ขาดความตั้งใจจริง ++++++++++++++++++++++++

ดังนั้น เราควรทำงานที่รับผิดชอบในปัจจุบันให้ดีที่สุด อย่าคิดลดงานลง เพราะเห็นแก่ความสบาย เพราะ ... งานคือสะพานสู่ความสำเร็จในภายหน้าของเราเอง



Photobucket

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2552

คนมีลูก.. คนกำลังจะมีลูก..และคนที่ยังไม่มี...สำคัญมากลองอ่านดู

อุทาหรณ์จากการยัดเยียดการเรียนเกินไปทำให้เด็กสติขาดเรื่องจริงที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตหวัดดีค่ะ...

ก่อนอื่นจะเล่าเรื่องให้ฟังค่ะ... เพิ่งได้รับทราบมาเหมือนกันจากปากของเพื่อนทั้งน้ำตา...และคิดว่ามีประโยชน์ไม่มากก็น้อย...เพื่อนคนนี้ไม่ได้ติดต่อมานาน ประมาณเกือบๆ 4 ปีเห็นจะได้คือไม่สนิทเท่าไรแต่พูดคุยกันได้และตอนนี้ เพื่อนมีลูกแล้วค่ะ...แต่มีเพื่อนน้อยเพื่อนแต่งงานกับวิศกร(สามี)ที่เก่งมากค่ะ และตัวเพื่อนเองก็จบมหาลัยเอกชน ก็เกียรตินิยมอันดับ2ด้านภาษาต่างประเทศค่ะคือเหมาะสมถึงไม่รวยมากแต่ก็เกินปานกลางนะคะพอแต่งงานก็ไม่ได้ติดต่อใครแต่ทราบว่ามีลูก ณ.ปัจจุบันก็ 7 ขวบกว่าแล้วค่ะ โทรไปหาเพื่อนเพราะตอนนี้เรามีลูก 4 ขวบกว่าค่ะ

ก็หาข้อมูลเรื่องการเรียนในนี้เป็นหลักและ อาศัยถามคนอื่นด้วยและไม่อายที่จะถามด้วย เพราะคิดว่ายิ่งรู้มากก็ยิ่งดีจึงได้โทรไปหาเพื่อนค่ะและถามเรื่องลูกสิ่งที่ได้รับ คือการปล่อยโฮอย่างแรงร้องไห้จะเป็นจะตายเดี๋ยวนั้นเราก็ตกใจเฮ้ยแกเป็นไรว่ะเป็นไร.... มันบอกว่ามันอึดอัดมันจะบ้าอยู่แล้วปรึกษาใครก็ไม่ได้ทุกวันนี้ มันถูกตราหน้าว่าเป็นคนผิด...'ผิดอย่างร้ายกาจ' จากครอบครัวสามีและแม่ตัวเองมันปรึกษาใครก็ไม่ได้ เพราะพื้นฐานคือ...ทั้งสามีและเพื่อนเป็นคนเสียเงินเท่าไรเท่ากันแต่อายหรือไม่สมบูรณ์ไม่ได้ดังนั้นมันจึงไม่ปรึกษาใครเลยเพราะมันอายและไม่อยากให้ใครดูถูกมันเรื่องคือ... ลูกชายเข้าเรียนตอน 3 ขวบกว่านิดๆได้เข้าเรียนในระดับโรงเรียนดังเลย ค่าเทอมเป็นแสนคอมพร้อม เพื่อนดี สังคมดูดีเพอร์เฟ็กและโรงเรียนเป็นที่หมายตามากค่ะ

ที่นี้โรงเรียนดังก็พ่อแม่ต่างก็ผลักและดันกันสุดฤทธิ์(มันบอกอย่างนี้ค่ะ)เงินพร้อมซะอย่างก็คุยกันต้องติวอย่างนั้นต้องครูคนนี้ ฝรั่งคนนี้ ต้องเรียนนี้เสริมเจ๋งค่ะเพื่อนก็เป็นเช่นนั้น ที่นี้... ลูกเรียนวันจันทร์–ศุกร์ยัน 6 โมงเย็น และเป็นอย่างงี้มาตั้งแต่อนุบาล 1 ถึง 3... เข้านอน ไม่เกิน 3ทุ่มเพราะต้องตื่นเช้าไปส่งตื่นตอน... ตี 5 ครึ่งเพราะเพื่อนมีบ้านในหมู่บ้านใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งอยู่นอกเขตและห่างจากโรงเรียนค่อนข้างมากออกจากบ้านไม่เกิน 6 โมงเช้าเท่านั้นและไปถึงโรงเรียนประมาณเกือบ 7 โมง วันเสาร์...เรียนพิเศษเสริมเริ่ม 8 โมงเช้าถึงบ่ายโมงและ ตอนบ่าย 3 เรียนว่ายน้ำจึงได้กลับบ้าน ส่วนวันอาทิตย์...ครึ่งวันเช้าเรียนที่สถาบันคุมองต์เสริมครึ่งวันหลังผักผ่อน...ตอน 1 ทุ่มวันอาทิตย์ต้องทบทวนงานและเตรียมความพร้อม เพื่อไปเรียนวันจันทร์ไม่เกิน 3 ทุ่มเข้านอน

และเหตุการณ์ที่มันเล่าแบบสะเทือนใจตอนหลังคือ.... ลูกไม่มีเพื่อนในหมูบ้านเลยสักคนเดียว...เพราะไม่ได้คุยกับใครอยู่แล้วสังคมเมืองของแท้ปั่นแต่จักรยานของเค้าเท่านั้นวันนั้น..วันอาทิตย์ลูกก็ปั่นจักยานไม่ยอมเข้าบ้าน แม่ก็เรียกให้มาอาบน้ำได้แล้ว 6 โมงเย็นแล้ว เตรียมกินข้าวและทบทวนการบ้าน.ลูกก็ไม่ฟังเพื่อนและสามีโมโหบอกว่า'เข้าบ้านเดียวนี้เข้าบ้านเลยทำไมดื้ออย่างนี้ยิ่งโตยิ่งดื้อ'(เพื่อนว่าลูก) จะไม่ให้ขี่จักรยานอีกต่อไปตัวสามีก็ไปดึงจักรยานออกจากลูกและแม่มาจับลูกเข้าบ้านสามีบอกว่า...ป๋าจะโยนจักรยานทิ้งซะถ้าทำอย่างนี้อีกลูกชายเข้าไปกอดขาพ่อ...และยกมือไหว้ป๋าอย่าทำหนูไม่มีเพื่อนที่ไหนจักรยานคือเพื่อนของหนูหนูมีจักรยานเป็นเพื่อนเท่านั้น...

