วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Good Projector‏

ปีใหม่ปีนี้.....ดื่มคนละแก้วก็พอเป็นห่วง‏ 555555555555555555

ปิดสะพานข้ามแยกลาดพร้าว‏

Subject: Fw: ปิดสะพานข้ามแยกลาดพร้าว

ปิดสะพานข้ามแยกลาดพร้าวคืนพรุ่งนี้

พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงานจราจร กล่าวประชาสัมพันธ์ไป
ยังผู้ใช้รถใช้ถนนว่า วันที่ 1 ธันวาคม นี้ กรมทางหลวงจะปิดซ่อมสะพานข้ามแยกลาดพร้าวในส่วนของ
สะพานเก่า เพื่อซ่อมบริเวณรอยต่อของสะพาน เพราะแผ่นยางปิดรอยต่อเสื่อมสภาพ ซ่อมตัวคานและพื้น
ใต้ท้องสะพาน ในช่องทางกลับรถฝั่งบริษัท ปตท. เนื่องจากโครงสร้างเสียหายจากการถูกรถเฉี่ยวชน
ซึ่งมีผลต่อการรับน้ำหนักของสะพานพร้อมปรับผิวการจราจรบนสะพาน โดยเริ่มจากฝั่งขาเข้า จากลาด
พร้าวมุ่งหน้าสุทธิสาร และจะย้ายปิดฝั่งขาออก จำเป็นต้องปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 22.00 น. ถึง
05.00 น. คืนวันที่ 1 ธันวาคม 2552 จนถึงวันที่ 10 มีนาคม 2553 ระยะเวลา 100 วัน ซึ่งการปิด
การจราจรดังกล่าว คาดว่า จะไม่ส่งผลกระทบการจราจรภาพรวมมากนัก เพราะปิดซ่อมแซมในช่วง
เวลากลางคืน รถสามารถวิ่งทางราบได้ตามปกติ

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

โรคอ้วน..ลงพุงอันตราย...‏

โรคอ้วน Obesity



โรคอ้วนลงพุง ไม่ใช่แค่ความอ้วนธรรมดา แต่เป็นภาวะอ้วนที่มีไขมันสะสมบริเวณช่วงเอว หรือช่องท้องปริมาณมาก ๆ และก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายหลายระบบ ในทางการแพทย์เรียกโรคนี้ว่า Metabolic syndrome ถือเป็นกลุ่มความผิดปกติที่ เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ด้วย ดังนั้นภาวะอ้วนลงพุง จึงนับว่าเป็นโรคที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้


ไขมันที่พุงอันตรายกว่าไขมันส่วนอื่นของร่างกายอย่างนั้นหรือ?

โดยทั่วไปไม่ว่าจะเป็นไขมันตรงส่วนใด หากมีมากเกินไปก็ถือว่าไม่ดีทั้งนั้น แต่ไขมันที่สะสมในช่องท้องหรือบริเวณพุงจะสลายตัวเป็นกรดไขมันอิสระ ส่งผลให้ในกระแสเลือดมีกรดไขมันอิสระเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผลเสียต่อระบบต่างๆ ภายในร่างกาย โดยกรดไขมันชนิดนี้จะไปยับยั้งกระบวนการเผาผลาญของกลูโคสที่กล้ามเนื้อ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ความดันโลหิตสูง และอาจส่งผลให้หลอดเลือดแดงแข็งตีบและอุดตันได้

พบว่าในคนอ้วนลงพุงจะมีระดับฮอร์โมน Adiponectin ในกระแสเลือดลดลง ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่พบในเซลล์ไขมันเท่านั้น ระดับ Adiponectin ในเลือดที่ต่ำจะสัมพันธ์กับภาวะดื้อต่ออินซูลิน และเป็นตัวทำนายการเกิดโรคเบาหวานและโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อีกด้วย

นอกจากนี้ เชื่อว่าความอ้วนและภาวะดื้อต่ออินซูลิน ยังเป็นสาเหตุสำคัญของการสะสมไขมันในเนื้อตับ เพราะกรดไขมันอิสระที่ออกมาจากไขมันบริเวณพุงจะเข้าสู่ตับโดยตรงได้มากกว่าไขมันบริเวณสะโพก ซึ่งกรดไขมันที่สะสมภายในตับหากเกิดในช่วงที่ร่างกายมีอนุมูลอิสระมากจนเกินที่สารต้านอนุมูลอิสระสามารถรับมือไหว จะส่งผลให้เกิดการอักเสบของตับตามมาอีกด้วย ดังนั้นคนที่อ้วนลงพุงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคเบาหวาน และโรคตับมากกว่าคนที่มีไขมันสะสมที่สะโพก





โรคอ้วน




คุณ! พุงโตเกินไปหรือไม่?

รอบเอวเป็นตัวบ่งชี้ภาวะอ้วนที่ง่ายและชัดเจนโดยไม่ต้องใช้การคำนวณ สำหรับคนเอเชีย ในปัจจุบันการวินิจฉัยว่าใครจัดอยู่ในกลุ่มโรคอ้วนลงพุงบ้าง จะใช้เกณฑ์ดังนี้

เส้นรอบเอวของผู้ชายตั้งแต่ 36 นิ้วขึ้นไป และสำหรับผู้หญิงตั้งแต่ 32 นิ้วขึ้นไป
มีระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดมากกว่า 150 มก./ดล.
มีระดับ HDL คอเลสเตอรอล น้อยกว่า 40 มก./ดล.ในผู้ชาย หรือน้อยกว่า 50 มก./ดล.ในผู้หญิง
ความดันโลหิตมากกว่า 130/85 มม.ปรอท หรือรับประทานยาลดความดันโลหิตอยู่
ระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารมากกว่า 100 มก./ดล.


พบว่าผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงเพียง 3 ข้อจากเกณฑ์ข้างต้น จะมีอัตราการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 2 เท่า และผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง 4 ข้อจะมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มเป็น 3 เท่า และเกิดโรคเบาหวานเพิ่มถึง 24 เท่า

นอกจากนี้ยังพบว่ามีปัจจัยเสี่ยงสำคัญอื่นๆ อีกที่ส่งผลให้เกิด Metabolic syndrome อาทิ ยิ่งอายุมากก็มีโอกาสเป็นสูงขึ้น พบว่าคนผิวดำจะมีโอกาสพบโรคมากกว่า คนอ้วนมีความเสี่ยงมากกว่าคนผอม ผู้ที่มีประวัติในครอบครัวเป็นโรคเบาหวานจะมีโอกาสเป็นโรคนี้สูง นอกจากนั้นยังมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคอื่นๆ ได้ง่าย เช่น ความดันโลหิต เป็นต้น


ลดพุง...ลดโรค

การรักษา Metabolic syndrome หรือ โรคอ้วนลงพุง นั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ การปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตเป็นอันดับแรก เช่น การลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย ควบคุมอาหารที่รับประทาน บริโภคผักและผลไม้ให้มากขึ้น ลดการดื่มสุรา ตรวจสุขภาพเป็นประจำ เมื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว ยังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาล ไขมัน หรือความดันโลหิตได้ อาจจำเป็นต้องมีการใช้ยาในการควบคุมร่วมด้วย เป้าหมายในการใช้ยาก็เพื่อลดระดับไขมัน Triglyceride เพิ่มระดับไขมัน HDL(ทำหน้าที่เก็บกวาดคอเลสเตอรอลจากหลอดเลือดไปขจัดที่ตับ นับว่าเป็นไขมันชนิดดี) และลดระดับไขมัน LDL(ทำหน้าที่นำคอเลสเตอรอลออกจากตับไปสะสมตามผนังหลอดเลือด ถือว่าเป็นไขมันชนิดไม่ดี) ซึ่งเหล่านี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคเบาหวาน

พูดง่ายๆ ก็คือ ยิ่งพุงโตมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสะสมโรคมากขึ้นนั่นเอง รู้อย่างนี้แล้ว หันมาออกกำลังกายวันละนิด ค่อยๆ ปรับพฤติกรรมทีละน้อย ทำบ่อยๆ จนกลายเป็นนิสัย นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคดังกล่าวแล้ว ยังเป็นเหมือนเกราะป้องกันโรคภัยต่างๆ ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นอีกด้วย...

Picture of the Month‏

หากหัวใจคล้ายห้องว่าง‏

หากหัวใจคล้ายห้องว่าง

คำว่าชีวิตประกอบขึ้นมาจาก "กาย" กับ "ใจ" เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "กาย" กับ "นาม" องค์ประกอบทั้งสองของชีวิตนี้ "ใจ" มีความสำคัญมากกว่า "กาย" เพราะ "ใจ" เป็นอย่างไร "กาย" จะเป็นอย่างนั้น




เรื่อง ว.วชิรเมธี
ความสำคัญของใจที่มีผลเหนือกายนั้นมีตัวอย่างมากมาย อภิปรายกันไม่รู้จบ เช่นวันหนึ่งเมื่อมีนักข่าวสัมภาษณ์ว่า ไทเกอร์ วู้ด มีเคล็ดลับในการตีกอล์ฟอย่างไร จึงตีได้แม่นเหมือนจับวางทุกครั้ง เขาตอบสั้นๆ ว่า ผมจินตนาการเห็นลูกกอล์ฟลอยละลิ่วลงหลุมก่อนที่ผมจะเริ่มตีมันเสียอีก" คำตอบของนักกอล์ฟอัจฉริยะสะท้อนว่าใจของเขานั้นไม่ได้สั่งได้เฉพาะกายคือมือของเขาเท่านั้น แม้แต่ไม้ตีกอล์ฟเอง ก็หลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขา เข้าทำนอง กระบี่อยู่ที่ใจ ใจอยู่ในกระบี่ โดยแท้
ครั้งหนึ่งมีการทดลองกันในทางจิตวิทยาว่า ใจสำคัญต่อกายจริงหรือไม่ นักจิตวิทยาร่วมมือกับนายแพทย์ท่านหนึ่ง ไปตรวจร่างกายของนักกีฬายกน้ำหนักถึงโรงยิม เมื่อไปถึง นายแพทย์ก็ตรวจวัดร่างกายของนักกีฬายกน้ำหนักคนหนึ่ง ซึ่งมีร่างกายที่แข็งแรงมาก เขากำลังฝึกยกน้ำหนักอยู่พอดี เมื่อไปถึงนายแพทย์ใช้ปรอทวัดไข้อยู่สักพักหนึ่ง รอไม่กี่นาที ท่านก็รายงานด้วยสีหน้าเป็นกังวลว่า นักกีฬาคนนี้กำลังมีปัญหาใหญ่ เพราะตรวจพบ บางอย่าง ในร่างกาย ขอให้งดการฝึกซ้อม ฃเอาไว้ก่อน พอนายแพทย์พูดจบ นักกีฬาร่างล่ำบึ้กมีสีหน้าเครียดขึ้นมาทันที เขายกน้ำหนักต่อไปไม่ไหว ยกอย่างไรก็ไม่เป็นที่พอใจ อ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปหมด เขาจึงขออนุญาตลากลับไปพักหลายวัน
ต่อมานายแพทย์และนักจิตวิทยา จึงขอโทษนักกีฬาคนนั้น พร้อมทั้งบอกความจริงว่า ผลการตรวจสุขภาพไม่เป็นอันตรายอย่างที่เป็นกังวลสักนิด ที่แจ้งผลไป ก่อนหน้านั้น เป็นเพียงการทดลองอย่างหนึ่งเท่านั้น ซึ่งทั้งครูฝึก นักจิตวิทยา และนายแพทย์ร่วมมือกันและรู้กันมาแต่ต้นอยู่แล้ว ทันทีที่ทราบผลว่า ตนไม่เป็นอะไร วันรุ่งขึ้นนักกีฬาคนนั้นก็มาฝึกซ้อมต่อและคราวนี้เขาสดชื่นรื่นเริงอย่างเห็นได้ชัด การทดลองคราวนี้ ก็สะท้อนหลักการที่ว่า ใจเป็นอย่างไร ร่างกายเป็นอย่างนั้น จริงๆ
ความจริง ในชีวิตของคนเรานั้น หากสังเกตให้ดีเราจะพบว่า พฤติกรรมต่างๆ ที่แสดงผลออกมาทางกายนั้น ล้วนได้รับอิทธิพลของใจทั้งสิ้น คนที่มีสีหน้าสดชื่น ผ่องใส ใจเย็นโดยธรรมชาติ (ไม่ใช่ใสเพราะฝีมือหมอ) ก็เพราะลึกๆ แล้ว เขาไม่มีความเครียดเจือปนอยู่ในใจ คนที่หงุดหงิดงุ่นง่าน ก็เพราะในใจเขาเต็มไปด้วยความกังวล คนที่มีพฤติกรรมฉ้อฉล คอรัปชั่น ก็เพราะใจเขามี ไถยจิต ซึ่งแปลว่า จิตที่มีธาตุแห่งความเป็น หัวขโมย แฝงอยู่ คนที่สู้ชีวิต ก็เพราะใจเขาเปี่ยมด้วย ปรักกมธาตุ ซึ่งแปลว่า ใจนักสู้ อยู่ข้างใน ส่วนคนที่เต็มไปด้วยความอิจฉาตาร้อน ก็เพราะข้างในของเขา หมักหมมอยู่ด้วยไฟริษยานั่นเอง นอกเป็นอย่างไร ก็สะท้อนว่าใจเป็นอย่างนั้น กาย จึงเป็นเหมือนเงาสะท้อนของใจ
ใจ ของเรานั้น ไม่ต่างอะไรกับห้องที่ว่างเปล่า เมื่อเราใส่อะไรเข้าไปในห้องที่ว่างเปล่านั้น สถานภาพของห้องก็จะเปลี่ยนไปทันที เป็นต้นว่า เรามีห้องว่าง
เปล่าอยู่ห้องหนึ่ง เมื่อ - -

เราใส่น้ำเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องน้ำ
เราใส่พระพุทธรูปเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องพระ
เราใส่เครื่องมือปรุงอาหารเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องครัว
เราใส่เครื่องนอนเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องนอน
เราใส่ชุดรับแขกเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องรับแขก
เราใส่บุคคลสำคัญเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องวีไอพี

ห้องแห่งหัวใจของเราก็ไม่ต่างอะไรกับห้องว่างเปล่าที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเลย ทุกครั้งที่เราบรรจุอะไรเข้าไปในใจ ใจของเราก็จะเปลี่ยนสถานภาพเหมือนกัน

เราใส่ความเมตตาเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจดี
เราใส่ธรรมะเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจบุญ
เราใส่ความโกรธเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจร้อน
เราใส่ความเลวเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจทราม
เราใส่ความกลัวเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจเสาะ
เราใส่ความเป็นนักสู้เข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจสู้
เราใส่ความขาดสติเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจลอย
เห็นด้วยกับผู้เขียนหรือไม่ว่า ใจของเรานั้นเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลเหนือกาย เป็นสิ่งที่คอยออกแบบชีวิตของเราให้เป็นไปอย่างไรก็ได้
พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่า
ใจเป็นนาย ใจเป็นผู้นำ ใจเป็นผู้สร้างสรรค์...
หรือบางทีก็ตรัสว่า จิตฺเตน นียติ โลโก แปลว่า โลกหมุนไปตามใจสั่งการ โลกในที่นี้ หมายถึง ชีวิตของเรานั่นเอง โลกคือชีวิต จะหมุนซ้าย หมุนขวา หมุนตรงหรือหมุนเอียง หมุนไปข้างหน้า หรือว่าหมุนไปข้างหลัง ทั้งหลายทั้งปวงนั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของใจทั้งหมดทั้งสิ้น
ใจของเราไม่ต่างอะไรกับห้องที่ว่างเปล่า เราบรรจุอะไรลงไป ชีวิตของเราก็เป็นไปตามสิ่งที่บรรจุนั้น ทุกวันนี้ เราเคยถามตัวเองบ้างไหมว่า เราบรรจุอะไร ลงไปในห้องแห่งหัวใจของเราบ้าง ความรู้ ความงมงาย ความรัก ความโกรธ ความเกลียด ความโลภ ความดี ความชั่ว ความริษยา ความหน้าด้าน ความสะอาด สว่าง สงบ หรือความตื่นรู้ ชีวิตจะเป็นอย่างไร รุ่งโรจน์หรือร่วงโรย ขึ้นสูงหรือลงต่ำ สำคัญที่เราบรรจุอะไรลงไปในใจของเราเอง
ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Livingetc ฉบับภาษาไทย
http://lifestyle.th.msn.com/home/inspire/article.aspx?cp-documentid=3704791

นานาสาระ....‏

ป้องกันฟันผุด้วยการดื่มไวน์

ใครที่ชอบดื่มไวน์ ทราบหรือไม่ว่า ไวน์นั้นสามารถป้องกันฟันผุได้ วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน....