ป๋าอย่าทำนะทั้งเพื่อนและสามีก็ไม่ใส่ใจอะไรเพียงต้องการให้เข้าไปอ่านหนังสือเท่านั้นและ...อีกเหตุการณ์หนึ่งกว่าจะจับใจความได้มันร้องไห้ไม่หยุดเพื่อนร้องไห้เหมือนจุดพลุเลย...ลูกกลับจากบ้านคุยกับพ่อและแม่อยากดูอุลตร้าแมนมดเอ๊กช์บ้างเพื่อนๆคุยกันที่โรงเรียน...เค้าไม่รู้เรื่องเลยเพื่อนยังบอกว่าที่บ้านไม่มีทีวีหรือไง(เด็กอนุบาลนะค่ะ) ทำให้เค้าไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆ...เค้าได้ดูแต่การ์ตูนเสริมความรู้เช่นถ้าดู UBC ก็ประมาณ ดอร่าหมาบลูประมาณนี้...สามีและเพื่อนบอกว่าลูกอย่าทำตัวไร้สาระได้หรือเปล่าตอนนี้เพื่อนๆลูกอยากทำอะไรก็ปล่อยเค้าไปการ์ตูนมีแต่ความรุนแรงไม่เสริมความรู้อะไรเลยเราได้เปรียบ...เราใช้เวลาทบทวนและเรียน...

ในขณะที่คนอื่นเค้าไร้สาระ...ลูกลองคิดดู...โตขึ้นลูกก็จะเป็นนายของคนพวกนี้และคนพวกนี้จะไม่เหนือลูกเด็ดขาดการสอนจะประมาณนี้ตลอด... แต่เพื่อนบอกว่าเค้าและสามีทำดีที่สุดและให้ในสิ่งที่ดีที่สุด

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

หมาขี้เรื้อน...ต้องอ่าน‏

บทความนี้.....ทำไมถึงทำให้คน ใจดำ เปลี่ยนแปลงตัวเอง.....เพราะอะไร??


เรื่องมีอยู่ว่า พี่ชิตแกเป็นคนใจดำครับชอบยิงนกตกปลาไปเรื่อย แต่ที่หนักก็คงเป็นเนื้อหมา แกกินแหลกครับแต่ แม่แกบอกมันบาปนะลูก(ไม่สนโว้ย) เมื่อราว 15 ปีก่อน มีเหตุการณ์ที่ทำให้แกเปลี่ยนไป ครั้งนั้นมีหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่งครับมันมักวิ่งไปหาของกินแถวๆบ้านแกบ่อย เพราะบ้านแกติดตลาด พี่แกกินหมาอยู่บ่อยๆแต่ กรณีหมาขี้เรื้อนแกบอก 'กูกินไม่ลงว่ะ' แกทำอย่างเดียวคือไล่ฆ่า แต่มันรอดได้ทุกครั้ง (สงสัยมีของ) มันไปหาของกินทีบางทีก็ได้บางทีก็ไม่ได้ คราวนั้นเนื้อแห้งที่แกตากไว้หายไป พอมองไปก็เห็นแม่หมาขี้เรื้อนวิ่งหลุนๆไป แกเดือดทันทีครับวิ่งตามไป คราวนี้ทันครับเพราะหมาขี้เรื้อนวิ่งช้ามาก แกทุบไปทีเดียวหมานั่นล้มลงชักทันที (แกบอกว่าหากตีตรงจุดแค่ไม้บรรทัดก็ตาย)


แกทิ้งไว้ตรงนั้นไม่อยากจับแต่จะทำกินตรงนั้น จึงกลับบ้านไปเตรียมของ (แค้นจัดอยากกินหมาขี้เรื้อน) ให้ผมเฝ้าไว้ (ยังเด็กอายุแค่12) ผมก็มัวแต่เก็บตะขบจนลืมดู (ในใจอยากให้มันรีบไปจะได้ไม่ตาย) มันไปจริงครับหายวับไป พี่ชิตแกโกรธมากคงอยากเตะผมเต็มแก่ แต่ลุงผมแกเป็นนักเลงใหญ่และเป็นคนสอนวิธีฆ่าหมาให้ ก็ต้องวิ่งตามอย่างเดียวพร้อมบ่น 'ทำไมมันไม่ตายวะ' พักหนึ่งก็ได้ยินเสียงหมาเห่า แกตามทันทีพอไปถึง


ภาพที่เห็น ............................................... หมาขี้เรื้อนกำลังจะตายมันมีลูกที่ต้องเลี้ยง 5 ตัวครับ วัยกำลังหย่านมบางตัวยังกินนมอยู่ บางตัวก็วิ่งไปคาบเนื้อที่แม่หมาขี้เรื้อนคาบไปฝาก (เห็นกับตา) ที่มันยังไม่ยอมตายเพราะต้องกลับไปให้นมลูก แม้น้ำนมแห้งกรัง เอาอาหารไปให้ลูกมัน เรียกลูกๆเพื่อให้นม ให้อาหาร เป็นครั้งสุดท้าย แม่หมาพยายามอย่างดีที่สุด มันมองผมกับพี่ชิตอย่างขอร้อง ขอให้มันให้นมลูกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตาย ( T T ) ไม่อยากเชื่อนั่นคือน้ำตาของหมาขี้เรื้อน มันแค่ต้องการให้นมลูกก่อนตาย พี่ชิตไม้หล่นลงกับพื้น เดินเข้าไปดูแม่หมานั่น ในยามนั้นสิ่งที่แกเห็นไม่ใช่หมาขี้เรื้อน แต่แกเห็นแม่ที่ยิ่งใหญ่ที่ทนเจ็บกลับไปหาลูก แกไม่พูดอะไรทุกอย่างจุกอยู่ที่ลำคอสายตาอ่อนโยนลง ลูกหมาตัวหนึ่งวิ่งไปหาแกกระดิกหางให้ แกอุ้มลูกหมาขึ้นพร้อมพูดว่า 'ขอโทษ' พูดได้แค่นั้นแม่หมาก็ตาย เราช่วยกันฝังแม่หมา