การดื่มไวน์ นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง และโรคหัวใจแล้ว แต่งานวิจัยของ ศ.กาเบรียลลา กาซซานี (Gabriella Gazzani) มหาวิทยาลัยพาเวีย (University of Pavia) ประเทศอิตาลี ในวารสารAmerican Journal of Agricultural and food Chemistry พบว่า การดื่มไวน์ขาว หรือไวน์แดงวันละ 1 แก้วเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดฟันผุ โรคเหงือก และช่วยรักษาอาการเจ็บคอ

เนื่องจากส่วนผสมในไวน์จะทำหน้าที่เปรียบเสมือนตัวยับยั้งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ที่ชื่อ S.pyogenes ที่อาศัยอยู่ในช่องทางเดินหายใจ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอาการเจ็บคอและเป็นไข้ได้

ถ้าไม่อยากฟันผุก็ลองหาไวน์มาดื่ม แต่อย่าดื่มมาเกินไป เพราะอาจจะให้โทษแทนก็ได้.

ที่มา เดลินิวส์




--------------------------------------------------------------------------------



ต้มไก่ให้สวยหนังไม่ลอก

แม่บ้านคนไหนที่เคยประสบกับปัญหาเวลาต้มไก่แล้วหนังลอก วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีต้มไก่ให้หนังไม่ลอกมาฝากกัน...

วิธี คือ นำไก่มาทำความสะอาด ดึงขนที่ตกค้างตามส่วนต่าง ๆ ออก แล้วล้างให้สะอาดรวมทั้งข้างในตัวไก่ ใส่เกลือลงในท้องไก่ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ต้มน้ำให้เดือด นำไก่ลงต้มแล้วเบาไฟ ใส่น้ำให้ท่วมตัวไก่ คอยเติมน้ำให้เดือดปุด ๆ เล็กน้อย คอยช้อนฟองออก เพื่อป้องกันคราบฟองติดบนตัวไก่ ต้มนานประมาณ 30-40 นาทีจนไก่สุก

เพียงเท่านี้ก็ได้ไก่ที่สุกสวยงาม และหนังไม่ลอก แถมยังน่ารับประทานอีกด้วย.

ที่มา เดลินิวส์



--------------------------------------------------------------------------------



กินเต้าหู้ลดไขมัน

ใครที่ชอบทานเต้าหู้ ทราบหรือไม่ว่าสามารถลดไขมันได้ วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาบอกกัน...

ดร.เดวิด คริสตี้ แห่งมหาวิทยาลัยอลาบามา กล่าวว่า นมถั่วเหลืองมีคุณสมบัติในการลดปริมาณไขมันที่สะสมบริเวณกระเพาะอาหารได้ ซึ่งไขมันที่สะสมอยู่บริเวณหน้าท้องมีผลเสียต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เพราะเป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจวายเฉียบพลันหรือเบาหวาน อันเป็นผลข้างเคียงหนึ่งจากโรคอ้วนมากกว่าไขมันที่สะสมอยู่บริเวณอื่นของร่างกาย

วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ระวัง ด่วนจ้าด่วน ++++‏

ข่าวด่วน!!!!
ลูกชายใครที่มี / หรือลูกสาวเพียงคนเดียว/หรือมีพี่ๆๆน้องๆๆทั้งชายหญิง ที่ชอบออกเที่ยวยามดึกดื่นรีบอ่านและเตือนพวกเขาด้วยว่าเวลานี้คนไทยเข้าขั้นเป็นสัตว์เดรฉานและหากินด้วยวิธีอย่างเสือ / สิงห์โต ... กันแล้ว อ่านเสร็จให้รีบเมล์ต่อเลยนะ
ที่จ. สุรินทร์ มีแก๊งรถตู้ทำการเด็กจับ / ผู้ใหญ่ควักลูกตาเอาอวัยวะภายในไปหมดแล้วโยนศพทิ้งเงินไว้ข้างศพ ผมไปงานศพของเพื่อนมาเป็นผู้หญิงอายุประมาณยี่สิบกว่าๆทำงานอยู่ที่ธกส. รัตนบุรีอำเภอ มันไม่ได้เลือกเอาแค่เด็กๆ .. ผู้ใหญ่ก็เอา
เมื่อเดือนที่ผ่านมาสถานีตำรวจบ้านหนองเหล็ก ศีขรภูมิอำเภอ จับชายต้องสงสัยได้เนื่องจากมีเด็กหนีรอดออกมาแล้วไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ แล้วซ้อนแผนพาชายต้องสงสัยไปที่รถตู้ที่ซุ่มอยู่ข้างทางปรากฏว่าภายในรถตู้มีผู้หญิง คาดว่าเป็นหมอที่คอยผ่าเอาอวัยวะประมาณสี่ถึงห้าคนพูดภาษาไทยไม่ได้ พูดภาษายาวีอย่างเดียว แปลต้องใช้ล่าม มีเตียงผ่าตัดภายในรถตู้ และมีตู้แช่อยู่ด้วยสอบสวนได้ความว่าพวกมันทำกันเป็นทีมมีรถตู้มาเกือบสิบคัน แยกย้ายตระเวนไปตามที่ต่างๆ พอเห็นเหยื่อมันจะเอายาสลบใส่ผ้าขนหนูแล้วปิดที่จมูก พอสลบแล้วก็เอามาขึ้นรถตู้เพื่อผ่าอวัยวะแล้วโยนศพทิ้งไว้ที่เดิม อยากให้นักข่าวไปทำข่าวบ้างเพราะว่าทางตำรวจปิดข่าวเงียบ ๆแต่ว่าประชาชนแถว นั้นไม่กล้าออกไปทำมาหากินแม้กลางวันไม่กล้าออกจากบ้าน
ขณะนี้มีประกาศเตือนจากทางจังหวัดแล้ว หากผู้ใดพบเห็นวัตถุต้องสงสัยหรือสิ่งผิดปกติให้แจ้งตำรวจทันที แต่ทางตำรวจยังปิดข่าวเงียบ






รัตน์ธิดา รัตน์วนา
ศูนย์ข้อมูลปฎิบัติการ
thidarat@snpfood.com
S & P ซินดิเคบริษัท, LTD.
Tel.02-185-1313 02-185-1313 Ext. 117
Fex.02-712-9527 02-712-9527

ภัยแฝงของการทาเล็บและทำสีผม‏

ทาเล็บ ทำสีผม...เพิ่มภาระให้ "ตับ" ทำงานหนัก

เป็นที่รู้กันว่า "ตับ" มีบทบาทสำคัญในการช่วยล้างสารพิษในเลือด แต่รู้มั้ยว่า นอกจากตับทำหน้าที่ผลิตน้ำดีให้ถุงน้ำดี ช่วยกรองเลือด เพื่อส่งเลือดดีเข้าสู่เซลล์ในร่างกายแล้ว ตับยังช่วยย่อยอาหาร ดูแลผม ขน และเล็บอีกต่างหาก


สำหรับพฤติกรรมกินจุบกินจิบ กินบ่อยๆ ผิดมื้อผิดเวลา ก็ทำให้ตับต้องทำงานหนักเช่นกัน เพราะถ้าเกินมื้อประจำของวันไปแล้ว ที่เหลือก็คือมื้อที่ตับต้องรับภาระรอย่อยอาหาร และแม้ไม่กินจุบจิบ เมื่อใดที่เราเครียด โกรธ โมโห อิจฉา ฯลฯ อารมณ์แปรปรวนเหล่านี้ ก็จะเร่งทำลายเซลล์ในตับให้ตายไปอย่างรวดเร็ว

ตับทำงานหนักขนาดนี้ แต่ถึงอย่างนั้น สาวๆ ก็มักจะเพิ่มภาระให้ตับโดยไม่รู้ตัว เพราะการใช้เครื่องสำอางที่มีสารเคมีเจือปน ไม่ว่าจะเป็นการโกรกสีผม ทาเล็บ ทาปาก ฯลฯ สารเคมีก็จะส่งไปถึงตับโดยตรงแล้วสะสมอยู่อย่างเงียบๆ เป็นเวลาหลายปี

จนในที่สุดตับที่มีปัญหาก็จะเริ่มส่งสัญญาณผ่านอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด ลมแน่นท้อง ถ้าร้ายแรงก็อาจทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงกระดูกเชิงกราน มดลูกเริ่มโต เจ็บตึงที่ส้นเท้า แถมท้ายด้วยรอยคล้ำดำใต้ขอบตา ส่วนผู้ชายก็อาจส่งผลให้ต่อมลูกหมากโตผิดปกติ

วิธีดูแลตับ ให้หลีกเลี่ยงผงชูรส และงดการกินอาหารระหว่างตี 1 ถึงตี 3 เพราะเป็นเวลาที่ตับต้องขับสารพิษ

อย่าลืมว่า เมื่อตับทำงานหนัก ไตก็มาช่วยทำงาน ยิ่งทำงานหนักมาก ตับก็จะยิ่งเสีย แถมไตก็จะเสื่อมเร็วตามไปอีกด้วย

ประชาชาติธุรกิจ : "ดูไบ เวิลด์" ป่วน ฟองสบู่อสังหาฯใกล้แตกหลังประกาศเลื่อนชำระหนี้-ถูกหั่นเครดิต ชี้ลงทุนหุ้นกู้เสี่ยง!‏

"ดูไบ เวิลด์" ป่วน ฟองสบู่อสังหาฯใกล้แตกหลังประกาศเลื่อนชำระหนี้-ถูกหั่นเครดิต ชี้ลงทุนหุ้นกู้เสี่ยง!
ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

"ดูไบ เวิลด์"อภิมหาโปรเจ็กต์ของดูไบประกาศขอเลื่อนการชำระหนี้หุ้นกู้และพันธบัตรอิสลามกว่า3.5พันล้านดอลลาร์ไปกลางปีหน้า
หลังหนี้ท่วม 5.9 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ ด้านมูดี้ส์ปรับลดเครดิตบ.อสังหาฯ-นิคมอุตฯ-การลงทุนสู่ระดับจังก์บอนด์
ระบุนักลงทุนที่ลงทุนหุ้นกู้เริ่มวิตกมีความเสี่ยงจากกลุ่มทุนอาหรับที่ภาคภูมิใจกับคำขวัญ "พระอาทิตย์ไม่เคยตกที่ดูไบ เวิลด์"
กลายเป็นอาณาจักรหนี้ท่วม 5.9 หมื่นล้านดอลลาร์ และอยู่ระหว่างเจรจาขอขยายเวลาการไถ่ถอนออกไปจากกำหนดเดิมในช่วงกลางปีหน้า

สำนักงานการคลังของรัฐบาลท้องถิ่นดูไบ รัฐสำคัญ 1 ใน 7 รัฐของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แถลงเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า
บริษัทดูไบ เวิลด์ กลไกการลงทุนหลักของรัฐ เตรียมเจรจากับเจ้าหนี้ เพื่อขอชะลอการชำระหนี้หุ้นกู้และพันธบัตรอิสลามออกไปก่อน
อย่างน้อยถึงวันที่ 30 พฤษภาคมปีหน้า ซึ่งในจำนวนนั้นรวมถึงหนี้ในรูปพันธบัตรอิสลาม 3.52 พันล้านดอลลาร์ ออกโดยนาคีล
บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือ ซึ่งมีกำหนดไถ่ถอนตั้งแต่ 14 ธันวาคม 2552

ดูไบ เวิลด์ เป็น 1 ใน 3 กลไกการลงทุนสำคัญของรัฐ ทำงานคู่ขนานดูไบ โฮลดิ้ง และบรรษัทเพื่อการลงทุนแห่งดูไบ
(Investment Corporation of Dubai) นอกเหนือจากมีบริษัทลูกในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แล้ว บริษัทลูกอื่น ๆ
ได้แก่ดีพี เวิลด์ และอิสติธมาร์ บรรษัทเงินทุน ที่มีการลงทุนในบริษัทต่าง ๆ ในสาขาบริการการเงิน
สินค้าอุปโภคบริโภค จนถึงภาคอุตสาหกรรม และอสังหาริมทรัพย์

การขอขยายเวลาการชำระหนี้ เป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่การปรับโครงสร้างธุรกิจในดูไบ เวิลด์ ทั้งนี้ กลไกการลงทุนของ
รัฐดูไบเคยชี้แจงเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า การปรับโครงสร้างธุรกิจของกลุ่มใกล้จะแล้วเสร็จสมบูรณ์
ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนการดำเนินงานได้มากถึง 800 ล้านดอลลาร์ ในอีก 3 ปีข้างหน้า และนำไปสู่การปรับ
ลดกำลังคนที่มีอยู่ทั่วโลก 15% เหลือประมาณ 70,000 คน

แรงกระเพื่อมของการตัดสินใจขอขยายเวลาการชำระหนี้ โดยนอกเหนือผลกระทบต่อตลาดหุ้น และตลาดการเงินในประเทศ
สถาบันจัดอันดับระหว่างประเทศอย่างน้อย 2 แห่ง ได้แก่มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส และสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์
ได้ตัดสินใจปรับลดเรตติ้งความน่าเชื่อถือทางการเงินของบริษัทต่าง ๆ ที่มีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจเกี่ยวข้องกับรัฐดูไบหลายราย

ในส่วนของมูดีส์ฯได้ปรับลดบริษัทอีมาร์ พร้อพเพอร์ตีส์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
บริษัทเจเบล อาลี ฟรี โซน ผู้ดำเนินธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม บริษัทดีไอเอฟซี อินเวสต์เมนต์ และบริษัทดูไบ โฮลดิง
คอมเมอร์เชียล โอเปอเรชั่น กรุ๊ป ลงสู่ระดับต่ำกว่า "น่าลงทุน" หรือที่เรียกกันว่าระดับของพันธบัตรขยะ (Junk bond)
แต่ดีพี เวิลด์ ผู้ให้บริการท่าเรือรายใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง บริษัทลูกของดูไบ เวิลด์ การประปา และการไฟฟ้าดูไบ
ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงเช่นกัน โดยมาอยู่ที่ระดับ Baa2 แต่สูงกว่าระดับพันธบัตรขยะ 2 ขั้น

ขณะที่เอสแอนด์พีปรับลดเรตติ้งบริษัทในกลุ่มแรก รวมถึงดีพี เวิลด์ ลงมาเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่สูงกว่าระดับ "ไม่น่าลงทุน" อยู่ 3 ขั้น
เหนือระดับพันธบัตรขยะ โดยมีตั้งแต่ระดับ BBB+ จนถึง BBB-

สำหรับนักลงทุนที่มีความเสี่ยงผูกพันอยู่กับดูไบ เวิลด์ เริ่มวิตกกังวลมากขึ้น เนื่องจากทางการดูไบไม่ได้เปิดเผยว่าจะชำระหนี้
มากกว่า 9 พันล้านดอลลาร์ ที่กำลังจะครบกำหนดไถ่ถอนในอีก 4 ปีนี้อย่างไร ประกอบกับเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
ดูไบ เวิลด์ ได้กู้ยืมเงินจากธนาคารของรัฐบาลอาบู ดาบี เป็นจำนวนเงิน 5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของวงเงิน
1 หมื่นล้านดอลลาร์ ที่ชี้ค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคตูม ผู้ครองนครรัฐดูไบ วางแผนระดมทุนภายในสิ้นปีนี้


ทั้งนี้ จากข้อมูลที่รวบรวมโดยดอยช์แบงก์ พบว่าดูไบมีหนี้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอน 4.3 พันล้านดอลลาร์ และอีก
4.9 พันล้านดอลลาร์ จะครบกำหนดไถ่ถอนในไตรมาสแรกของปี 2553 ซึ่งเป็นทั้งหนี้ที่เกิดจากการออกพันธบัตรรัฐบาล
และหุ้นกู้ของบริษัทเอกชน ขณะที่คณะกรรมการการคลังดูไบได้ว่าจ้างดีลอยต์เป็นผู้รับผิดชอบการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับดูไบ เวิลด์

*** ฮาๆๆ : การพนันกับหญิงชรา ***‏

หากชีวิตยังมีความหวัง หวังที่จะพบเจอในสิ่งที่ปรารถนา วันที่เคยเจ็บและเหนื่อยล้า วันที่กัดฟันฝ่าขวากหนาม ล้วนเป็นเรื่องราวในชีวิตที่ไม่อาจลืมเลือน เพียงปลอบใจว่าทุกชีวิตที่เกิดมาล้วนมีปัญหา
เพียงเฝ้าเตือนตนว่า ยังมีชีวิตที่เลวร้ายยิ่งกว่า วันที่ท้อด้วยใจทุกข์ ก็พร้อมจะลุกขึ้นอีกครั้งด้วยความหวัง จึงเพียงมีความหวัง หัวใจจึงยังคงมีพลังอยู่เสมอ พลังที่จะนำพาชีวิตมุ่งไปสู่สิ่งที่ดีกว่า



...ไม่มีอะไรจะยุติธรรมเท่ากับกรรมที่ทำไว้...





ขำๆๆ คะ








หญิงชรานางหนึ่งถือถุงใบเขื่องเดินเข้าไปในธนาคาร
และกล่าวกับพนักงานที่เคาน์เตอร์ ว่าต้องการ
ฝากเงินสามล้านบาทแต่ขอคุยกับผู้จัดการโดยตรง
พนักงานเห็นว่าหญิงชรามีเงินจำนวนมาก เลยพาไปห้องผู้จัดการเมื่อไปถึง
ผู้จัดการเกิดความสงสัยว่า
หญิงชราไปเอาเงินมาจากไหนเลยถามขึ้นว่า
ผู้จัดการ - คุณยายเอาเงินมาจากไหนมากมายครับ?
คุณยาย - ยายชนะพนันมาจ้ะ
ผู้จัดการ - ยายไปพนันอะไรมาเหรอครับ?
คุณยาย - ก็ไม่มีอะไรมากหรอกพ่อหนุ่ม....อยากรู้ใช่ไหม?
เรามาลองพนันกันก็ได้สักแสนนึง เอาไหมล่ะ?

ว่าก่อนเก้าโมงเช้าวันพรุ่งนี้ไข่ของพ่อหนุ่ม
จะกลายเป็นสี่เหลี่ยม
ผู้จัดการ - ฮ่าฮ่าฮ้า ล้อเล่นน่า จะพนันกันจริงๆเหรอ?
คุณยาย - จริงๆซิ ยายมีเงินไม่เห็นเหรอนี่ไงตั้งสามล้าน
คุณยายเปิดถุงเงินให้ผู้จัดการดู
ผู้จัดการเห็นว่าไม่มีทางเป็นไปได้ที่ไข่ของตนจะกลาย เป็นสี่เหลี่ยมเลย
ตอบตกลงรับคำท้าและนัดแนะกันว่าพรุ่งนี้เช้าเก้าโมง จ ะมาพบกันอีกที
ตลอดวันนั้นผู้จัดการไม่เป็นอันทำงานเฝ้าแต่คอยคลำไข ่ตัวเองว่ายังกลมๆรีๆ
อยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า รุ่งเช้าตื่นขึ้นมาผู้จัดการก็ไม่ลืมที่จะ
ตรวจสอบลูกน้อยทั้งสองใบว่ายังกลมอยู่เหมือนเดิมจริง ๆ
เมื่อคลำดูแล้วก็ยังกลมๆดีอยู่ ผู้จัดการเลยรู้สึก
กระหยิ่มใจว่าวันนี้รวยแน่


เวลาเก้าโมงตรงหญิงชรามาที่ธนาคารและตรงไปที่ห้องผู้ จัดการทันทีพร้อมกับชายอีกคน
ผู้จัดการ - สวัสดีครับคุณยาย อ้าว...พาใครมาด้วยละนี่?
คุณยาย - อ๋อ…ทนายน่ะ ยายเห็นเงินพนันมันมากเลยพาทนายมาด้วย
ผู้จัดการ - ฮุฮุ…คุณยายผมเสียใจด้วยนะคุณยายแพ้พนันผมแล้วหละไข่ ผมยังกลมอยู่เลยนี่ไง

ว่าแล้วผู้จัดการก็จัดแจงปลดกางเกงลงและเรียกให้หญิง ชรามาตรวจสอบน้องชายได้

หญิงชราจึงเดินเข้าไปแล้วก็ลูบๆคลำๆไข่ผู้จัดการอยู่ สักพักแล้วพูดขึ้นว่า
คุณยาย - อืมมมม ยังกลมอยู่จริงๆ ยายยอมแพ้แล้ว
ขณะที่คุณยายกำลังคลำไข่ผู้จัดการอยู่นั้น...
ผู้จัดการเหลือบไปเห็นทนายที่มากับหญิงชรากำลังเอาหั วโขกกำแพงอย่างแรงติดๆ
กันหลายครั้ง

เลยถามคุณยายว่า
ผู้จัดก าร - ยายๆ ทนายของยายเขาเป็นอะไรเหรอ?
คุณยาย - อ๋อ… เขาแพ้พนันยายน่ะ
ยายบอกเขาว่า ภายในเที่ยงวันนี้ยายจะได้คลำไข่ผู้จัดการแบ็งค์ใน
officeของผู้จัดการเองเลย
ทนายเขาไม่เชื่อ เราเลยพนันกันสองแสน....อิอิอิ..................



5 5 5 5
... กำไรเห็น ๆ .....

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

การรักษาศีลให้เป็นอารมณ์‏‏

การรักษาศีลให้เป็นอารมณ์



การรักษาศีลให้เป็นอารมณ์ของสีลานุสสติ(มีสติระลึกถึงศีลอยู่เนืองๆ)นั้น จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ดังนี้ คือ...

๑. ต้องชำระศีลของตนให้พ้นจากโทษทั้ง ๔ (ไม่ขาด,ไม่ทะลุ,ไม่ด่าง,ไม่พร้อย.)

๒. การรักษาศีล ต้องไม่เจือปนด้วยตัณหา ด้วยปรารถนาภพสมบัติ และโภคสมบัติ

๓. รักษากาย วาจาให้ตั้งอยู่ในสิกขา(ข้อปฏิบัติ ศีล สมาธิ ปัญญา)อย่างเคร่งครัด

๔. การประพฤติปฏิบัติเคร่งครัดนั้น แม้อันธพาลจะไม่เห็นดี เห็นชอบต้องไม่หวั่นไหว

๕. ต้องประกอบด้วยความรู้ในศีล ที่จะเป็นเหตุให้อุปจารสมาธิ,อัปปนาสมาธิ หรือมรรค ผล นิพพาน เกิดขึ้นได้

เมื่อประพฤติได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์นี้แล้ว จึงลงมือปฏิบัติด้วยการระลึกในศีลต่อไป

อโห เม วต สีลํ เห อขณฺฑํ อฉิทฺทํ หเว

อสพลํ อกมฺมาสํ ภุชิสฺสํ อปรามสํ

ปสฏฺฐํ สพฺพวิญฺญูหิ สมาธิ สํวตฺตนกํฯ

แปลความว่า... ศีลของเรานี้บริสุทธิ์ น่าปลื้มใจจริง ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย ศีลของเราบริสุทธิ์ ทำให้เราพ้นความเป็นทาสของตัณหา ศีลของเรามิได้มีผู้กล่าวหาได้ แม้อันธพาลชนจะไม่เห็นดีเห็นงามด้วยก็ตาม แต่วิญญูชนทั้งหลายนั้นย่อมสรรเสริญ ศีลของเรานี้เป็นเหตุทำให้อุปจารสมาธิ,อัปปนาสมาธิ, และมรรค ผลเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ศีลที่จะหมดจดจากกิเลสนั้น ได้แก่ ศีลในองค์มรรค ซึ่งจะต้องเกิดร่วมกับสมาธิ และปัญญา หมายความว่า ศีลนั้นจะต้องตั้งอยู่ในอารมณ์ของปัญญา ศีลที่บริสุทธิ์ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้มี ๔ ประเภท เรียกว่า จตุปาริสุทธิศีล ได้แก่...

๑. ปาฏิโมกข์สังวรศีล

๒. อินทรีย์สังวรศีล

๓. อาชีวปาริสุทธิศีล

๔. ปัจจยสันนิสสิตศีล

ศีลทั้ง ๔ ประเภทนี้ บริสุทธิ์เพราะปรารถนาอารมณ์พระนิพพาน ธรรมที่พ้นทุกข์ จึงเป็นศีลที่เจริญให้เป็นไปในอารมณ์ของปัญญา

สีลานุสสติ การระลึกถึงศีลที่ตนรักษาไว้ด้วยความบริสุทธิ์นี้ ที่จัดว่าเป็นอารมณ์ของสมถกรรมฐานนั้น คือ ขณะที่ระลึกในศีลที่ตนรักษาไว้ด้วยความบริสุทธิ์อยู่นั้น ย่อมกำจัดอภิชฌา(ความโลภ) และโทมนัส ให้สงบระงับลงได้ แต่ยังไมสามารถทำลายความเห็นผิดในรูปนามขันธ์ ๕ ว่า เป็นอัตตาตัวเราได้

อภิชฌา คือกามฉันทนิวรณ์, และโทมนัส คือพยาปาทนิวรณ์ จะถูกละได้ก็ด้วยอำนาจของสมาธิ

ฉะนั้น สีลานุสสติ จึงได้เพียงอารมณ์ของสมถกรรมฐานเท่านั้น องค์ธรรม ได้แก่ สติเจตสิก ที่ในมหากุศลจิตที่มีอารมณ์เป็นศีลอันรักษาไว้ในสิกขาบท.

เห็นอานิสงส์แห่งศีลสมบัติ

ศีลของภิกษุใด หมดมลทินดีแล้ว การทรงบาตรและจีวรของภิกษุนั้น ย่อมเป็นที่น่าเลื่อมใส บรรพชาของเธอนั้นก็มีผล หทัยของภิกษุนั้น ย่อมไม่หยั่งสู่ภัย คือความติเตียนตนเอง เป็นต้น ฯลฯ ผู้มีศีลย่อมขุดรากแห่งทุกข์อันเป็นไปในสัมปรายภพเสียได้

สมบัติใดในมนุษย์ และสมบัติใดในเทวโลก สมบัติทั้งสองนั้น เมื่อผู้มีศีลถึงพร้อมด้วยปรารถนาอยู่ มิใช่เป็นสิ่งที่จะพึงได้ยากเลย

อนึ่ง ในใจของผู้มีศีลอันถึงพร้อม ย่อมแล่นไปสู่พระนิพพานสมบัติ อันเป็นสมบัติที่สงบระงับสุดยอดแท้

อานิสงส์ประการต่างๆเป็นอันมาก ในศีลซึ่งเป็นมูลแห่งสมบัติทั้งปวง ด้วยประการฉะนี้.

แบตเตอรี่หัวใจ...บทความดีๆ‏‏

แบตเตอรี่หัวใจ...บทความดีๆ






โทรศัพท์จะสวยงามเพียงไร
จะมีราคาแพงมากสักเท่าใด
หากแบตเตอรี่อ่อน..แบตเตอรี่เสื่อม..
ก็ไม่มีค่า..ไม่มีความหมายอะไร

เป็นเหมือนเศษเหล็ก..
เศษไม้ธรรมดา..
ที่ใช้ประโยชน์ในการสื่อสารไม่ได้

ชีวิตของคนเราก็เช่นเดียวกัน
หากหมดกำลังใจ
ก็ยากที่จะดำเนินชีวิต
ให้ประสบความสำเร็จได้

แบตเตอรี่..
หมดถ่าน..เราต้องชาร์ทไฟ

แบตเตอรี่หัวใจ..หมดไฟ
เราต้องชาร์ทพลังใจ..เสริมสร้างพลังงาน

พลังใจสร้างขึ้นได้
ด้วยการฝึกฝน..อบรมจิตใจ
เป็นการเติมเชื้อไฟให้กับตนเอง

ความสุข
จะบังเกิดขึ้นในจิตใจ
เพียงเพราะทำใจไม่ให้สับสนวุ่นวาย
ทำใจให้หยุดนิ่ง
มีสติรู้เท่าทัน
เมื่อนั้น..ความสงบจะบังเกิดขึ้นทันที

น้ำใส..จิตใจผ่องใส
จะมองอะไรก็ย่อมเห็น..ได้อย่างชัดเจน

น้ำขุ่น..จิตใจเศร้าหมอง

ย่อมมองอะไรก็ไม่เห็น..และไม่ชัดเจน


เรามาช่วยกันเติมเต็ม
ชาร์ทแบตเตอรี่หัวใจกันเถอะ
อย่างปล่อยให้หมดถ่าน..หมดไฟ
เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น
นานวันไป..แบตเตอรี่อาจจะเสื่อมคุณภาพ..
และใช้ประโยชน์ไม่ได้

สิ่งที่มีค่า
อาจจะไม่มีคุณค่า
ถ้าเราไม่ใส่ใจ..และขาดกำลังใจ

คนเรา..
จะขาดสิ่งใดก็ได้
แต่อย่าขาดกำลังใจ

จะเสียอะไรก็ได้
แต่อย่าเสียกำลังใจ

จะหมดอะไรก็ได้
แต่อย่าหมดกำลังใจ

กำลังใจสำคัญที่สุด
ต้องเพิ่มให้ปล่อย..ทำให้เต็ม
อย่าปล่อยให้ลดหรือหมดกำลังใจอย่างเด็ดขาด


บทความ..โดย..ชายน้อย



ขอบคุณบทความจาก ธรรมะไทย

ดูนิสัยจากเดือนเกิด แม่นจริง ขอบอก‏

Subject: FW: : ดูนิสัยจากเดือนเกิด แม่นจริง ขอบอก


ดูนิสัยคน จากเดือนเกิด
มกราคม
ทะเยอทะยาน จริงจัง อดทน
ชอบสั่งสอน รักการเรียนรู้ ขยันทำงานตัวเป็นเกลียว
มีความคิดสร้างสรรค์ ฉลาด เจ้าระเบียบ ทำอะไรเป็นแบบแผนขั้นตอนไม่มีนอกลู่นอกทางแม้แต่น้อย
อ่อนไหว ช่างคิดรู้วิธีทำให้คนอื่นมีความสุข
ปกติจะเงียบขรึมถ้าไม่ได้กำลังตื่นเต้น หรือ เข้าสู่ภาวะคับขัน
สงบเสงี่ยม กระตือรือร้น โรแมนติกแต่ไม่ค่อยยอมแสดงออกเท่าไร
ห่วงใยใส่ใจคนอื่น แต่ไว้วางใจใครง่ายไปหน่อย
ติดบ้าน
ซื่อสัตย์ ขี้อาย
ไม่ค่อยชอบเข้าสังคม แถมขี้ หึงอีกต่างหาก

กุมภาพันธ์
ช่างฝัน รักทั้งโลกแห่งความเป็นจริงและโลกแห่งความฝัน
ไหวพริบปฏิภาณดี ฉลาด หากแต่บุคลิกภาพแปรปรวนไปนิด
เจ้าอารมณ์ เงียบ ขี้อาย สุภาพ ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง
ซื่อสัตย์
ชอบตั้งเป้าหมายในชีวิต
รักอิสระเหนือสิ่งอื่นใด
ขบถได้ง่ายถ้าถูกบีบคั้น แอบก้าวร้าวบ้างบางครั้ง แต่ที่จริงอ่อนไหวมาก เสียใจง่าย ! โกรธก็ง่าย
ไม่ชอบเรื่องไร้สาระ ชอบคบเพื่อนฝูงใหม่ๆ น่ารักๆ
รักกิจการงานบันเทิงทุกชนิดโรแมนติกลึกๆ แต่ไม่แสดงออก
เชื่อถือโชคลาง
ใช้จ่ายเงินเก่ง

มีนาคม
มีเสน่ห์ เป็นที่รักของผู้อื่น
ขี้อาย สงบเสงี่ยม ลึกลับ
ซื่อตรง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นอกเห็นใจ รักสันติและความสงบ
อ่อนโยน ชอบเอาอกเอาใจคนอื่น
ใจเย็น ไว้ใจได้
เห็นค่าคนอื่น ใจดี
เคร่งศีลธรรม แต่ติดนิสัยชอบประเมินคนอื่น
เจ้าคิดเจ้าแค้น แถมยังเพ้อฝัน ชอบสร้างจินตนาการ
รักการเดินทาง
รักการเป็นจุดสนใจ
ใจเร็วไปนิดถ้าคิดจะลงหลักปักฐานกับใคร
ชอบตกแต่งบ้านเอง
มีพรสวรรค์ เรื่องดนตรี รักข้าวของแปลกๆ
ข้อควรระวังคืออารมณ์หงุดหงิดง่าย

เมษายน
กระตือรือร้น ไม่ชอบหยุดนิ่งอยู่กับที่
เข้มแข็งเด็ดขาด แต่กลับใจอ่อนอย่างไม่น่าเชื่อกับคำขอโทษ
ดึงดูดใจและเป็นที่รักของผู้คน ใจแข็ง
รักการเป็นจุดสนใจ
พูดจาฉลาดถนอมน้ำใจทุกฝ่าย
ชอบปลอบโยน
มนุษย์สัมพันธ์ดี ชอบเสนอแนะแก้ปัญหาให้คนอื่น
กล้าหาญ ชอบผจญภัย
สุภาพเอื้อเฟื้อ แต่เจ้าอารมณ์ ชอบกระตุ้นทั้งตัวเองและคนรอบข้าง
และขี้หึงมากเช่นกัน