แกรับเลี้ยงหมานั่นไว้ ทั้ง5ตัวตั้งแต่นั้นแกกลายเป็นคนใจดีไม่ไล่ยิงนกยิงหมายิงแมวอีกแกบอก 'มันอาจมีลูกรออยู่ก็ใด้' เมื่อ 12 สิงหา 2 ปีที่แล้ว แกเอามะลิร้อยเป็นพวงไปให้แม่ทั้งๆที่ไม่เคยทำ พูดกับแม่ว่า 'แม่ตอนผมอายุ16 แม่สอนผมยังไงนะสอนอีกหนใด้ไหมครับ' แม่แกน้ำตาคลอพูดไม่ออก ไม่อยากเชื่อแม่หมาขี้เรื้อนตายไป1ตัว กลับทำให้คนใจดำอย่างแกเปลี่ยนไปขนาดนี้ … รักแม่ . . .


ขอขอบคุณเจ้าของเรื่องที่ copy ส่งมาให้


วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

คณิตคิดเร็ว(ปวดหัววะ)‏

ใครตอบถูกมั่ง ห้ามดูเฉลยก่อนนะ !!!!


คำถาม ปัจจุบันแม่มีอายุมากกว่าลูก 21 ปี และ อีก 6 ปีข้างหน้าแม่จะมีอายุเป็น 5 เท่าของลูก อยากทราบ ว่า ตอนนี้ พ่ออยู่ที่ไหนครับ ?


เป็ น งง.................. โปรด.... คิดคำนวณ ก่อนดูคำตอบนะครับ















เฉลย เมื่อใช้คณิตศาสตร์ชั้นต้น


สมมติให้ลูกมีอายุเป็น X


ส่วนแม่มีอายุเป็น X+21


และในอีก 6 ปีข้างหน้า (X+21)+6 = 5(X+6)


และแก้สมการออกมาจะได้ว่า X มีค่าเป็น - 0.75


แปลความหมายได้ว่า ลูกมีอายุ ( ลบ 0.75) ปี คือ ลบ 9 เดือน



ทำให้สรุปได้ว่า


ลูกกำลังปฏิสนธิ


***** ทำให้ปัจจุบันนี้ พ่อจึงอยู่บนตัวแม่,แม่อยู่บนตัวพ่อ อย่างไม่ต้องสงสัย ....................
ฮา ฮา ฮา



วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

* ~ ๐ สงครามระหว่างเพศ ๐ ~ *


ทำไมผู้ชายคุยไปดูทีวีไปไม่ได้
ผู้หญิงถนัดนักเรื่องการทำหลายๆ อย่างพร้อมกัน อาทิ เขียนรายการของที่จะซื้อพร้อมกับทำกับข้าวและบอกสามีให้ดูลูกทำการบ้าน การสแกนสมองบ่งบอกว่า สมองผู้หญิงไม่เคยว่างเปล่าแม้ยามหลับ ในทางตรงข้าม ผู้ชายมักพบว่าเวลาถูกขอให้โทรศัพท์ระหว่างดูทีวีเป็นภารกิจที่ท้าทายอย่างยิ่ง


นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า สมองซีกซ้ายและขวาของคนเราเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันด้วยกลุ่มเส้นประสาทที่เรียกว่า corpus callosum


โรเจอร์ กอร์สกี้ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในแอลเอ ยืนยันว่าสมองของผู้หญิงมี corpus callosum หนากว่าผู้ชาย 10% และมีการเชื่อมต่อระหว่างสมองสองซีกมากกว่าผู้ชาย 30% ทั้งยังพิสูจน์ได้ว่า หญิง-ชายใช้สมองคนละส่วนกันเวลาทำงานอย่างเดียวกัน สมองของผู้ชายพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้มุ่งเน้นกับงานเพียงงานเดียว ขณะที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนของเพศหญิงกระตุ้นเซลล์สมองให้ทำการเชื่อมต่อสมองซีกซ้ายและขวามากขึ้น

ผลศึกษาหลายชิ้นระบุว่า ยิ่งสมองสองด้านเชื่อมต่อกันมากแค่ไหน คนนั้นยิ่งมีความเป็นเลิศด้านภาษามากขึ้น และยังอธิบายได้ว่า เหตุใดผู้หญิงจึงสามารถปฏิบัติภารกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยหลายๆ อย่างพร้อมกันได้ ด้วยเหตุนี้ เวลาที่ผู้หญิงจะขอให้สามีทำอะไรให้ ควรเลือกจังหวะให้ดีและมอบหมายภารกิจให้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ทำไมผู้ชายโกหกไม่สำเร็จ

การศึกษาภาษากายพบว่า ในการสื่อสารแบบเผชิญหน้า สัญญาณที่ไม่ใช่คำพูดมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ของสาส์นถึง 60% อีก 30% เป็นหน้าที่ของน้ำเสียง และ 10% ที่เหลือถึงเป็นถ้อยคำผู้หญิงมีทักษะในการเลือกสรรและวิเคราะห์ข้อมูลนี้มากกว่าผู้ชาย โดยสมองสองซีกจะส่งผ่านข้อมูลระหว่างกันอย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถรวบรวมและถอดรหัสถ้อยคำ ภาพที่เห็น และสัญญาณอื่นๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

และนี่คือคำอธิบายว่า เหตุใดผู้ชายจึงโกหกผู้หญิงซึ่งๆ หน้าไม่สำเร็จ แต่ผู้หญิงกลับทำพฤติกรรมแบบเดียวกันนี้ได้ง่ายดายและเนียนเหลือเกิน