พฤษภาคม
ดื้อดึง ใจแข็ง กล้าแกร่ง
ตั้งใจมั่น แรงจูงใจสูง
หลักแหลม
โกรธง่าย อารมณ์แปรปรวน
ชอบการเป็นจุดสนใจ
นิ่ง ไม่ค่อยแสดงอารมณ์มากนัก
มีจุดยืนของตัวเอง แข็งนอก อ่อนใน
มีอิทธิพล แต่ก็มีเสน่ห์
ชอบปลอบโยนผู้อื่น
มีระบบระเบียบ เพ้อฝัน ถือโชคลาง
มีสัมผัสพิเศษ เข้าอกเข้าใจจินตนาการกว้างไกล
รักการเดินทาง ไม่ชอบอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ไม่ชอบหยุดนิ่ง
ทำงานหนัก ความรับผิดชอบสูง แต่สุรุ่ยสุร่ายไปหน่อย

มิถุนายน
คิดการณ์ไกล หัวก้าวหน้า
ใจอ่อนกับคนใจดี
สุภาพ พูดจาเบามีความคิดสร้างสรรค์มากมาย
อ่อนไหว ชอบคิดค้น เสียตรงที่ขี้ลังเล
ไม่รักษาเวลา
สนุกสนาน มีอารมณ์ขัน ชอบเรื่องตลก
มีทักษะดีในการโต้แย้ง ช่างพูดช่างคุย ชอบฝันกลางวัน
เป็นมิตร รู้ว่าจะหาเพื่อนได้อย่างไร
อดทน
ชอบแสดงออก เสียใจง่าย ชอบแต่งตัว
ขี้เบื่อ นานๆ จะแสดงอารมณ์ออกมาซักที ถ้าเสียใจต้องใช้เวลานานในการเยียวยา
ชอบการบริหาร
หัวรั้น
ถือคติแปลกๆ ว่าใครประจบประแจงคือศัตรู ส่วนเพื่อนแท้ต้องไม่กลัวที่จะขัดใจ

กรกฎาคม
อยู่ด้วยแล้วสนุก มีเสน่ห์
เก็บความลับได้ แต่ยากที่จะเข้าถึงตัวตนที่แท้จริง
เงียบถ้าไม่มีอะไรตื่นเต้น
หยิ่งทะนงในตัวเอง ช่างเลือก
มีความรับผิดชอบ ชอบปลอบโยนคนอื่น
ซื่อตรง ซื่อสัตย์
สนใจความรู้สึกคนรอบข้าง
มีไหวพริบ
ใจดี ไม่ผูกใจเจ็บใคร
ไม่ชอบเรื่องไร้สาระทั้งหลาย
มีอิทธิพลต่อคนอื่นทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ
อ่อนไหว ไม่ไว้วางใจใครง่ายๆ
ห่วงใยใส่ใจคนอื่น ปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างเท่าเทียม เห็นอกเห็นใจ
แย่ตรงที่ชอบตัดสินคนอื่นเพียงเพราะสิ่งที่สังเกตเอาเอง
รักการเดินทาง ศิลปะ ดนตรี และวรรณกรรม
เรียนดี!
ชอบอยู่คนเดียวเงียบๆ ไม่ชอบความวุ่นวาย
เสียใจง่ายแถมต้องใช้เวลานานกว่าจะหาย
ทุ่มเททุกอย่างให้งาน

สิงหาคม
ชอบเรื่องตลก
มีเสน่ห์ สุภาพอ่อนโยน
ใส่ใจคนอื่น
กล้าหาญไม่เคยกลัวอะไรทั้งสิ้น
มั่นคงเด็ดเดี่ยว เป็นผู้นำเต็มตัว
รู้ว่าต้องดูแลปลอบโยนคนอื่นอย่างไร แต่เสียตรงที่เอื้อเฟื้อเกินไป
มั่นใจตัวเองเกินไป
เรียกร้องต้องการการยกย่องนับถือมุ่งมั่นแรงกล้าสุดๆ
แถม โกรธง่ายเกินเหตุ โดยเฉพาะเมื่อถูกแหย่หรือกระตุ้น
ขี้หึง
เคร่งศีลธรรม
หุนหันพลันแล่น
ความคิดอิสระไม่ค่อยเหมือนใคร
รักทั้งการเป็นผู้นำและถูกนำ
ช่างฝัน มีพรสวรรค์เรื่องศิลปะดนตรี และกลไกการป้องกันตัว
อ่อนไหวเหมือนกันแต่ไม่ค่อยจะอยากยอมรับ ยุ่งเหยิงวุ่นวาย ตลอดเวลา
โรแมนติค รักใคร่และห่วงใยคนอื่น
ชอบคบหาเพื่อนฝูงใหม่ๆ

กันยายน
สุภาพอ่อนโยน ประนีประนอม
ระวังตัวแจ
วางขั้นตอนชีวิตอย่างเป็นแบบแผน
ชอบตอกย้ำจุดอ่อนคนอื่น
ชอบการวิพากษ์วิจารณ์
เยือกเย็นและสงบ
ใจดี เห็นอกเห็นใจคนอื่น
รอบรู้เรื่องต่างๆ
ซื่อตรง
ทำงานเก่ง
อ่อนไหว
ช่างคิด
ความจำดี สนใจใฝ่รู้
ชอบการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ
มีแรงจูงใจ เข้าอกเข้าใจ
เก็บความลับอยู่
รักกีฬากิจกรรมยามว่าง และ การเดินทาง
ไม่แสดงอารมณ์เสียจนเกือบจะเป็นคนเก็บกด
ช่างเลือกโดยเฉพาะเรื่องแฟน

ตุลาคม
รักการพูดคุยเป็นชีวิตจิตใจ
รักทุกคนที่รักตัวเอง
รักการเจาะเข้าสู่จุดศูนย์กลางของเรื่องต่างๆ
มีเสน่ห์
สุภาพนุ่มนวล
จิตใจและรูปร่างสวยงาม
ไม่โกหกเสแสร้ง
เห็นอกเห็นใจคนอื่น
ให้ความสำคัญกับเพื่อน ชอบคบหาเพื่อนใหม่อยู่เรื่อย
เสียใจง่ายก็จริงแต่ไม่ต้องห่วง แป๊บเดียวก็หายเศร้า
ชอบช่วยเหลือคนอื่น
ชอบฝันกลางวัน ความคิดบรรเจิด
มีสัมผัสพิเศษ
รักการเดินทาง ศิลปะ และวรรณกรรม
พูดจานุ่มนวล รักและใส่ใจคนอื่น โรแมนติก ขี้หึง
เป็นห่วงเป็นใย รักความยุติธรรม
เชื่อคนง่าย เพราะมองโลกสวยงาม
สูญเสียความเชื่อมั่นง่ายมาก

พฤศจิกายน
ความคิดล้านแปดเต็มหัว ยากที่จะเข้าถึง คิดการณ์ล้ำหน้า
โดดเด่นหัวไว ใส่ใจและชอบให้คำแนะนำ
อยากรู้อยากเห็น
รู้จักวิธีตะล่อมคุ้ยความลับ
ชอบคิดอยู่ตลอดเวลา
พูดน้อยแต่อัธยาศัยดี
กล้าหาญและเอื้อเฟื้อ
อดทน หัวรั้น ใจแข็ง ถือคติ ตราบใดที่ยังมีความหวัง ตราบนั้นก็ยังมีหนทางเสมอ
มีเป้าหมายในชีวิต ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ
โกรธยากมากถ้าไม่ถูกยั่วจนถึงขั้นจริงๆ
ชอบอยู่คนเดียว
มีแรงจูงใจในตัวเอง โดยไม่สนใจการยอมรับนับถือจากคนอื่น
มั่นคง เด็ดเดี่ยว
รักใครรักจริง
เจ้าอารมณ์
โรแมนติก แต่ไม่ค่อยสนใจสัมพันธ์จริงจังนัก
รักบ้าน
ทำงานหนัก
มีความสามารถสูง
ไว้ใจได้

ธันวาคม
ซื่อสัตย์และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
กระตือรือร้นในการแข่งขัน และปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
แต่ ไม่ค่อยมีความอดทน
ทะเยอทะยาน มีอิทธิพลในสังคม
รักการเข้าสังคมมาก
รักการได้รับการยอมรับ การเป็นจุดสนใจ
รักการที่มีคนอื่นมารักตัวเอง
ซื่อตรงและไว้ใจได้ ไม่เสแสร้ง แต่อารมณ์เสียง่าย
เกลียดการถูกบีบบังคับ
รักเรื่องตลก มีอารมณ์ขันและมีเหตุผล

นิตยสารธรรมะใกล้ตัว ฉบับที่ ๐๘๒ พฤหัสบดีที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒‏


จากใจ บ.ก. ใกล้ตัว - ฉบับที่ ๘๒






เรื่องจริงบางเรื่องฟังคล้ายเรื่องหลอก
ส่วนเรื่องหลอกหลายเรื่องกลับคล้ายเรื่องจริง

แต่เรื่องจริงกับเรื่องหลอกก็เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง
คือต้องหายไปด้วยกันทั้งคู่
พอต่างก็หายไป
ความจริงกับความลวงจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ไม่หลงเหลือความหมายอะไรไว้ให้ยึดว่าจริงหรือเท็จเลย

สาระจึงไม่ใช่พยายามจับให้ได้ไล่ให้ทัน
ว่าอันไหนกันแน่เรื่องจริง อันไหนกันแน่เรื่องหลอก
สาระอยู่ที่รู้หรือไม่รู้ว่าที่จิตของเราเข้าไปถืออยู่
ถืออยู่ผิดๆโดยสำคัญว่าเที่ยง
หรือถืออยู่ด้วยความรู้ชัดว่าไม่เที่ยง
เดี๋ยวจะต้องเปลี่ยนไป เดี๋ยวจะต้องสาบสูญไป

และแม้รู้จริงกับรู้ไม่จริง
ก็ยังเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง
คือทั้งสองรู้จะต้องดับไปเป็น "ไม่รู้ไม่เห็น"

อย่างไรก็ตาม
ผลของการรู้จริงในบางเรื่อง
คือความสุขชั่วนิรันดร์
แม้ความรู้จริงดับไปแล้ว
บรมสุขก็ยังไม่หายไปไหน
นั่นเพราะความรู้จริงบางอย่าง
ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ล้างผลาญเหตุแห่งทุกข์
เมื่อเหตุแห่งความทุกข์ดับไม่เหลือ
ความเคลื่อนจากสุขออกมาสู่ทุกข์จึงไม่มี

ในสมรภูมิระหว่างประเทศ
คนที่จับตัวพระราชาได้คือเจ้าของดินแดนใหม่
แล้ววันหนึ่งก็อาจต้องโดนไล่ล่าจับตัวเข้าให้บ้าง

ในสงครามธุรกิจ
คนที่ได้ลูกค้าคือผู้ครองตลาด
แล้วเดี๋ยวก็อาจต้องโดนใครแย่งส่วนแบ่งตลาดคืนบ้าง

แต่ในการรบกับกิเลส
คนที่อยู่อย่างสงบสุขได้คือผู้ชนะที่แท้จริง
และเป็นสมบัติติดตัวที่ไม่มีใครมาแย่งได้อีกเลย


ดังตฤณ
พฤศจิกายน ๕๒

PR 3330 : นโยบายของภาค-พิธีสถาปนาฯ‏

สารจาก..... ผู้ว่าการภาครับเลือก


รบกวนหน่อย



หากไร้บุพเพ ใยต้องพานพบ เมื่อไม่หันกลับ ใยไม่คิดลืม ทุกอย่างในวันนี้ ดั่งน้ำไหลผ่าน วันคืนแปรผัน คนนั้นแปรเปลี่ยน
เบาะแสเบื้องต้นคลาดว่าอยู่ใน จ.ชลบุรี และ อ.นาดูน จ.มหาสารคาม หรือ เขตมหาชัย
> สมุทรสาคร ( ใครอยู่ในเขตดังกล่าวหากพบเห็นกรุณาแจ้งเบาะแสด้วยครับ)
>
>
> ถึง ทุกๆท่านที่ได้รับ
> e-mail นี้เริ่มส่งวันที่ 28 พ.ค. 52
>
> บางทีคุณอาจจะคิดว่า FW Mail คือเมลขยะ !!
> แต่ " หัวอกคุณพ่อตอนนี้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดแล้ว "
> ขอความเห็นใจ และช่วยกันส่งต่อ เพราะนี้ คือ " ความหวัง " อีกหนทางหนึ่ง
> ถ้าพบเห็นเด็กหญิงคนนี้รบกวนติดต่อกลับ
> คุณพ่อน้องแก้ม ที่เบอร์ 084-869-1570 084-869-1570 , 089-457-0213 089-457-0213 หรือ
> สถานนีตำรวจเมืองพัทยา
> แต่ถ้าไม่พบ รบกวนส่งต่อถึงคนอื่นๆ เพราะว่า " การ Click 1 ครั้ง "
> อาจทำให้หัวใจของคุณพ่อคนนี้กลับมาก็ได้
> ด.ญ. ปณิดา บุญลา ชื่อเล่น น้องแก้ม อายุ 6 ปี 7 เดือน
>
>

ในวันที่ท้อ‏

วันหนึ่งลูกสาวพร่ำบ่นถึงชีวิตอันแสนลำเค็ญให้พ่อฟังว่า . . . เธอกำลังรู้สึกอับจนปัญญาที่จะจัดการกับชีวิตและปรารถนาที่จะยอมแพ้พ่าย ด้วยรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการต่อสู้และการแข่งขัน ประหนึ่งว่าเมื่อสางปัญหาหนึ่งเสร็จสิ้น อีกปัญหาหนึ่งก็ก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ
>
> ผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นพ่อครัวจึงเดินนำเธอเข้าไปในครัว จัดแจงต้มน้ำในหม้อ 3 ใบด้วยไฟแรงจนน้ำเดือด เขาใส่แครอทในหม้อใบแรก วางไข่ลงในหม้อใบที่สอง และตักกาแฟลงไปในหม้อใบสุดท้าย แล้วปล่อยให้มันต้มไปเรื่อยๆ โดยไม่มีคำอธิบายให้กับลูกสาวเลย
>
> ฝ่ายลูกสาวเริ่มรู้สึกหงุดหงิด และหมดความอดทน ทั้งยังสงสัยว่าพ่อกำลังทำอะไร 20 นาทีผ่านไป พ่อก็ปิดเตาแก๊ส ตักแครอทขึ้นมาวางไว้ในชาม นำไข่วางไว้ในชามอีกใบหนึ่ง และตักกาแฟไว้ในชามสุดท้าย แล้วหันไปถามลูกว่า “ลูกเห็นอะไรบ้าง”
>
> “แครอท ไข่ กาแฟ” เธอตอบ
>
> เขาจึงขอร้องให้เธอสัมผัส แครอท เธอจึงรู้ว่ามันนิ่ม แล้วเขาก็ให้ลูกสาวตอกไข่ เมื่อเธอแกะเปลือกไข่ออก ก็พบว่าไข่ นั้นได้ต้มจนสุกแล้ว ท้ายที่สุดเธอให้ลูกสาวลองจิบ กาแฟ ดู เธอยิ้มและลิ้มรสอันหอมกรุ่นนั้น
>
> แล้วก็ถามพ่อ ว่า “นี่หมายความว่าอย่างไรเหรอคะคุณพ่อ?”
>
> พ่ออธิบายว่า “เราได้กระทำต่อ 3 สิ่งนี้ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน นั่นคือ น้ำเดือด แต่ผลลัพธ์มันกลับแตกต่างกัน จากเดิม แครอท ดูแข็งๆ และไม่โอนอ่อนผ่อนตาม พอผ่านการต้มมันกลับนิ่มและดูอ่อนปวกเปียก ไข่...ซึ่งดูบอบบาง มีเพียงเปลือกบางๆ คอยห่อหุ้มของเหลวภายใน แต่น้ำเดือดทำให้ของเหลวนั้นกลับแข็งขึ้น ขณะที่กาแฟกลับมีลักษณะเฉพาะตัวตลอดกาล เมื่อมาเจอน้ำเดือด น้ำต่างหากที่แปรเปลี่ยนไป . . .”
>
> พร้อมกันนี้ พ่อยังถามลูกสาวว่า “แล้วลูกล่ะเมื่อความทุกข์มาเยือน ลูกจะเตรียมรับมืออย่างไร ลูกจะเป็นแครอท ไข่ หรือ กาแฟ”?
>
> ถ้าเป็น “แครอท” แม้จะดูแข็งโป๊ก แต่เมื่อต้องเผชิญกับความทุกข์ยากนานาก็จะเฉา อ่อนแอ และสูญเสียเรี่ยวแรง และกำลังไป
>
> หรือจะเป็น “ไข่” ซึ่งดูสามารถปรับสภาพได้ในตอนแรก แต่หลังจากที่ต้องเผชิญกับความเป็นความตาย การแตกแยก การหย่าร้าง หรือการเลย์ออฟ . .แม้เปลือกภายนอกยังคงเดิม แต่หัวใจ และจิตวิญญาณของอาจปวดร้าว และแข็งแกร่งขึ้นก็เป็นไปได้
>
> หรือหากคุณเหมือน “กาแฟ” เมื่อเจอน้ำเดือดอันนำมาซึ่งความเจ็บปวด แต่ ณ อุณหภูมิสูงสุด 100 องศาเซลเซียส กาแฟกลับมีรสชาติดีขึ้นยามนั้น หากเป็นดั่งกาแฟ เมื่อถึงภาวะที่เลวร้ายที่สุด นอกจากจะสามารถจัดการชีวิตตนเองได้แล้ว ยังสามารถทำสิ่งรอบข้างให้ดีขึ้นได้ด้วย.

โรคที่มากับการ 'นอนสระผม'‏

'คุณแม่-ลูกสาว' ระวัง! โรคที่มากับการ 'นอนสระผม'



โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 พฤศจิกายน 2552 08:07 น.




เชื่อได้เลยว่า หลายครอบครัว คงต้องสมาชิกคนใดคนหนึ่ง ชอบออกมาสระผมตามร้านทำผม หรือไม่ก็นอนให้ลูกหลานสระให้ที่บ้าน โดยเฉพาะคุณแม่บ้าน หรือลูกสาวแล้ว มักจะคุ้นชินกับเรื่องแบบนี้ดีกว่าใคร แต่จะมีสักกี่คน ที่จะหารู้ไม่ว่า การนอนหงายแหงนคอบนเตียงสระผมบ่อยๆ อาจทำให้เกิดภาวะการกดทับเส้นประสาทไขสันหลังส่วนคอ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดคอร้าวลงแขน หรือชาแขนได้

กับอาการดังกล่าวข้างต้นนี้ "นพ.สุธี ศิริเวชฎารักษ์" แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู อธิบายให้ฟังว่า กระดูกสันหลังส่วนคอของคนปกติ จะมีช่องด้านข้างสองข้าง ซึ่งเป็นทางออกของเส้นประสาทไปยังสันหลัง โดยเส้นประสาทเหล่านี้ เมื่อรวมกันเป็นเส้นประสาทใหญ่ จะไปเลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณแขน และมือ รวมทั้งรับความรู้สึกในบริเวณดังกล่าว ซึ่งช่องที่ว่านั้น จะมีรูปร่างค่อนข้างกลม หรือเป็นรูปไข่ และช่องจะแคบลงเล็กน้อย เมื่อแหงนคอ

สำหรับในบางคน เมื่อมีอายุมากขึ้น หรือมีภาวะความเสื่อมของกระดูกสันหลังส่วนคอ หรือหมอนรองกระดูกคอ จะทำให้กระดูก หรือหมอนรองกระดูกยื่นเข้าไปในช่องดังกล่าว มีผลทำให้ช่องแคบลงได้ง่าย เมื่อแหงนคอ และจะแคบยิ่งขึ้น ส่งผลให้กระดูก หรือหมอนรองกระดูกที่ยื่นออกมา มีโอกาสไปกดทับ และเบียดกับเส้นประสาทไขสันหลังได้ ทำให้คนๆ นั้น เกิดอาการปวดชาตามแนวเส้นประสาทนั่นเอง

ดังนั้น คุณผู้หญิง ไม่ว่าจะคุณแม่บ้าน หรือคุณลูกสาว ที่มักไปสระผมตามร้านเสริมสวย ซึ่งท่านอนสระที่ต้องแหงนคอบนเตียงสระผมเป็นเวลานาน อาจทำให้ช่องที่เส้นประสาทแคบลงได้ หรือในบางคนอาจจะมีการกดทับเส้นประสาทเกิดขึ้นได้ โดยอาการจะแปรผันไปตามความบ่อยของการไปนอนสระผม ทำให้บางครั้งเส้นประสาทไขสันหลังส่วนคอได้รับบาดเจ็บอย่างถาวร จนเกิดอาการของการกดทับเส้นประสาทเกิดขึ้น อย่างไรก็ดี ได้มีการศึกษา และเรียกอาการในกลุ่มอาการนี้ว่า 'Salon sink syndrome'

"ผู้ที่มีความเสี่ยงคือ ผู้หญิงที่สระผมตามร้านบ่อยๆ ขณะเดียวกัน ถ้าไปสระผมบ่อยๆ ในรายที่มีอายุมาก ก็อาจมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ที่มีอายุน้อย เนื่องจากมีภาวะกระดูกคอเสื่อม หรือหมอนรองกระดูกคอเสื่อมอยู่แล้ว ทั้งนี้ รวมไปถึงในรายที่เคยมีประวัติปวดคอ หรือการบาดเจ็บที่คอก็มีความเสี่ยงมากเช่นกัน เพราะเคยมีหมอนรองกระดูกคอเคลื่อนหรือกระดูกงอกในบริเวณนั้นอยู่แล้ว"

ดังนั้น การป้องกันที่ดี คุณหมอให้คำแนะนำว่า หลีกเลี่ยงการไปนอนสระผม โดยท่าแหงนคอบ่อยๆ แต่ถ้ามีความจำเป็น อาจจะต้องยอมนอนให้ศีรษะต่ำลงมา ถึงแม้ว่าจะทำให้เปียกบ้างก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง ไม่ว่าจะเข้าร้านบ่อยครั้งๆ ทั้งๆ ที่มีอายุมากแล้ว ก็ควรหลีกเลี่ยงท่าทางการนอนสระผมในท่านอนหงายแหงนคอบนเตียงสระผมให้น้อยลง แต่หากว่ามีอาการปวดคอ โดยเฉพาะอาการปวดร้าวมาที่ไหล่ สะบัก หรือแขน

นอกจากนี้ ถ้ามีอาการชา หรือยิบๆ ที่แขน และมือ หรือรู้สึกว่า กล้ามเนื้อแขนอ่อนแรงภายหลังการสระผม และเมื่อพักแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้น ให้ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลังเพื่อได้รับการวินิจฉัย และการรักษาที่ถูกต้องต่อไป ซึ่งการรักษาจะมีตั้งแต่กินยา ทำกายภาพบำบัด หรือการผ่าตัด

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Cold Water ผลการดื่มน้ำเย็นหลังอาหาร......‏

EFFECTS OF COLD WATER
Please be a true friend and send this article
to all your friends you care about.


For those who like to drink cold water, this article is applicable to you.
บทความนี้ สำหรับคนที่ชอบกินน้ำเย็น โดยเฉพาะ
It is nice to have a cup of cold drink after a meal. However, the cold water will solidify the oily stuff that you have just consumed.
เวลาได้กินน้ำเย็นๆ ซักแก้ว หลังอาหาร รู้สึกมันชื่นใจดีใช่มั้ยครับ
แต่ว่า น้ำเย็นจะทำให้ไขมันที่คุณเพิ่งกินเข้าไปเมื่อกี๊จับตัวเป็นไขขึ้นมา
It will slow down the digestion. Once this 'sludge' reacts with the acid, it will break down and be absorbed by the intestine faster than the solid food. It will line the intestine. Very soon, this will turn into fats and lead to cancer. It is best to drink hot soup or warm water after a meal.
ซึ่งจะส่งผลให้การย่อยอาหารช้าลง ถ้าคราบไขมันเหล่านี้ไปทำปฏิกิริยากับกรด มันจะแตกตัวแล้วจะถูกดูดซึมไปที่ลำไส้ ไขมันที่แตกตัวนี้จะดูดซึมได้เร็วกว่าอาหารทั่วไป แล้วก็จะเริ่มเคลือบลำไส้ของเราไว้ ( ด้านใน) ในไม่ช้า มันก็จะแปรสภาพเป็นไขมันก้อนๆ และเป็นบ่อเกิดของมะเร็งในที่สุด
ดังนั้น ควรดื่มน้ำอุ่นหลังอาหารดีกว่า

A serious note about heart attacks - You should know that not every heart attack symptom is going to be the left arm hurting. Be aware of intense pain in the jaw line.
ขอเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของโรคหัวใจ เวลาที่เกิดอาการ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเจ็บที่แขนซ้ายเสมอไป
ถ้าคุณมีอาการปวดกรามหรือขากรรไกรก็อาจจะเป็นสัญญาณของโรคหัวใจได้

You may never have the first chest pain during the course of a heart attack. Nausea and intense sweating are also common symptoms. 60% of people who have a heart attack while they are asleep do not wake up. Pain in the jaw can wake you fro m a sound sleep. Let's be careful and be aware. The more we know the better chance we could survive.
แม้ว่าคุณจะเป็นโรคหัวใจ แต่คุณก็ไม่จำเป็นต้อง มีอาการเจ็บหน้าอก อาการเหงื่อออก คลื่นไส้ ก็เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้กับโรคทั่วๆไป 60 % ของคนที่โรคหัวใจกำเริบขณะหลับมันจะไม่ตื่น ( อีกเลยรึเปล่าก็ไม่รู้) แต่อาการปวดกราม อาจจะทำให้คุณตื่นขึ้นมากลางดึกได้ ก็ให้ระวังดูและตัวเอง ถ้ามีอาการเหล่านี้

A cardiologist says if everyone who reads this message sends it to 10 people, you can be sure that we'll save at least one life. Read this & Send the link to a friend. It could save a life. So, please be a true friend and send this article to all your friends you care about.
ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจกล่าวว่า ถ้าคุณช่วยส่งเมล์นี้ต่อให้คนอื่นๆ ซัก 10 คน อาจจะช่วยชีวิตคนไว้ได้
อย่างน้อยคนนึง ช่วยเพื่อนๆ และคนที่คุณรักด้วยการส่งเมล์นี้ต่อให้กับเพื่อนๆ ของคุณ

ขอบคุณ...‏
















หมวกกันน๊อครุ่นล่า‏




อ่านให้จบแล้วเลือกด้วยน๊า ^^‏

ช่วยอ่านให้จบนะค่ะแล้วเลือกว่าจะทำอย่างไหน




ในวันสุดท้ายก่อนวันคริสต์มาส ฉันรีบไปยังซุปเปอร์มาร์เก็ต




เพื่อซื้อของขวัญที่ฉันไม่ได้ซื้อไว้แต่เนิ่นๆ




เมื่อฉันเห็นผู้คนทั้งหมดที่นั่น ฉันก็เริ่มบ่นกับตัวเอง




ฉันคงต้องเสียเวลาเป็นชาติที่นี่แน่ๆ ฉันควรไปที่อื่นดีกว่า




คริสต์มาสนี่ทำให้รู้สึกแออัดและน่ารำคาญขึ้นทุกๆปีจริงๆ




สิ่งที่ฉันอยากจะทำคือเอนตัวลงนอนแล้วก็หลับไปและตื่นขึ้นมาเมื่อเวลานี้ผ่านพ้นไปแล้วจริงๆ




แต่ถึงยังไงฉันก็ยังไปที่แผนกของเล่น




และฉันก็เริ่มหัวเสียเกี่ยวกับราคาของมันและแปลกใจว่า




เด็กๆเนี่ยเล่นของเล่นที่แพงขนาดนี้เชียวหรือ





ขณะที่กำลังเดินดูของอยู่ในแผนกของเล่นนั้น




ฉันสังเกตเห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่ง อายุประมาณ 5 ขวบ กำลังอุ้มตุ๊กตาไว้แนบกับอก เขาค่อยๆลูบผมของตุ๊กตานั้นและมองดูอย่างเศร้าสร้อย




ฉันสงสัยว่าเด็กผู้ชายคนนี้จะเอาตุ๊กตาไปให้ใครกัน




เด็กผู้ชายคนนั้นหันไปหาหญิงชราที่อยู่ข้างๆ




'คุณย่าแน่ใจหรือฮะว่าเงินของผมมีไม่พอ'




หญิงชราตอบว่า 'หลานก็รู้นี่ว่าหลานมีเงินไม่พอที่จะซื้อตุ๊กตาตัวนี้หรอก'




หลังจากนั้นหญิงชราก็บอกให้เขารออยู่ตรงนั้นประมาณ 5 นาทีระหว่างที่เธอจะไปเดินดูรอบๆ




แล้วเธอก็จากไปอย่างรวดเร็ว เด็กชายยังคงอุ้มตุ๊กตาอยู่ในมือ




ในที่สุดฉันก็เริ่มเดินเข้าไปหาเขา




ฉันถามเค้าว่าเค้าจะเอาตุ๊กตาตัวนั้นไปให้ใคร





มันเป็นตุ๊กตาที่น้องสาวของผมชอบที่สุดฮะ





และเธอก็อยากจะได้มันมากเป็นของขวัญวันคริสต์มาส




เธอมั่นใจมากว่าซานตาคลอสจะให้ตุ๊กตาตัวนี้แก่เธอ'





ฉันบอกเค้าว่า ซานตาคลอสจะให้ตุ๊กตานี้แก่น้องสาวของเขาแน่ๆ




และก็ไม่ต้องกังวลหรอก





(มาถึงตรงนี้ นึกหละสิครับว่า เรื่องนี้ จะเหมือนกับเรื่องปกติทั่วๆไปที่คุณเคยอ่าน เดาผิดแล้วหละครับ ลองอ่านต่อสิครับ...)




แต่เขาตอบฉันด้วยท่าทางเศร้าสลดว่า




'ไม่หรอกฮะ ซานตาคลอสไม่สามารถเอาตุ๊กตานี้ไปให้เธอในที่ๆเธออยู่ตอนนี้ได้





ผมจะเอาตุ๊กตาตัวนี้ไปให้แม่




แม่จะได้เอาตุ๊กตานี้ไปให้เธอเมื่อแม่ไปที่นั่น'




ดวงตาของเขาเศร้ามากขณะที่เขาพูดต่อไป




'น้องสาวของผมไปอยู่บนสวรรค์




พ่อบอกว่าแม่ก็จะไปเหมือนกันในเร็วๆนี้




ผมก็เลยคิดว่าแม่น่าจะเอามันไปให้น้องสาวของผมได้'




หัวใจของฉันเกือบจะหยุดเต้น เด็กชายเงยหน้ามองฉันแล้วพูดว่า





'ผมบอกพ่อให้บอกแม่ว่าอย่าพึ่งไปให้รอผมจนกว่าผมจะกลับจากซุปเปอร์มาร์เก็ตฮะ'




แล้วเขาก็หยิบรูปที่น่ารักมากของเขาซึ่งกำลังหัวเราะให้ฉันดู แล้วก็บอกว่า




'ผมอยากให้แม่เอารูปนี้ไปด้วยฮะเธอจะได้ไม่ลืมผม





ผมรักแม่ฮะและผมก็หวังว่าเธอจะไม่ต้องจากผมไป




แต่พ่อบอกว่าเธอต้องไปอยู่กับน้องสาวของผม'




แล้วเขาก็จ้องมองตุ๊กตาอีกครั้งอย่าอาลัย




ฉันรีบคว้ากระเป๋าตังออกมาอย่างรวดเร็ว




หยิบธนบัตรออกมา 2-3ใบ แล้วพูดว่า 'ทำไมเราไม่ลองตรวจดูอีกที เผื่อว่าเราจะมีเงินพอ'




'ตกลงฮะ' เขาพูด 'ผมหวังว่าผมจะมีเงินพอนะฮะ'




ฉันแอบใส่เงินของฉันลงในกระเป๋าตังของเขาโดยไม่ให้เขาเห็นแล้วเขาก็เริ่มนับมัน




มันไม่ได้มีเงินแค่พอซื้อตุ๊กตาเท่านั้น แต่ยังเหลืออีกด้วย เด็กชายพูด




'ขอบคุณพระเจ้าที่ประทานเงินให้ผมฮะ' เขามองฉัน แล้วพูดเสริมว่า




'ผมอธิษฐานกับพระเจ้าก่อนนอนเมื่อวานฮะ





ว่าขอให้ผมมีเงินพอที่จะซื้อตุ๊กตาตัวนี้เพื่อแม่จะได้เอาไปให้น้องสาวของผมฮะ แล้วพระองค์ก็ได้ยิน




ความจริงผมอยากได้เงินที่จะซื้อกุหลาบสีขาวให้แม่ด้วยฮะ แต่ผมไม่กล้าขอมากเกินไป




แต่พระองค์ก็ให้เงินผมมากพอที่จะซื้อทั้งตุ๊กตาและกุหลาบ




แม่ของผมชอบกุหลาบขาวฮะ'




2-3 นาทีต่อมา หญิงชราก็กลับมา




ฉันเดินออกมากับรถเข็นของฉัน(รถเข็นที่ใช้ในซุปเปอร์มาร์เก็ตอะ)




ฉันซื้อของจนเสร็จด้วยความรู้สึกที่ต่างจากตอนมาโดยสิ้นเชิง





ฉันไม่สามารถเอาภาพของเด็กชายคนนั้นออกจากจิตใจฉันได้





หลังจากนั้นฉันก็จำข่าวที่อยู่ในหนังสือพิมพ์เมื่อ 2 วันก่อนได้





มันบอกว่าคนขับรถบรรทุกที่เมาเหล้าคนหนึ่งขับรถชนรถอีกคันหนึ่งที่มีหญิงสาวคนหนึ่งกับเด็กหญิงตัวเล็กๆในรถ




เด็กหญิงคนนั้นเสียชีวิตทันที แต่แม่ของเธออยู่ในขั้นบาดเจ็บสาหัส





ครอบครัวของพวกเขาต้องตัดสินใจว่าจะดึงปลั๊กเครื่องช่วยหายใจดีหรือไม่




เพราะถึงยังไงเธอก็ไม่สามารถดีขึ้นไปกว่าขั้นโคม่าได้




ครอบครัวนี้จะเป็นของเด็กชายคนนั้นรึเปล่านะ




2 วันหลังจากได้พบกับเด็กชายคนนั้น



ฉันอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ว่า หญิงสาวคนนั้นได้เสียชีวิตแล้ว



ฉันไม่สามารถหยุดตัวเองไว้ได้ที่จะไปซื้อกุหลาบช่อหนึ่ง แล้วไปที่ Mortuary




ซึ่งร่างของหญิงคนนั้นได้ถูกเปิดให้คนได้ดูและอธิษฐานเป็นครั้งสุดท้ายก่อนฝัง


เธออยู่ในนั้น



ในโลงศพของเธอในมือมีดอกกุหลาบสีขาวดอกหนึ่งกับรูปถ่ายของเด็กชายคนนั้น



และมีตุ๊กตาวางอยู่บนหน้าอก




ฉันออกไปข้างนอกทั้งน้ำตารู้สึกว่าชีวิตของฉันได้เปลี่ยนไปตลอดกาล




ความรักที่เด็กผู้ชายคนนี้มีให้แม่และน้องสาวของเขานั้นจะยังคงอยู่ยืนยาวสุดแก่การจินตนาการ



แต่เพียงแค่เศษเสี้ยววินาทีเท่านั้น



คนดื่มเหล้าคนหนึ่งก็ได้พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเค้า







ตอนนี้คุณมี 2 ตัวเลือก





1. ส่งข้อความนี้ให้แก่ทุกคนที่คุณรู้จัก





2. ลบข้อความนี้ทิ้งราวกับว่ามันไม่เคยทำให้คุณรู้สึกซาบซึ้ง



ถ้าคุณส่งข้อความนี้ บางที...