ทำไมผู้หญิงมีปัญหาเวลาจอดรถขนานฟุตบาต

งานวิจัยที่มีบริษัทสอนขับรถเป็นสปอนเซอร์แสดงให้เห็นว่า ผู้ชายอังกฤษมีความแม่นยำ 82% ในการถอยรถคนอื่นเข้าจอดขนานกับขอบถนน และ 71% ทำได้ตั้งแต่ครั้งแรก ขณะที่ผู้หญิงได้คะแนนเพียง 22% และ 23% ตามลำดับ ทั้งที่เวลาสอบใบขับขี่ผู้หญิงจะได้คะแนนในส่วนนี้ดีกว่าผู้ชาย

สาเหตุเป็นเพราะผู้หญิงเก่งกว่าผู้ชายในการเรียนรู้ภารกิจ และทำซ้ำภายใต้สภาพแวดล้อมและเงื่อนไขที่เหมือนเดิม ทว่า ในสถานการณ์จริงที่การจราจร หมายถึงชุดข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ประสิทธิภาพของผู้หญิงจึงด้อยลง ขณะที่ผู้ชายมีทักษะด้านมิติสัมพันธ์สูงกว่า ซึ่งเหมาะสมต่อภารกิจนี้ รวมถึงการจดจำแผนที่ในหัวและรู้ว่าต้องเลือกเส้นทางไหน ถ้าต้องกลับไปที่เดิม ผู้ชายไม่จำเป็นต้องพึ่งแผนที่ เพราะพื้นที่สมองส่วนมิติสัมพันธ์จะบันทึกข้อมูลไว้ครบถ้วน ด้วยเหตุนี้ผู้ชายจึงลุกจากที่นั่งบนอัฒจรรย์เพื่อลงไปซื้อเครื่องดื่มและกลับมาโดยไม่หลง ขณะที่เรามักคุ้นตากับภาพนักท่องเที่ยวหญิงยืนทำหน้างงใส่แผนที่ตามสี่แยก

ทำไมผู้หญิงใส่ใจความรู้สึก-ผู้ชายหมกมุ่นกับงาน

ผู้ชายมักตีค่าตัวเองจากหน้าที่การงานและความสำเร็จ ขณะที่ผู้หญิงมองตัวเองมีค่าโดยพิจารณาจากความสัมพันธ์กับคู่ครอง

ในอดีตกาล ผู้ชายเป็นผู้หาอาหารและแก้ปัญหา ซึ่งหมายถึงภารกิจสูงสุดอยู่ที่ความอยู่รอดเฉพาะหน้า ส่วนผู้หญิงมีหน้าที่ดูแลบ้านและสร้างหลักประกันการอยู่รอดของลูกๆ แม้แต่ในยุคนี้ ผลศึกษาหลายชิ้นระบุว่า ผู้ชาย 70-80% ยังบอกว่าส่วนสำคัญที่สุดในชีวิตคืองาน และผู้หญิงในจำนวนเท่าๆ กันยกให้ครอบครัวมีความสำคัญที่สุด

ผลลัพธ์คือ ถ้าผู้หญิงไม่มีความสุขกับชีวิตคู่จะไม่มีสมาธิกับงาน แต่ถ้าผู้ชายไม่มีความสุขกับงานจะปล่อยปละละเลยชีวิตคู่ เมื่อเครียดหรือรู้สึกกดดัน ผู้หญิงจะมองว่าการได้พูดคุยกับสามีเป็นรางวัลอันมีค่า แต่ผู้ชายกลับรู้สึกว่าการกระทำแบบเดียวกันรบกวนกระบวนการแก้ปัญหา ผู้หญิงอยากคุยและให้สามีกอด แต่สิ่งที่ผู้ชายอยากทำมากที่สุดคือนอนดูฟุตบอล สำหรับผู้หญิง สามีดูจะไม่ใส่ใจเลยสักนิด แต่สำหรับผู้ชาย ภรรยาช่างเซ้าซี้กวนใจหรือบางครั้งอวดรู้มากไปหน่อย เมื่อรู้แบบนี้ สามี-ภรรยาควรหาทางสายกลางเพื่อประคับประคองชีวิตคู่ให้ราบรื่น

ทำไมผู้หญิงมีสัมผัสที่ 6

เมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว ผู้หญิงเคยถูกเผาทั้งเป็นเพราะมีอำนาจเหนือธรรมชาติ ซึ่งหมายถึงความสามารถในการทำนายแนวโน้มความสัมพันธ์และความจริงที่ซ่อนเร้น

ในการทดลองหนึ่งพบว่า ภายในห้องที่มีสามี-ภรรยาอยู่ 50 คู่ ผู้หญิงใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของแต่ละคู่ โดยความสามารถนี้วิวัฒนาการมาจากหน้าที่การดูแลบ้านในอดีตกาล ทำให้ผู้หญิงสามารถฟันธงได้ว่าคู่ไหนรักกันดี คู่ไหนมีปัญหา และผู้หญิงคนไหนน่าคบหรือว่าต้องระวัง

ขณะที่ผู้ชายกลับกวาดสายตาทั่วห้อง เพื่อหาทางเข้า-ทางออก ซึ่งมาจากสัญชาติญาณในอดีตในการประเมินแนวโน้มการถูกโจมตีและทางหนีทีไล่ หลังจากนั้น จึงค่อยมองหาคนรู้จักหรือคนที่อาจเป็นศัตรู แล้วค่อยพินิจพิเคราะห์โครงสร้างห้องเพื่อหาจุดที่มีปัญหาและต้องการการซ่อมแซม

ทำไมผู้หญิงชอบสับสนซ้าย-ขวา

ความที่ใช้สมองทั้งสองด้านไปพร้อมกัน ผู้หญิงหลายคนจึงมีปัญหาเรื่องมือขวา-มือซ้าย ในการศึกษาพบว่า ผู้หญิงราว 50% นึกไม่ออกว่ามือซ้ายหรือมือขวา ถ้าไม่ได้เหลือบตาลงมอง ทว่า ผู้ชายที่ใช้สมองทีละซีกตอบโจทย์นี้อย่างง่ายดาย

ด้วยเหตุนี้ ผู้หญิงทั่วโลกจึงมักถูกเพศตรงข้ามบ่น เพราะชอบบอกให้เลี้ยวขวา ทั้งที่จริงๆ แล้วหมายถึงเลี้ยวซ้าย