คุณอาจได้ช่วยป้องกันไม่ให้บางคนที่เมาแล้วขับก็ได้ เพื่อนเหมือนกับนางฟ้าที่ช่วยเราบินในยามที่ปีกของเราหลงลืมวิธีแห่งการบิน 'ทีม คือกลุ่มคนที่อาจจะมี ประสบการณ์ พรสวรรค์ หรือระดับการศึกษาที่ไม่เท่ากัน แต่อยู่ในหน้าที่เดียวกัน'

เมาไม่ขับเด็ดขาด ทุกครั้งที่เมาแล้วต้องไม่ขับรถ

คิดถึงเรื่องนี้เอาไว้ แล้วนั่งรถแท๊กซี่กลับบ้าน ช่วยๆกัน forward ต่อด้วยนะ อย่างน้อย น่าจะช่วยใครได้สักคน หวังเอาไว้อย่างงั๊น *

*1669‏ กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน (เผื่อเป็นประโยชน์)

กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน (เผื่อเป็นประโยชน์)
รู้ไว้ใช่ว่า.. เมื่อเจ็บป่วย ฉุกเฉิน นอกจากช่วยเหลือตนเองแล้ว ขณะนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
ได้จัดระบบช่วยเหลือผู้ประสบภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉินดังกล่าวนี้
เพียง กดโทรศัพท์ไปที่ หมายเลข * 1669
จะมีคำแนะนำให้และหากจำเป็นจะมี หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินไปช่วยเหลือคุณถึงที่เกิดเหตุ ( ฟรี)
ซึ่งขณะนี้เราจัดได้ เกือบทุกที่ทั่วประเทศไทย ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทั้งวันทำการและวันหยุด แล้ว
ป่วยฉุกเฉินโทรหมายเลข * 1669
* ส่งต่อไปให้ทราบทั่วๆ กันด้วยครับ จักเป็นพระคุณยิ่ง
นพ. สุรจิต สุนทรธรรม
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
สำนักงานหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ

หยิบบัตรประชาชนขึ้นมาเลยค๊าพี่น้อง (แม่นมากๆๆ)‏

Subject: FW: หยิบบัตรประชาชนขึ้นมาเลยค๊าพี่น้อง (แม่นมากๆๆ)


ตรงจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เลขที่บัตรประชาชน 2 ตัวท้ายหมายเลขอะไร?
หยิบ บัตรประชาชนขึ้นมาแล้วรีบตรวจสอบดูว่าเลขที่บัตรประชาชน 2 ตัวท้ายหมายเลขอะไร ? จากนั้นนำมาค้นหาความเป็นตัวจริงของคุณ รักร้อน ๆ และจุดอ่อนได้ที่นี่
เลข 01, 10, 19, 28, 37, 46, 55, 64, 73, 82, 91 ตัวจริงของคุณ : เป็น คนที่มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง มีคุณธรรมและเมตตาธรรม จิตใจดีมีความรับผิดชอบสูง ชอบช่วยเหลือผู้อื่น เฉลียวฉลาด ปราดเปรื่อง มีปฏิภาณในไหวพริบอันยอดเยี่ยม เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปรารถนาการเป็นบุคคลแถวหน้า และการได้รับความยอมรับนับถือจากผู้คนรอบข้าง รักร้อน ๆ : ชอบเพศตรงข้ามที่มีความเป็นผู้นำ แต่ขณะเดียวกันก็ยังหลงไหลในความอ่อนโยน อ่อนหวาน และอ่อนไหวของใครบางคน จุดอ่อน : คุณเป็นคนที่มีโอกาส แต่ต้องพลาดจังหวะดี ๆ ในชีวิตไป หลายครั้ง ก็เพราะเกิดอาการลังเลกล้า ๆ กลัว ๆ และไม่ชอบเสี่ยง !

เลข 02, 11, 20, 29, 38, 47, 56, 65, 74, 83, 92 ตัวจริงของคุณ : เป็น คนอ่อนหวาน นุ่มนวลกริยามารยาทเรียบร้อย มีความประนีประนอมสูง รักสันติ อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนที่ปากตรงกับใจ คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ซื่อสัตย์ ซื่อตรง และมีอุดมการณ์ รักเพื่อนฝูง รักครอบครัว และรักบ้าน มีจิตใจละเอียดอ่อน มีพรสวรรค์และชั้นเชิงในงานศิลปะทุกรูปแบบ รักร้อน ๆ : คุณต้องการใครสักคน ที่ทำให้คุณรู้สึกอบอุ่น มั่นคง และเป็นตัวของตัวเอง จุดอ่อน : ! คุณเป็นคนหูเบา เชื่อคนง่าย ไม่รู้จักแยกแยะผิดถูก มักเดือนดร้อน และเสียชื่อเสียงเพราะตกเป็นเหยื่อของผู้ที่มีเล่ห์เหลื่ยมแพรวพราว

เลข 03, 12, 21, 30, 39, 48, 57, 66, 75, 84, 93 ตัวจริงของคุณ : เป็น คนมีมนุษย์สัมพันธ์ดี มีความประนีประนอมสูง ปรับตัวเก่ง ช่างเอาอกเอาใจ และแคร์ความรู้สึกของคนชิดใกล้ ร่ำรวยรอยยิ้มและอารมณ์ขัน มองโลกในแง่ดี ไม่มีพิษสงอะไรกับใครเขา ปรารถนาให้ทุก ๆ คนในชีวิตมีแต่ความสงบสุข เป็นคนที่ไม่ชอบย่ำอยู่กับที่ จึงขวนขวายศึกษาหาความรู้ใหม่ ๆ ใส่ตัวอยู่เสมอ รักร้อน ๆ : เก่งมาจากไหน ก็แพ้หัวใจใครสักคนที่อยู่ด้วยแล้วอบอุ่น คอยดูแลเอาใจใส่ยามอยู่ใกล้ และคอยห่วงใยยามอยู่ไกลกัน จุดอ่อน : เป็นคนที่มีจุดมุ่งหมายในชีวิตไม่ชัดเจน เปลื่ยนแปลงบ่อยตามสภาพแวดล้อม

เลข 04, 13, 22, 31, 40, 49, 58, 67, 76, 85, 94 ตัวจริงของคุณ : เป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัว พูดน้อย ชอบทำอะไรเงียบ ๆ คนเดียว โดดเดี่ยวและรักอิสระ เป็นคนฉลาดคิดและฉลาดทำ ช่างเลือก และชอบการวางแผนล่วงหน้า เชื่อมั่นในความคิดของตัวเองเสมอ ไม่ว่าจะเป็นแนวความคิดที่แปลกพิสดารเพียงไร รักร้อน ๆ : เป็นคนชอบทดลอง ชอบความแปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำแบบใคร ดังนั้นใครบางคนที่มากับเรื่องเซอร์ไพร์ส จะสร้างความประทับใจให้คุณอยู่เสมอ จุดอ่อน : คุณเป็นคนอารมณ์ร้อน โมโหร้าย และเผลอทำอะไรไปโดยไม่ได้ยั้งคิด แต่ยังดีที่เป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว

เลข 05, 14, 23, 32, 41, 50, 59, 68, 77, 86, 95 ตัวจริงของคุณ : เป็นคนที่ทำอะไรรวดเร็ว กระตือรือร้น และไม่ชอบหยุดนิ่งอยู่กับที่ เสาะแสวงหาสิ่งแปลกใหม่อยู่ร่ำไป ร่าเริงแจ่มใส ไม่เคร่งเครียด มองทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย หากตั้งใจและลงมือทำ ย่อมประสบผลสำเร็จได้ไม่ยาก รอบคอบและถี่ถ้วน ใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ประมาท ถือหลักปลอดภัยไว้ก่อน รักร้อน ๆ : คุณไม่ชอบเดินทางไกล ไม่ชอบการผจญภัย ไม่ชอบสถานที่แคบ ๆ และไม่ชอบคนใจแคบ คุณจึงชอบความรักที่เรียบง่าย ไม่ยุ่ง! ยาก ไม่วุ่นวายสับสน ขณะเดียวกันก็มีอิสระเสรี มีความเชื่อมั่นในกันและกัน จุดอ่อน : คุณเป็นคนที่ชอบสัญญาหรือรับปากใครต่อใครไว้ก่อน ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะทำได้จริงหรือเปล่า เมื่อทำไม่ได้ (ทั้งที่ได้พยายามแล้ว) จึงทำให้คุณดูเหมือนเป็นคนที่ไม่น่าเชื่อถือและไว้วางใจ

เลข 06, 15, 24, 33, 42, 51, 60, 69, 78, 87, 96 ตัวจริงของคุณ : เป็นคนสุภาพเรียบร้อย กริยามารยาทน่มนวล อ่อนช้อย พูดจาไพเราะมักมีอุดมการณ์ และทัศนคติส่วนตัวที่ไม่เหมือนใคร และพร้อมที่จะโดดเดี่ยวตามลำพังเพื่อความฝันของตัวเอง มีเหตุผล และเป็นคนช่างคิด รักร้อน ๆ : คุณเสาะแสวงหาใครสักคนที่ซื่อสัตย์ จงรักภักดี เสมอต้นเสมอปลาย และไว้วางใจได้ จุดอ่อน : เป็นคนที่เห็นแก่พวกพ้องมากกว่าสิ่งอื่นใด ใจอ่อน และไม่เ! ป็นตัวของตัวเอง

เลข 07, 16, 25, 34, 43, 52, 61, 70, 79, 88, 97 ตัวจริงของคุณ : เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตัว พูดน้อย พูดจริง ไม่ชอบการคุยโม้โอ้อวด หรือการยกตนข่มท่าน สติปัญญาดี มีความเจริญก้าวหน้าในการศึกษาและอาชีพ รู้ว่าตัวเองมีข้อดีข้อด้อยที่ตรงไหน และพร้อมที่จะปรับปรุง เป็นคนที่ดูแลและรักษาสุขภาพของตัวเองพิถีพิถัน และเฉลียวฉลาดในการดำเนินชีวิต รักร้อน ๆ : คุณหลงใหลใครสักคนที่เดิมไปด้วยจินตนาการ แรงบันดาลใจ และเอกสักษณ์เฉพาะตัว จุดอ่อน :! เป็นคนมุ่งมั่นและเอาจริงเอาจังกับหน้าที่การงานและความสำเร็จ จนละเลยเรื่องรักและความรู้สึกลึก ๆ ข้างใน

เลข 08, 17, 26, 35, 44, 53, 62, 71, 80, 89, 98 ตัวจริงของคุณ : เป็นคนที่ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ตรงไปตรงมา กล้าในส่งที่ควรกล้า และเป็นคนที่กล้าทำก็กล้ารับ หนักแน่นอดทนเข็มแข็งและมั่นคง สุขุมและเยือกเย็น รอบคอบ และพิถีพิถันในทุกขั้นตอนของการดำเนินชีวิต รักร้อน ๆ : คุณชอบความหรูหราเป็นที่สุด และคุณเชื่อเสมอมาและจะเชื่อตลอดไปว่า ในโลกนีไม่มีของดีราคาถูก และความรักของคุณก็คือการลงทุนชนิดหนึ่ง จุดอ่อน : รักงานมากกว่าสุขภาพ หรือคนรัก

เลข 09, 18, 27, 36, 45, 54, 63, 72, 81, 90, 99 ตัวจริงของคุณ : เป็นคนหัวโบราณ เคร่งครัดต่อกฏเกณฑ์ และประเพณีนิยม ซื่อสัตย์ และมีความยุติธรรมประจำหัวใจ ดื้อรั้น มุ่งมั่นและมีความฝันเป็นของตัวเอง อดทนและทานทนต่อทุกสภาวการณ์ ทะเยอทะยานเป็นระยะ ตามจังหวะของแรงขวัญและกำลังใจ เคร่งเครียด เอาจริงเอาจังกับการดำเนินชีวิต เมื่อพลาดและผิดมักไม่ยอมให้อภัยตัวเอง ชอบมองโลกในแง่ร้าย แต่ไม่เคยคิดร้ายใคร รักร้อน ๆ : คุณต้องการใครสักคนที่พร้อมจะอยู่เคียงค้างคุณอย่างเชื่อมั่น ด้วยแนวคิดและทัศนคติที่สอดคล้องต้องกัน จุดอ่อน : วู่วามและออกจะหุนหันพลันแล่นไปบ้าง ในยามที่ไม่สบอารมณ์ หรือมีบางส! ิ่งบางอย่างผิดพลาดไปจากความคาดหมาย

เตือนภัยผู้หญิงทุกคน ระวัง!!มารสังคมที่มาอาศัย ห่มผ้าเหลือง‏






คนสมัยนี้มันเลวจริงๆ


เตือนภัยสาวๆ ระวัง!!มารสังคมที่มาอาศัย ห่มผ้าเหลือง

เตือนภัยสาวๆ ระวัง!!มารสังคมที่ห่มผ้าเหลือง

รายการผู้หญิงถึงผู้หญิง
มีผู้ชมทางบ้านซึ่งเป็นเหยื่อ โทร.มาเล่าให้ทางรายการฟังดังนี้

เธอ กำลังเลือกหาซื้อหนังสืออยู่ในห้างแห่งหนึ่ง
มีคนหัวโล้นนุ่งผ้าเหลืองมาพูดจาสุภาพว่า
"โยม อาตมาเพิ่งมาห้างนี้ครั้งแรก ไม่รู้ว่าจะไปซื้อ...ได้ที่ไหน"
(ฟังไม่ทันว่า ....คืออะไร ขออภัยด้วย)
หญิงสาวได้ยินดังนั้น จึงบอกทางว่าเดินไป
ข้างหน้าอยู่ซ้ายมือ แล้วอ่านหนังสือต่อ

สักพักคนหัวโล้นนั้นเดินกลับมา บอกว่า
"ขอโทษเถอะโยม อาตมามีเงินไม่พอ ขาดอีก 57 บาท
โยมช่วยไปจ่ายให้ก่อนได้ไหม เดี๋ยวจะเอาเงินคืนให้
จากลูกศิษย์ที่รออยู่ในรถหน้าห้าง"

หญิง สาวจะปฏิเสธ ก็จะกลายเป็นคนใจดำ
จึงไปช่วยจ่ายเงินให้ แล้วเดินไปหน้าห้างด้วยกัน
พอเจอลูกศิษย์นั่งรอในรถ คนหัวโล้นก็พูดว่า
เอาเงินคืนโยมไป ลูกศิษย์ก็แกล้งทำเป็นตกใจ
หยิบกระเป็าที่ไม่มีตังค์เปิดออกมา เหมือนจงใจให้หญิงสาวดูว่า
"อ้าว ไม่ได้พกตังค์มา ....ถ้างั้นไปกดที่ ATM ที่อยู่หัวมุมถนนโน้นละกัน"
(จะหลอกให้หญิงสาวขึ้นรถไปด้วย)

หญิงสาวบอกว่า ATM ที่ห้างนี้ก็มี ลูกศิษย์อ้างว่า
ถ้ากด ATM ในห้าง จะต้องขับรถอ้อมห้างอีก
เสียเวลาหญิงสาวบอกว่า ถ้างั้นไม่เป็นไร
(เธอคิดว่า ทำบุญ 57 บาท) คนหัวโล้นพูดว่า
ไม่ได้หรอกโยม อาตมายืมก็ส่วนยืม ถ้าไม่คืน
จะเป็นหนี้ค้างกันไปถึงชาติหน้า (อ้างไปเรื่อยให้เหยื่อตายใจ)

พอขึ้นรถไป ก็ไปนิดเดียว ไม่ไกลจากห้างจริงๆ
แต่ไม่ใช่ตู้ ATM มันเป็น ม่านรูด !!!!