ทำไมผู้ชายไม่ชอบถามทาง

เรื่องนี้เกี่ยวกับทัศนคติที่ฝังรากมาแต่ดึกดำบรรพ์ ที่ผู้ชายต้องออกสำรวจภูมิประเทศรอบๆ ถ้ำเพื่อจะได้กลับบ้านถูก เวลาออกไปล่าสัตว์หาอาหารมาเลี้ยงครอบครัว

ลูกเมียต่างหิวโหยแต่เชื่อมั่นว่าพ่อบ้านจะปฏิบัติภารกิจสำเร็จเหมือนเช่นทุกครั้ง ดังนั้นผู้ชายจึงไม่สามารถแสดงอาการกลัวออกมาให้ครอบครัวเห็น และมองว่าการขอความช่วยเหลือหมายความว่าการปฏิบัติภารกิจล้มเหลว

ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่รู้หรอกว่าเวลาผู้ชายขับรถออกไปนอกบ้านคนเดียว เขาอาจจอดถามทาง แต่การทำแบบนี้ต่อหน้าผู้หญิง จะทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว

ด้วยเหตุนี้ ผู้หญิงจึงต้องระวังไม่ทำให้ผู้ชายรู้สึกผิดเวลาคุยปัญหากัน ขณะเดียวกัน ผู้ชายก็จะต้องเข้าใจว่าผู้หญิงไม่ได้มีเจตนากล่าวโทษ แต่ต้องการช่วยแบ่งเบา จึงไม่ควรเก็บปัญหาไว้หนักอกคนเดียว


การเดินทาง...ของ "แม่" คนหนึ่ง น่าสงสารที่สุด‏


พบกับเรื่องราวของ ' ผู้เป็นแม่' ที่น่าเศร้าใจเรื่องหนึ่ง


ในวันที่สามของการไปปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี



Photobucket



สมมุติว่าแกชื่อว่า... ' ป้าใจ' ก็แล้วกันนะคะ ฉันได้รู้จักกับแกก็เพราะว่า... เจ้าหน้าที่ให้ฉันย้ายข้าวของออกจากโรงเรือนที่นอนมาแล้วสองคืน ไปหาที่นอนใหม่ เพราะว่าจะมีคณะของทหาร (ไม่รู้มาจากหน่วยไหน) ประมาณ 300 นาย ถูกส่งมาฝึกปฏิบัติกรรมฐานในบ่ายวันนั้น ฉันหอบของเดินมาที่โรงเรือนใกล้ ๆ กัน เปิดประตูเข้าไป มองเห็นที่ว่างอยู่ จึงตรงปรี่ไปที่นั่นทันที และตรงนั้น มีป้าใจ กำลังนอนเอามือก่ายหน้าผากอยู่ แรก ๆ ฉันออกจะไม่ไว้ใจป้าแกนัก เพราะแกบอกว่า แกเป็นคนร่อนเร่ ร่อนเร่ไปตามวัดต่าง ๆ ไปอาศัยข้าววัดกิน อาศัยที่วัดนอน... ออกจากวัดนั้น ไปวัดนี้ ไปเรื่อย ๆ ไม่มีจุดมุ่งหมาย...


ใครบอกที่วัดไหนมีคนไปเยอะ แกก็จะไปวัดนั้น เพราะนั่นหมายความว่า... แกจะมีข้าวกินพออิ่มรอดไปวัน ๆ แน่นอน ยามฉันนอน ฉันก็จะระวังตัว ทั้ง ๆ ที่ไม่มีของมีค่าอะไรติดตัวไป โทรศัพท์ก็ไม่ได้พกไป จะมีก็แค่สร้อยทองที่คล้องอยู่กับคอ เส้นก็ไม่ใหญ่นัก สตางค์ที่พกไปพอทำบุญ และใช้หนี้สงฆ์ กับซื้อหนังสือของหลวงพ่อกลับบ้าน อีกวันถัดมา แกก็มาบอกลา ว่าจะกลับแล้ว จะติดรถไปกับเพื่อนใหม่ ที่แกมารู้จักที่นี่ แกเปลี่ยนจากชุดขาว เป็นชุดธรรมดาเรียบร้อย รอติดรถเพื่อนแกจะไปลงแถว ๆ ลาดพร้าว


คืนวันนั้น ฉันยังเจอแกใส่ชุดขาวอีกครั้ง นอนเอามือก่ายหน้าผากเหมือนเดิน ฉันไม่ได้ถาม หรือซักไซร้ไล่เรียงอะไรแก แต่กลับรู้สึกสงสารอย่างบอกไม่ถูก พลันคิดต่อตัวเองว่าในใจว่า... ทรัพย์สินของฉันเมีเพียงแค่นี้...ฉันก็ยังทำหวงไปได้ ทำให้จิตใจตัวเองกังวลไปเปล่า ๆ ดูป้าแกไม่ใช่คนมือไว หรือคน 'ขี้ขอ' เลยสักนิด ฉันไม่เคยเห็นแกขอเงินใครสักคนเลย รุ่งเช้า หลังจากทำวัตรเช้า และทานอาหารเช้าเสร็จ ฉันจึงนั่งคุยกับป้าใจอย่างเป็นทางการครั้งแรก


' ป้าเป็นคนที่ไหนเหรอคะ' ' ป้าเป็นคนเพชรบูรณ์จ้ะ' ' ป้าไม่มีลูกบ้างเหรอคะ' ' ป้ามีลูกสามคน สองคนน่ะเป็นผู้ชาย โตกันหมดแล้ว คนเล็กเป็นลูกสาว ป้ายกให้คนขับรถตู้ที่รู้จักกันตั้งแต่แปดขวบ' ' แล้วทำไมป้าไม่ไปอยู่กับลูกชายล่ะคะ ทำไมป้าต้องมาร่อนเร่อย่างนี้ด้วย' ป้าเงียบไปพักหนึ่ง นั่งชันเข่า แล้วกอดเข่าเอาไว้ เหมือนจะหาหลักยึดร่างกายแกเอาไว้ กันมันสั่นไหวโยกไปตามแรงสะอื้น ที่แกพยายามปกปิดฉัน ด้วยการหันหน้าไปทางอื่น ' ป้าไปหามันแล้ว มันไม่ให้ป้าอยู่ด้วย มันบอกว่าเพิ่งโดนไล่ออกจากยามมา ลูกป้าตนนี้มันทำงานไม่ทนร้อก' ' แปลว่าเค้ากำลังตกงานเหรอคะป้า' ' มันได้งานใหม่แล้ว เป็นยามอยู่แถวรังสิต แต่มันไม่ให้ป้าอยู่ด้วย เพราะมันเพิ่งทำงาน มันบอกมันไม่มีปัญญาเลี้ยงป้าน่ะ' ' ดูป้าก็ไม่ใช่คนกินจุซักหน่อยเนาะ แล้วลูกชายป้าอีกคนล่ะ'


' คนนั้นน่ะ มันทำให้ป้าต้องมาร่อนเร่อยู่อย่างนี้ไงล่ะหนู' ' อ้าว...ทำไมเหรอคะ' ' ก็มันน่ะไปหุ้นกะผู้หญิง แล้วผู้หญิงเค้าโกงไปหมดเลย มันก็เลยกลับมาอยู่บ้าน กลับมาก็ไม่ทำอะไรหรอก หาเรื่องทะเลาะกับญาติคนโน้นคนนี้เค้าไปทั่ว ทะเลาะกันจนเค้าตัดไฟบ้านป้าเลย ป้าขอต่อพ่วงไฟจากบ้านเค้ามาน่ะ' ' ทะเลาะกันรุนแรงเลยสิคะ' ' ฮื่อ พอเค้าตัดไฟ ไอ้ลูกป้าก็หนีหายไปอยู่ที่อื่น พอมันไปแล้ว ญาติ ๆ ก็มายืนด่าป้าปาว ๆ ที่หน้าบ้านทุกวัน ว่าเลี้ยงลูกไม่ดี ป้าก็อับอายเค้า แถมมืดลงก็มองอะไรไม่เห็น เพราะเค้าตัดไฟ ป้าก็เลยต้องออกมาร่อนเร่อย่างนี้แหละหนู มันคงเป็นกรรมเวรของป้าเอง


ป้าเลี้ยงพวกมันมาตั้งแต่เกิด ไปทำงานก่อสร้างที่ไหน ๆ ก็ต้องหอบกระเตงมันไป ป้ากินอย่างอด ๆ อยาก ๆ เพราะต้องหาให้มันกินจนอิ่มก่อน หาเงินส่งเสียให้พวกมันเรียนจนจบม. 3 พอมันโตทำงานกันได้ ป้าก็ยังต้องอด ๆ อยาก ๆ เหมือนเดิม ไม่รู้นะ ว่าป้าทำกรรมทำเวรอะไรมา' ฟังถึงตรงนี้ กลับเป็นฉันเองที่ต้องแอบเบือนหน้าหนีแก เช็ดน้ำตาที่ไหลเป็นทางป้อย ๆ ด้วยความสงสาร เออหนอ...


โลกนี้ช่างขาดความยุติธรรมเสียจริง ๆ ทีกับฉันที่อยากจะเลี้ยงดูพ่อใจแทบขาด สวรรค์ก็แกล้งเอาลมหายใจพ่อของฉันไปดื้อ ๆ ซะอย่างนั้น แต่กับป้าคนนี้ สวรรค์กลับปล่อยให้แกมีลมหายใจอยู่อย่างทุกข์ทน ทำไมลูก ๆ ของป้าจึงกลับไม่เหลียวแลเลยสักนิด... ทำไมพวกเค้าไม่ยินดีกับ โอกาส ที่ได้...โอกาสที่ฉัน หรือใครอีกหลาย ๆ คนต้องการที่จะได้รับ ทำไมพวกเค้าปฏิเสธ โชคดี ที่พวกเค้ากำลังได้รับ..โชคดี ที่ฉัน หรือใครอีกหลาย ๆ คนก็วาดหวัง ' แล้วป้าจะไปไหนต่อจ๊ะ' ' จริง ๆ ป้าก็อยากทำงาน แต่ไปที่ไหน ๆ เค้าก็ไม่รับ บอกว่าป้าแก่แล้ว


พอดีเพื่อนคนเมื่อวานที่ป้าจะกลับด้วยน่ะ เค้าให้ที่อยู่ไว้ ให้ป้าไปสมัครเป็นแม่บ้านที่ปั๊มน้ำมันเพื่อนเค้าน่ะ' ' ดีจัง แล้วป้าจะไปยังไงล่ะคะ' ' พอดีเมื่อวาน รถเค้าเต็ม วันนี้สาย ๆ ป้าว่าจะออกไปนั่งรถเมล์ไปกรุงเทพน่ะ' ' แล้วป้าไปถูกเหรอคะ' ' ป้าไปมาหมดทั่วประเทศแล้ว ไปไม่ยากร้อก แค่ลาดพร้าว 85 เอง' ' ฮ่ะ ๆ ป้าเก่งกว่าหนูอีกนะเนี่ย หนูยังไปกรุงเทพไม่ค่อยถูกเลย' ป้าแกส่งเสียงหัวเราะตามฉันพร้อมพูดว่า.... ' ถ้าหนูอยากไปไหนบอกป้านะ เดี๋ยวป้าจะพาไป' ฉันเหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือ จะแปดโมงแล้ว ถึงเวลาปฏิบัติกรรมฐานอีกแล้ว


ฉันจึงขอตัว ก่อนจากกัน ฉันหยุดคิดนิดหนึ่ง ก่อนรูดซิบกระเป๋าใบเล็กที่คล้องคออยู่ ที่แสนจะหวงนักหวงหนาเมื่อคืนก่อน ฉันควักเงินออกมาแล้วยัดใส่มือแก พร้อมพูดว่า ' หนูช่วยป้าพอค่าเดินทาง กับค่าอาหารได้แค่สองวันนะจ๊ะ' ป้าใจแกยกมือท่วมหัว ปากก็พร่ำคำขอบคุณคำอวยพรต่าง ๆ นา ฉันมองเห็นใบหน้าป้าที่เปี่ยมสุข....ก่อนฉันหันหลังเดินจากป้าใจมา พร้อมน้ำตาที่เอ่อท่วมท้น... เงินเพียงน้อยนิด สร้างสุขให้ป้าได้ขนาดนี้เชียวหรือ แล้วป้าเค้าจะได้งานทำหรือเปล่านะ