หญิง สาวเล่าให้ทีมงานรายการฟังว่า
จากคนที่ท่าทางสุภาพ ห่มผ้าเหลืองที่เธอคิดว่าเป็นพระนั้น
พอเกือบถึงโรงแรมม่านรูด ก็ชกท้องเธอ
จากนั้นเธอโดนข่มขืนและรูดทรัพย์

สุดท้ายถูกนำมาปล่อยตัวใกล้ๆ ม่านรูด
โดยที่เธอไม่มีหลักฐานอะไรเพื่อเอาเรื่องพวกมันได้เลย
อยาก ให้หญิงสาวทุกคนอ่านไว้เป็นอุทาหรณ์
ไม่ว่าจะมาในรูปแบบใด ห้ามขึ้นรถผู้ชายที่ไม่รู้จักเด็ดขาด
ไม่ต้องไปเกรงใจว่ามันเป็นใคร ยิ่งอยู่ในห้าง
เราสามารถหาผู้ชายคนอื่นช่วยแทนได้

BUTT EXERCISE‏

เก้าอี้แห่งชีวิต Chairs of Life...‏

The Chairs of Life

人一生的椅子.....เก้าอี้แห่งชีวิต





唉~沒有人能例外,爭什麼?!
ไม่มีใครไม่ผ่านเก้าอี้เหล่านี้ แล้วเราจะช่วงชิงกันเพื่ออะไร?
Everyone has to pass all these chairs. Why and what for do we still trying to compete one another?

49 วันหลังความตาย รีบๆทำบุญไว้มากๆนะครับ‏

ไขปริศนา 49 วัน ชีวิตหลังความตาย

มนุษย์และสัตว์มิได้สิ้นสุดที่ความตาย เพราะการ "ตาย" หมายถึง สภาพร่างกายที่ไม่สามารถให้บริการแก่จิตวิญญาณใช้งานต่อไปได้อีก วิญญาณยังคงอยู่ ถึงแม้ร่างกายจะหมดอายุขัยไปแล้ว ทั้งนี้สภาพการตายจะบ่งบอกให้รู้ว่าจิตวิญญาณนั้นไปสุคติหรือลงสู่นรกภูมิ



1. ตอนตายใหม่ ถ้าหากสีหน้าปกติ ร่างกายอ่อนนิ่ม สีหน้าเหมือนคนมีชีวิตอยู่ เนื่องจากได้บรรลุธรรม ดวงวิญญาณจะไปสู่สุคติ

2. ตอนตายใหม่ๆ หน้าตาซีดผาด เหมือนคนตกใจ แสดงว่าวิญญาณได้ตกสู่นรกแล้ว

3. ตอนตายใหม่ๆ ร่างกายแข็งทื่อ หน้าตาน่ากลัว เพราะความตกใจ บางคนจะกรีดร้องเสียงคล้ายสัตว์ คนเหล่านี้จะไปเกิดเป็น สัตว์ 4 ชนิด สังเกตได้จากตา หู จมูก ปาก ตาจะมีน้ำตาออก หูจะมีขี้หู จมูกจะมีน้ำมูก ปากจะมีน้ำลายฟูมปาก เป็นทวารที่ไม่สะอาด 4 ช่องทาง เมื่อจิตวิญญาณออกทางนี้ จะเกิดเป็นสัตว์ 4 ประเภท





- ตา ชอบดูสิ่งเหลวไหล ลุ่มหลงในรูปต่างๆ คนเหล่านี้เวลาใกล้ตาย ดวงตาจะเบิกกว้าง จะไปเกิดเป็นสัตว์ปีก (เกิดออกจากไข่)

- หู ชอบฟังเรื่องเหลวไหล เรื่องซุบซิบนินทา คนเหล่านี้เวลาตาย หูจะชันขึ้น จะไปเกิดเป็นสัตว์ที่เกิดจากครรภ์ เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย

- จมูก ชื่นชมกลิ่นคาวโลกีย์ เช่น เงินทอง สุรา นารี การพนัน ชื่อเสียงลาภยศ และค่านิยมที่ผิดศีลธรรม ฯลฯ จะไปเกิดเป็นแมลง มด ยุง แมลงวัน ฯลฯ บาปหนักมาก วิญญาณจึงถูกตีเป็นเศษวิญญาณ

- ปาก ชอบพูดเรื่องเหลวไหล พูดนินทา พูดวิจารณ์ พูดกล่าวร้ายป้ายสี ด่าคำหยาบคาย คนเหล่านี้เวลาตาย ปากจะอ้าค้างอยู่ตลอด จะเกิดเป็นสัตว์น้ำ ไปอยู่กับรสชาติที่โสโครกและสกปรก



เมื่อออกจากร่าง วิญญาณจะไปที่ไหน?

ดวงวิญญาณที่ออกจากร่างในตอนแรก จะวนเวียนอยู่บริเวณนั้น พอได้สติก็จะมีท่านมัจจุราชทำหน้าที่มานำเอาวิญญาณของมนุษย์หรือสัตว์ที่ชะตาถึงฆาต พาไปยังยมโลก เพื่อตรวจสอบบาปบุญความดีความชั่ว ในขณะที่มีชีวิตอยู่



วิญญาณบาปจะถูกนำตัวส่งไปนรก 8 ขุมใหญ่ แต่ละขุมแบ่งย่อยขุมละ 36 แห่ง แต่ละแห่งมีการลงทัณฑ์และทรมานอีก 800 ด่าน แต่ละด่านมีเครื่องทรมานนับไม่ถ้วน วิญญาณบางดวงอาจตกนรกทั้ง 8 ขุมเลยก็มี โดยเฉพาะคนที่ทำกรรมชั่วมหันต์ หรือเรียกว่า "อนันตริยกรรม" มีอยู่ 5 อย่าง คือ 1.ฆ่าพ่อ 2. ฆ่าแม่ 3. ฆ่าพระอรหันต์ 4. ยุยงสงฆ์ให้แตกแยก 5. ทำร้ายพระพทุธเจ้าห้อเลือด

หลังจากที่คนเราตายประมาณ 1-2 วัน ปกติแล้ว เขาจะไม่รู้ว่าตัวเองตาย 7 วันให้หลังเขาจึงรู้ว่าตนเองตายแล้ว วิญญาณจะถูกกักบริเวณไว้ 49 วันเพื่อร อพิจารณาคดี ในระหว่างนั้นผู้ตายก็กำลังรอบุญกุศลจากลูกหลานทางโลกที่กำลังง่วนอยู่กับงานศพ

เรามาดูปรากฏการณ์ 49 วัน ชีวิตหลังความตาย ขณะที่วิญญาณของผู้ตายออกจากร่าง ชีวิตหลังความตายก็เริ่มต้นเปิดฉากขึ้นในโลกที่ผู้ตายต้องเข้าไปเพียงลำพังเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดเลยที่สามารถเอาติดตัวจากโลกมนุษย์ได้ เว้นเสียแต่บาปกับบุญเท่านั้น

เจ็ดวันรอบแรก

วิญญาณผู้ตายต้องเดินผ่านดงหมาป่า ซึ่งมีฝูงหมาป่าดุร้ายเหมือนเสือขวางทาง เมื่อวิญญาณบาปไปถึง ก็เกิดหวาดกลัวไม่กล้าเดินต่อไป ฝูงหมาป่าเห็นดังนั้น ก็กระโจนเข้าขย้ำขบกัดวิญญาณบาปจนเลือดท่วมตัว กรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทุกขเวทนา

ส่วนวิญญาณผู้ประกอบกรรมดี เมื่อมาถึงดงหมาป่า ก็จะมีหมู่เทวทูตคอยพิทักษ์คุ้มครอง พวกหมาป่าได้แต่นิ ่งเฉย ไม่กล้าทำอะไร จึงผ่านไปได้โดยปลอดภัย

เจ็ดวันรอบที่ สอง

เมื่อวิญญาณผู้ตายมาถึงด่านประตูผี เจ้าหน้าที่ผู้รักษาด่าน เมื่อเห็นเป็นวิญญาณบาป ก็จะทุบตีอย่างไม่ปรานี และยังมีพวกเจ้ากรรมนายเวรพากันมาทวงหนี้เวลานั้น

ส่วนวิญญาณผู้ประกอบกรรมดี เมื่อมาถึงด่านประตูผี จะได้รับการต้อนรับและสามารถผ่านด่านนี้ไปโดยปลอดภัย

เจ็ดวันรอบที่ สาม

เมื่อวิญญาณผู้ตายมาถึงยมโลก ถ้าเป็นวิญญาณบาปก็จะถูกโซ่ตรวนไว้ และถูกบังคับนำไปอยู่ตรงหน้าหอกระจกส่องกรรม ยามมีชีวิตทำชั่วอะไร ภาพก็จะปรากฏขึ้นเองอย่างอัตโนมัติ เสร็จแล้วก็จะถูกคุมตัวไปรับการพิจารณาโทษ ถึงวิญญาณบาปจะเริ่มสำนึกผิด ตอนนี้แต่ก็สายเสียแล้ว

< BR>ส่วนวิญญาณผู้ประกอบกรรมดี เมื่อมาถึง จะได้รับการต้อนรับ มีเจ้าหน้าที่พาไปท่องเที่ยวนรกขุมต่างๆ และพาไปดูสภาพของบรรดาญาติพี่น้องที่ ทำบาป กำลังรอคอยการพิจารณาตัดสินความผิด

เจ็ดวันรอบที่ สี่

เมื่อมาถึงด่านภูเขากระดาษเงินกระดาษทอง การจะขึ้นไปบนภูเขาลูกนี้ยากลำบากมาก กระดาษเหล่านี้ได้มาจากลูกหลานญาติพี่น้องในเมืองมนุษย์หลงงมงายเผาส่งไปให้ ทับถมกันจนเป็นภูเขาเลากา ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วแม้ผู้ตายจะได้รับก็ไร้ประโยชน์

เจ็ดวันรอบที่ ห้า

วิญญาณผู้ตายมาถึงหอดูบ้านเดิม ได้เห็นลูกหลาน คนในครอบครัวต่างไว้ทุกข์ด้วยความเศร้าโศกเสียใจกับการตายของตน ถึงตอนนี้จึงได้รู้ว่าตนเองตายแล้ว ไม่อาจกลับบ้าน ได้อีก ได้แต่เสียใจอาลัยอาวรณ์

เจ็ดวันรอบที่ หก

เมื่อวิญญาณผู้ตายมาถึงด่านคุมบัญชี ยมบาลจะสั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจดูบาปบุญที่ผู้ตายได้สร้างสมตอนมีชีวิต หลังจากหักลบกันแล้ว ถ้าบุญมีมากกว่าบาปก็จะให??ไปเกิดยังสุคติภูมิ ถ้าบาปมีมากกว่าบุญ จะส่งไปยังนรกภูมิ รับทุกข์อย่างน่าเวทนา

เจ็ดวันรอบที่ เจ็ด

เมื่อวิญญาณผู้ตายไปถึงด่านตรวจสอบ ยมบาลก็จะสั่งเลขาให้ตรวจสอบดูว่า ผู้ตายตอนมีชีวิตอยู่ได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตหรือไม่ ถ้าได้ถือศีลกิเจ ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ก็จักลหุโทษ ถ้ามัวหลงผิดฆ่าสัตว์เพื่อความสุขของปากท้องก็จะเพิ่มโทษเป็นเท่าตัว.

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ก็ขอให้ทุกคนในขณะมีชีวิตอยู่นั้น เร่งสะสมความดีกันให้มากๆ นรก-สวรรค์นั้น ไม่ใช่สิ่งลวงโลก ตอนนี้ท่า นอาจยังไม่เห็น แต่สักวันท่านก็ต้องเห็น กฏแห่งกรรมนั้นเป็นเรื่องจริง ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ...


ปล. ตายแล้วทุกคนเทียบเท่ากันหมดยกเว้นความดีเท่านั้น...!!!

อนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ส่งต่อเมล์นี้

ปรัชญาผ้าขี้ริ้ว ( เมลล์ดีดี ที่ อ่านแล้วจะมีกำลังใจ)‏

..... ผ้าขี้ริ้วยอมสกปรกเพื่อให้สิ่งอื่นสะอาด
เสน่ห์ของคนอยู่ที่ยอมลำบากเพื่อให้ผู้อื่นเป็นสุข
พ่อแม่ยอมเหนื่อยเพื่อให้ลูกหลานอยู่สุขสบาย
ความสุขแท้ของคนคือการได้ยืนแอบยิ้ม อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้อื่น

ผ้าขี้ริ้วดูดซับความสกปรกได้ แต่ก็สลัดความสกปรกออกจากตัวได้ตลอดเวลา
เสน่ห์ของคนอยู่ที่รู้ตัวเองว่าสกปรก ถึงเวลาต้องชำระล้างแล้ว
มิใช่อมความสกปรกไว้แล้ว แกล้งบอกว่าตนเองสะอาด

ผ้าขี้ริ้วเป็นผ้าที่สะอาดที่สุด ในขณะที่คนมองว่าสกปรกที่สุด
เหมือนคนที่ฝึกหัดขัดเกลาตนเอง รู้จักถ่อมตนและอ่อนโยน
ไม่โอหังอวดดีให้เป็นที่รังเกียจหมั่นไส้ของคนอื่น
เขาจะเป็นคนที่มีคุณค่า ไม่ว่าจะมาจากสกุลใด การศึกษามากหรือน้อยก็ตาม
เป็นผู้ใฝ่รู้แต่ไม่อวดดี เหมือนผ้าขี้ริ้วห่อทอง

ผ้าขี้ริ้วถึงจะเป็นผ้าไม่มีราคา แต่มีคุณค่ายิ่งใหญ่ได้
เหมือนคนที่พยายามทำตนให้มีคุณค่า ด้วยการทำงานมิใช่ด้วยการประจบ
ทำตนให้มีประโยชน์ ให้มีค่า ไม่ใช่งอมืองอเท้า น้อยเนื้อต่ำใจในวาสนาชะตาชีวิต
ต้องสร้างกำลังใจให้ตนเองอย่ารอคอยจากคนอื่น
ผ้าขี้ริ้วไม่เกี่ยงงอนว่าจะถูกใช้เช็ดถูอะไร
เหมือนคนที่ยอมตวอาสาทำงานที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่ปริปากบ่น
รู้จักอาสาคน อาสาทำงาน ต้องตั้งใจทำงานโดยไม่เกี่ยงงอน ไม่ว่าจะเป็นงานใด ๆ
ก็ตาม
คนที่ตกงานเพราะไม่ยอมทำงาน


ผ้าขี้ริ้วยอมให้ถูกใช้งานในที่สกปรกที่สุด
เหมือนคนที่ยอมทำในสิ่งที่คนทั้งหลายรัเกียจ ที่เขาเห็นว่าเป็นงานชั้นต่ำ
แต่ก็ตั้งใจทำให้เป็นของมีค่าขึ้นมาได้ หรือยินดีในการบริการ
เหมือนคนที่อิ่มเอิบเมื่อได้บริการรับใช้คนอื่น รับใช้สังคม
ดีใจเมื่อคนยินดีมาใช้บริการความรู้ ความสามารถของตน
และยินดีที่ได้เสนอตัวเข้าไปบริการมากกว่าเข้าไปบริหาร