หากไม่ได้งานทำเพราะเหตุผลเดิม ๆ ป้าใจแกก็ต้องเดินทางร่อนเร่ไปเรื่อย ๆ เหมือนเดิม... ชีวิตแก จะต้องเดินทางต่อไปอีกยาวไกลแค่ไหนนะ... ฉันขอภาวนา ให้ลูก ๆ ของป้าสักคน หยุดการเดินทางของ 'แม่' ของเขาด้วยการเลี้ยงดูด้วยเถอะ แกต้องการแค่ที่นอน และอาหารเพียงสามมื้อที่ไม่ต้องซื้อหามาด้วยราคาแพง ๆ ...แค่นั้นเอง ยามเด็กแม่อุ้มชู...เลี้ยงดูเจ้า แม่ต้องเฝ้ายามเจ้าป่วย ร้องไห้จ้า ต้องแบกหาม จนบ่าทรุดเลี้ยงเจ้ามา ทั้งการศึกษาให้แก่เจ้า...อย่างลำเค็ญ


แม่เพียงหวังเห็นเจ้าได้เติบใหญ่ พร้อมกับใจรักแม่ ที่ยากเข็น ไม่เคยขอสิ่งใดเกินจำเป็น เพียงทำเช่นแม่เคยทำ...กับเจ้ามา ลูกหลายคนแม่เลี้ยงเจ้ามาได้ แม่คนเดียวไฉน...จึงปล่อยลำบากหนา ต้องเร่ร่อนนอนวัดพลัดถิ่นมา กินน้ำตาต่างข้าวไปวัน..วัน แลกข้าวแม่แต่ละมื้อ...กับบุหรี่ได้ใหมเล่า ที่เจ้าเฝ้าเผาพ่นเพลินอย่างสุขสันต์ แลกที่ซุกหัวนอนให้แม่..กับน้ำจันท์ ขอแลกมันกับค่าน้ำนมแม่...ได้ใหมเอย เพียงแค่นี้...ทำไมทำให้แม่ตัวเองไม่ได้นะ ( ถึงกับน้ำตาไหลเลย...คิดถึงแม่จังเลย )


ขอบคุณภาพประกอบ จากอินเตอร์เน็ตค่ะ

ถ้าคุณรักแม่ ... กรุณาส่งต่อ

ขอให้กุศลจงดลบรรดาลให้คุณมีความเจริญรุ่งเรืองสืบไป


วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ต้องอ่านให้ได้นะ

หลังจากที่แต่งงานมาได้ 21 ปีผมก็ค้นพบวิธีใหม่ในการทำให้ความรักสดใสมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ
เพราะวันหนึ่งภรรยาผมบอกว่า ผม ต้องออกเดทกับผู้หญิงคนหนึ่ง มันเป็นไอเดียของเธอล้วนๆจริงๆ นะ
" ฉันรู้ว่าคุณรักเธอ " ภรรยาผม ว่า
"แต่ผมรักคุณนี่ " ผม เถียง
" ฉันรู้ค่ะ แต่คุณก็รักเธอคนนี้ ด้วยเหมือนกัน "
ผู้หญิงคนนั้นที่ภรรยา อยากให้ผมไปหา คือ แม่ของผมเอง ซึ่งเป็นหม้ายมา 19 ปี แล้ว
เนื่องจากงานที่รัดตัวและต้องดูแล ลูกๆ ทำให้ผมไปเยี่ยมแม่เพียงบางครั้งบางคราวเท่า นั้น
วันที่ผมโทรไปหาแม่เพื่อชวน ท่านออกไปทานข้าวเย็นและดูหนัง แม่ถาม ว่า " มีอะไรหรือ? ลูกสบายดีรึ เปล่า? "
แม่ผมเป็นผู้หญิงประเภทที่คิด ว่าการที่คนโทรมาหากลางดึก หรือเชิญอย่างกระทัน หัน
หมายความว่ามีเรื่องไม่ค่อยดีเกิด ขึ้น ผมตอบแม่ว่า " ผมว่าดีออกถ้าเราได้ใช้เวลากันตามลำพัง สองคนแม่ลูกบ้าง"
แม่นิ่งคิดไปครู่ หนึ่ง แล้วตอบว่า " แม่ยินดีมากเลย จ้ะ "
เย็นวันศุกร์หลังเลิกงาน ผมขับรถ ไปรับแม่ที่บ้าน ผมรู้สึกตื่นเต้นเล็ก น้อย เมื่อผมไปถึงบ้านแม่ ผมก็สังเกตุได้ ว่า
แม่เองก็ตื่นเต้นเหมือน กัน แม่สวมเสื้อโค้ทนั่งรอผมอยู่ในบ้านเรียบร้อย แล้ว
แม่ม้วนผมแล้วสวมชุดที่แม่ใส่ใน วันฉลองครบรอบการแต่งงานครั้งสุดท้าย
พลางยิ้มรับผมด้วยใบหน้าที่แจ่มใสราวกับทูต สวรรค์
" แม่บอกเพื่อนๆว่าแม่จะออกไป เที่ยวกับลูกชาย พวกเขาประทับใจกัน ใหญ่ " แม่พูดขณะที่กำลังก้าวขึ้น รถ
" พวกเขารอฟังแทบไม่ไหว เลย "
เราไปภัตตาคารที่ถึงแม้จะไม่ หรูหรา แต่ก็ดีเยี่ยมและบรรยากาศก็อบอุ่นสบายๆ มากๆ
แม่ควงแขนผมเดินราวกับว่าเป็น สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง หลังจากที่เรานั่งลงเรียบร้อยแล้ว ผม ต้องเป็นฝ่ายอ่าน
เมนูอาหาร เพราะสายตา ของแม่อ่านได้เพียงตัวหนังสือตัวใหญ่ๆเท่านั้น เมื่อผมอ่าน เมนูอองเทรไปได้เพียงครึ่ง
ผมเงยขึ้น มองเห็นแม่กำลังมองดูผมอยู่ด้วยรอยยิ้มระลึกถึงความหลัง " ตอนที่ลูกยังเล็กนั้น แม่ต้องเป็นคน อ่าน
เมนูให้ลูกฟัง " แม่ ว่า " งั้นตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่ผมจะผลัดเวรให้แม่นั่งฟัง สบายๆบ้าง " ผม ตอบ
ในระหว่างมื้ออาหาร นั้น เราคุยกันอย่างถูกคอ-ไม่ใช่เรื่องราวพิเศษอะไร-เพียง แต่สลับกันถามว่าชีวิตของเรา
เป็นยังไง ทำอะไรที่ไหนมาบ้าง เราคุยกันสนุกมากจนไปดูหนังไม่ ทัน
เมื่อผมไปส่งแม่ที่บ้าน แม่พูด ว่า "แล้วแม่จะออกไปเที่ยวกับลูกอีกนะ แต่คราวนี้ลูกต้องยอม ให้แม่เป็นเจ้าภาพนะจ๊ะ"
ผมตอบ ตกลง
"ดินเน่อร์เป็นยังไงบ้าง?" ภรรยา ถามเมื่อผมกลับถึงบ้าน
"ดีเยี่ยมกว่า ที่ผมคิดไว้มากเลย" ผมตอบ
ไม่กี่วันต่อ มา แม่ผมเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน มันเกิดขึ้น กระทันหันมากจนผมช่วยอะไรไม่ทันเลย
หลายวันต่อมา ผมได้รับจดหมายพร้อมใบเสร็จจากภัตตาคารที่ผม กับแม่เคยไป มีโน๊ตเล็กๆแนบมาด้วย ว่า
" แม่จ่ายค่าอาหารชุดนี้เรียบร้อย แล้ว แม่รู้อยู่แล้วว่าแม่คงไปไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม แม่ก็จ่ายสำหรับสองคน
คือลูกกับภรรยา ลูกคงเดาไม่ถูกหรอกว่าวันนั้นมีความหมายต่อ แม่มากแค่ไหน , รักลูก จ้ะ "
วินาทีนั้น ผมเข้าใจถึงความสำคัญ ของการกล่าวคำว่า " รัก " ต่อคนที่เรารักในช่วงเวลาที่เค้าต้องการมัน
ไม่มีอะไรสำคัญมากไปกว่า ครอบครัวของคุณ จงให้เวลากับพวกเค้าในเวลาที่พวกเค้าต้องการคุณ
เพราะสิ่งเหล่านี้ ไม่อาจผลัดวัน ประกันพรุ่งได้
บางคนบอกว่า หลังจากที่ คุณคลอดบุตรแล้วต้องใช้เวลาราว 6 สัปดาห์จึงจะคืนสู่สภาพ เดิม คนนั้นไม่รู้ว่าหลังจากที่คุณได้เป็นแม่คน แล้ว ไม่มีคำว่าคนเดิมอีกต่อ ไป
บางคนบอกว่า คนเราเรียนรู้การเป็น แม่ได้เองตามสัญชาติญาณ คนนั้นไม่เคยพาลูกสามขวบไปซูเปอร์มา ร์เกต
บางคนบอกว่า การเป็นแม่คนนั้นน่า เบื่อ คนนั้นไม่เคยนั่งรถที่ลูกวัยรุ่นขับหลังจากที่ได้ใบ ขับขี่มาหมาดๆ
บางคนบอกว่า ถ้าคุณเป็น คนดี ลูกออกมาก็จะดีเอง คนนั้นนึกว่าเด็กคลอดออกมาพร้อมกับ คู่มือการใช้และใบรับประกัน
บางคนบอก ว่า แม่ที่ดีไม่ควรขึ้นเสียงกับลูก คนนั้นไม่เคยเปิดประตู หลังบ้านออกมาทันได้เห็นลูกหวดลูกกอล์ฟเข้าใส่หน้าต่างครัวของเพื่อนบ้าน พอ ดิบพอดี
บางคน บอกว่า การเป็นแม่คนนั้นไม่ต้องมีการศึกษาก็ได้ คนนั้นไม่ เคยช่วยลูกประถมสี่ทำการบ้านเลข
บางคน บอกว่า แม่รักลูกคนที่ห้าไม่เท่าลูกคนแรก คนนั้นไม่เคยมีลูก ห้าคน
บางคนบอกว่า ช่วงที่ยากที่สุดของ การเป็นแม่คือตอนเลี้ยงและตอนคลอด คนนั้นไม่เคยยืนดูลูกขึ้น รถเมลไปโรงเรียนอนุบาลวันแรก หรือขึ้นเครื่องบินไปบู๊ทแคมป์ ของทหาร
บางคนบอกว่า งานของแม่นั้น หมูๆ ปิดตาสองข้าง หรือมัดมือไว้ข้างหนึ่งก็ยัง ไว้ คนนั้นไม่เคยสอนการออกเดินขายคุ๊กกี้ให้กับเหล่า ยุวนารี 7 คนที่กระจุ๊กกระจิ๊กคิกคักกันอยู่ตลอด เวลา
บางคนบอกว่า แม่เลิกกังวลได้แล้ว หลังจากที่ลูกแต่งงานออกเรือนไป คนนั้นไม่รู้ว่าการแต่งงาน คือการนำลูกชายหรือลูกสาวคนใหม่เข้ามาอยู่ในสายใยใจของ แม่
บางคนบอกว่างานของแม่สิ้นสุดลง เมื่อลูกคนสุดท้ายออกจากบ้านไป คนนั้นไม่เคยมีหลานยาย หรือ หลานย่า
บางคนบอกว่า แม่รู้ดีอยู่แล้ว ว่าคุณรักท่าน เพราะงั้น ไม่ต้องบอกท่านก็ ได้ คนนั้นไม่เคยเป็นแม่ คน

โปรดส่งต่อถึงทุกคนที่เป็น "แม่" และทุกคนที่มี " แม่"

ค้นหา