ผ้าขี้ริ้วพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลังความสะอาด
เหมือนคนควรพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลัง ความสำเร็จของคนอื่น
ต้องมีความพอใจที่จะทำงานปิดทองหลังพระ เป็นนายอินหรือนางอิน
ผู้ปิดทองหลังพระ มีความสุขและภูมิใจที่ได้มอบความสำเร็จให้คนอื่น
มีมากที่ผู้น้อยบางคน ทำงานแล้วทำให้ผู้ใหญ่เล็กลง ขณะที่ตัวเองโตขึ้น

ผ้าขี้ริ้วทนทานต่อการขัดถูซักล้างไม่เปราะบาง
เหมือนคนที่มีความอดทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหา
แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็อดทนได้
เพื่อให้สำเร็จ ประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น มีจิตใจหนักแน่นไม่เปราะบางหักง่าย
ือไม่เป็นคนทุกข์ง่ายใจเบา แต่นิ่งและหนักแน่นคงดุจแผ่นดิน

ผ้าขี้ริ้วแม้จะถูกมองว่าเป็นผ้าขี้ริ้ว แต่ไม่ทำตัวให้ขี้เหร่
เหมือนคนที่รู้ตัวเองว่า กำลังถูกึนปรามาสสบประมาท จะต้องตั้งใจเอาชนะอุปสรรค
ครั้งนั้นให้ได้
ไม่พ่ายแพ้ต่อคำปรามาสของผู้อื่น
รู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไรและมีกำลังใจในสิ่งนั้น
มองเห็นคุณค่าจากสิ่งที่! คนทั้งหล ายมองว่าไร้ค่า
เมื่อมีปัญหาให้หัดมองสองด้านเสมอ
ผ้าขี้ริ้วมีเสน่ห์เพราะยอมสัมผัสกับสิ่งสกปรก

ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน หากทนความทุกข์ยากลำบาก
ยอมสัมผัสกับงานที่ต่ำต้ยได้ก็จะมีเสน่ห์ และมีความหมาย
ทุกคนจึงควรพากเพยรพยายามสร้างเสน่ห์ให้กับชีวิต
อย่างที่ผ้าขี้ริ้วสร้างเสน่ห์ให้กับตนเอง

ดูมือ บอกโรค.....‏

สำรวจตัวเองดูนะ



ยื่นมือมาข้างหน้าเลย.....จ้า
ผลวิจัยใหม่ระบุมือและเล็บเป็นแหล่งรายละเอียดสำคัญของสุขภาพของคนเรา
รวมถึงเบาะแสของโรคร้ายที่ซ่อนเร้น
เช่น มะเร็ง

หญิงชราวัย 74 ปีที่ดูภายนอกสุขภาพดีสมวัย ต้องไปพบแพทย์หลังมีตุ่มแข็งขึ้นบนฝ่ามือ
ตุ่มเหล่านั้นโตขึ้นและลามมาบรรจบกัน ทำให้มือแข็งเหมือนไม้กระดาน ขยับเขยื้อนลำบากและปวด
แพทย์ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ แต่ภายหลังตัดสินใจตรวจหามะเร็งรังไข่กับหญิงชรา
หลังอ่านตำราแพทย์และพบว่าตุ่มแข็งดังกล่าว ( Palmar fasciitis)
เป็นสัญญาณบ่งชี้โรคมะเร็งรังไข่ แม้ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่า เหตุใดเนื้อร้ายจึงมาสำแดงอาการถึงบนฝ่ามือ
แต่ทฤษฎีหนึ่งที่ฟังดูมีเหตุผลก็คือ เซลล์มะเร็งผลิตสารเคมีที่เป็นตัวการของพังผืด


ดร.เกรแฮม อีสตัน แพทย์ประจำบ้านในลอนดอนและผู้จัดทำรายงาน ยืนยันว่ามือสามารถให้เบาะแสสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพ
"ผมพยายามจับมือกับคนไข้เมื่อพบกันครั้งแรก ไม่ใช่เพื่อมารยาท
แต่มืออัดแน่นด้วยข้อมูลสุขภาพทั่วไป ตั้งแต่ไทรอยด์ไปจนถึงโรคข้อกระดูกอักเสบ จริงๆ
แล้วหมอวิเคราะห์โรคคนไข้ได้จากมือมากกว่าจากใบหน้าเสียอีก" !


ต่อไปนี้คือสัญญาณบนมือที่สื่อถึงปัญหาสุขภาพบางส่วน

ฝ่ามือแดง
ส่อเค้า: ตับแข็ง
มือบ่งบอกข้อมูลมากมายของสภาพตับ หนึ่งในสัญญาณสุดคลาสสิกของโรคตับแข็งคือฝ่ามือแดง
ตับแข็งหมายถึงอาการที่เนื้อเยื่อตับเต็มไปด้วยริ้วรอยแผล และแม้ส่วนใหญ่เกี่ยวพันกับการดื่มหนัก
แต่เป็นไปได้ที่โรคนี้เกิดจากอาการอื่นๆ ที่จู่โจมอย่างเงียบเชียบ เช่น โรคตับอักเสบซี
อาการฝ่ามือแดง ( Palmarerythema) มักเกิดขึ้นบริเวณขอบนอกของฝ่ามือใกล้นิ้วก้อย
สาเหตุน่าจะเกิดจากการที่หลอดเลือดในผิวหนังโป่งพองเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสมดุลของฮอร์โมนที่เกิดจากโรคตับ

ข้อนิ้วอ้วน
ส่อเค้า: คลอเรสเตอรอลสูง ก้อนไขมันที่เอ็น ( Tendonxanthoma)
เป็นหนึ่งในสัญญาณของอาการอ้วนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตที่เรียกว่าภาวะที่เลือดมีคลอเรสเตอรอลมาก
หรือ hypercholesterolemia เมื่อกำมือแน่นๆ จะเห็นเป็นก้อนบวมแข็งสีออกเหลืองๆ
ที่ข้อนิ้ว

เอลเลน เมสัน พยาบาลแผนกโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจของมูลนิธิหัวใจอังกฤษ
อธิบายว่าไขมันที่สะสมอยู่ในเอ็นมาเป็นปีจะกลายเป็นพังผืดและแข็ง
คนที่เป็นโรคนี้จะมีระดับคลอเรสเตอรอลสูงมากตั้งแต่เกิดแต่ไม่แสดงอาการชัดเจน
และหากไม่ใช้ยาบำบัดอาจเสียชีวิตจากอาการหัวใจวายตั้งแต่เด็ก

เล็บรูปช้อน
ส่อเค้า: โลหิตจาง
คนส่วนใหญ่เล็บจะมีลักษณะนูนขึ้นเหมือนพื้นผิวลูกบอล แต่ถ้าเล็บใครตรงกลางบุ๋ม
นั่นอาจเป็นสัญญาณของการขาดธาตุเหล็ก เล็บรูปช้อน หรือ Koilonychia
เป็นหนึ่งในสิ่งแรกที่แพทย์ค้นหาระหว่างวินิจฉัยว่าผู้ป่วยที่อ่อนเพลียและเซื่องซึมมีสาเหตุมาจากภาวะโลหิตจางหรือไม่
เชื่อกันว่าการขาดธาตุเหล็กทำให้เล็บอ่อนและแบนกระทั่งยุบลงในที่สุด

ปลายนิ้วบวม
ส่อเค้า: มะเร็งปอด
หากปลายนิ้วของคุณบวม อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยของโรคร้ายแรงอย่างเช่นมะเร็งปอด
วัณโรค หรือ Mesothelioma ซึ่งเป็นโรคปอดร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับแร่ใยหิน
แม้ลักษณะแบบนี้เคยได้รับการระบุครั้งแรกโดยฮิปโปกราเตส บิดาแห่งแพทย์ศาสตร์ชาวกรีกเมื่อกว่า
2,000 ปีมาแล้ว แต่เพิ่งจะเมื่อเร็วๆนี้เองที่นักวิจัยของมหาวิทยาลัยลีดส์ของอังกฤษ
ค้นพบสาเหตุ สาเหตุที่ว่าคือการสะสมของสารPGE2ที่ช่วยทำให้อาการอักเสบในปอดบรรเทาลง
โดยเชื่อว่าเนื้องอกในปอดอาจกระตุ้นให้! ร่างกายผลิตสารชนิดนี้ออกมามากเกินความต้องการถึงสิบเท่า
จึงไปสะสมที่ปลายนิ้วและทำให้บวม

เล็บเขียว
ส่อเค้า: หัวใจล้มเหลว
หนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดที่แพทย์จะตรวจสอบว่ามีออกซิเจนไหลเวียนในเลือดมากน้อยแค่ไหนคือ
ดูจากเล็บ ริมฝีปากหรือนิ้วเท้า ถ้าบริเวณเหล่านั้นเป็นสีชมพูหมายความว่ามีการไหลเวียนของออกซิเจนดี
แต่ถ้าเขียวแปลว่าในร่างกายมีออกซิเจนต่ำ เนื่องจากเลือดไม่สามารถสูบฉีดไปทั่วร่างกายอย่างเหมาะสม
อาการที่ผิวหนังมีสีเขียว( cyanosis)อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะหัวใจล้มเหลว
เลือดที่มีออกซิเจนต่ำไม่ได้เป็นสีเขียวจริงๆ เพียงแต่ดูสดน้อยกว่าเลือดที่มีออกซิเจนหล่อเลี้ยงสมบูรณ์เมื่อมองผ่านเล็บ
ผู้หญิงที่เตรียมตัวเข้ารับการผ่าตัด มักถูกขอให้ล้างเล็บ
เพื่อที่ว่าศัลยแพทย์จะสามารถตรวจสอบสถานะออกซิเจนได้เร็วขึ้นระหว่างการผ่าตัด

เล็บลูกปัด
ส่อเค้า: โรคไขข้ออักเสบ
หากเล็บของคุณมีจุดเล็กๆเหมือนลูกปัด หรือเหมือนถูกน้ำตาเทียนหยดใส่ อาจเป็นสัญญาณของโรคไขข้ออักเสบ แม้ข้อต่อยังไม่บวมหรือปวดก็ตาม
ยิ่งเล็บมือหรือเล็บเท้า' ประดับลูกปัด ' มากแค่ไหน
ยิ่งหมายความถึงระดับความรุนแรงของโรค เชื่อว่าสาเหตุมาจากการอักเสบของหลอดเลือดใต้แผ่นเล็บเพราะโรคไขข้ออักเสบ

ตุ่มที่ข้อนิ้ว
ส่อเค้า: โรคข้อกระดูกอักเสบบริเวณสะโพก
ตุ่มขนาดเท่าเมล็ดถั่วที่กระดูกที่ทำให้เจ็บเมื่อจับแถวข้อนิ้ว อาจเป็นสัญญาณของโรคข้อกระดูกอักเสบในบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย เช่น สะโพก
หรือหัวเข่า มีการบันทึกเกี่ยวกับตุ่มเหล่านี้ (Heberden's nodes)โดยวิลเลียม เฮเบอร์ดีน แพทย์อังกฤษผู้โด่งดังในช่วงศตวรรษที่ 18
หนึ่งในงานศึกษาในทศวรรษ 1970 แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วย 29 คนที่ก่อนหน้านั้นตรวจไม่พบอาการข้อต่ออักเสบบริเวณสะโพก มี 18คนที่มีตุ่ม
Heberden's nodes ที่ข้อต่อนิ้ว

เล็บสองสี
ส่อเค้า: โรคไต
เล็บที่ขาวซีดบริเวณครึ่งล่างด้านที่อยู่ใกล้ผิวหนัง แต่ครึ่งบนออกสีน้ำตาล อาจบ่งชี้แนวโน้มไตวาย
บ่อยครั้งอาการที่เล็บสองสีเกิดขึ้นก่อนที่อวัยวะของผู้ป่วยจะเริ่มหยุดทำงาน
ทำให้แพทย์ได้เบาะแสว่าจะเกิดสิ่งใดตามมา สาเหตุนั้นเชื่อว่ามาจากการสะสมของยูเรีย
หรือของเสีย


ฝ่ามือชื้นเหงื่อ
ส่อเค้า: ต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป
โรคต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไปเป็นอาการที่เกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
ไทรอยด์เป็นต่อมที่อยู่ใต้ลูกกระเดือกมีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนควบคุมกระบวนการเผาผลาญอาหารของร่างกาย
ดร.ซูซาน คลาร์ก แพทย์ที่ปรึกษาของโรงพยาบาลคิงส์ คอลเลจในลอนดอน
อธิบายว่าภาวะที่ต่อมไทรอยด์ทำงานหนักเกินไป ทำให้ร่างกายนำแคลอรี่ไปใช้มากขึ้น
และทำให้เกิดความร้อนสูงขึ้น ความรู้สึกร้อนและอาการเหงื่อออกมากจึงเป็นอาการบ่งชี้โรคนี้

มือโต
ส่อเค้า: เนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง
ถ้ามือของคุณบวมและใหญ่ขึ้นหมายความว่าคุณอาจมีอาการที่เรียกว่า มือเท้าโตผิดปกติ
(acromegaly)เท้า ริมฝีปาก หู ยังอาจได้รับผลกระทบจากต่อมใต้สมองที่ผลิตฮอร์โมนสร้างการเติบโต
เนื่องจากมีการสร้างเนื้องอกที่ไม่ทำให้เกิดมะเร็งที่ไปก่อกวนการผลิตฮอร์โมน
อาการนี้มักเกิดกับคนวัยกลางคน นอกจากจะรักษาด้วยการผ่าตัดหรือยาเพื่อให้เนื้องอกฝ่อลง
แต่บางครั้งอาการนี้อาจเป็นอันตรายร้ายแรง

ถ้าคุณท้อ...ชอบจริงๆๆ‏

ไม่ต้องบินให้สูงอย่างใครเขา...
จงบินเอาเท่าที่เราจะบินไหว
ท่าที่บินไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร
แค่บินไปให้ถึงฝัน เท่านั้นพอ


ถ้าโกรธกับเพื่อน. . . มองคนไม่มีใครรัก
ถ้าเรียนหนัก ๆ . . . มองคนอดเรียนหนังสือ
ถ้างานลำบาก . . . มองคนอดแสดงฝีมือ
ถ้าเหนื่อยงั้นหรือ . . . มองคนที่ตายหมดลม


ถ้าขี้เกียจนัก . . . มองคนไม่มีโอกาส
ถ้างานผิดพลาด . . . มองคนไม่เคยฝึกฝน
ถ้ากายพิการ . . . มองคนไม่เคยอดทน
ถ้างานรีบรน . . . มองคนไม่มีเวลา



ถ้าตังค์ไม่มี . . . มองคนขอทานข้างถนน
ถ้าหนี้สินล้น . . . มองคนแย่งกินกับหมา
ถ้าข้าวไม่ดี . . . มองคนไม่มีที่นา
ถ้าชีวิตแย่ . . .มองคนที่แย่ยิ่งกว่า



อย่ามองแต่ฟ้า . . .ที่สูงเกินตาประจักษ์
ความสุขข้างล่าง . . . มีได้ไม่ยากเย็นนัก
เมื่อรู้แล้ว . . . จัก . . . ภาคภูมิแห่งชีวิตตน

มิน่า...มีแต่คนตกงาน Where did all the timber workers go?‏

COKE detects worms from Pork...โค๊กช่วยขับพยาธิในเนื้อหมู‏

เข้าป่า โบราณว่า เห็นอะไร อย่าทัก‏

Subject: เข้าป่า โบราณว่า เห็นอะไร อย่าทัก> เข้าป่า โบราณว่า เห็นอะไร
อย่าทัก
>
>
> เรื่องมีอยู่ว่า ต้น รวมตัวกับเพื่อน ๆ ได้กลุ่มหนึ่ง ประมาณ 10 คน
> แล้วนั่งคุยกันว่า เด๋วหลังเสร็จงาน
> จัดโปรแกรม ไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน พองานเสร็จ ทุกอย่างลงตัว
> ก็เลยมานั่งคุยกันว่า ไปไหนดี เพื่อน
> คนหนึ่งพูดขึ้นว่า ไปดอยอินทรานนท์มั้ย แต่อีกคนบอกว่าฝนตก
> ไม่สนุกหรอกเข้าป่า พอคุยกันไปคุยกันมา
> ไม่ได้ข้อสรุป ต้นเลยบอก เอาตามที่เอ็งบอกนั้นละ ดอยอินทรานนท์ นั้นละ
>
> พอได้ข้อสรุป ก็แยกย้ายไปเก็บข้าวของ ก็ขับรถไป พอไปถึงที่ ดอยอินทรานนท์
> จอดรถเสร็จ ทุกคนหยิบ
> กระเป๋าของตัวเอง แล้วเพื่อนผม จังหวะว่า พาแฟนไปเปลี่ยน บรรยากาศ
> พอเราเดินไปได้สักพัก ( นี้
> คือเดินอยู่ในป่าแล้วนะครับ ) แฟนเพื่อนผม ไปเจอสิ่งที่แบบว่า คล้าย ๆ กับ
> แก้วน้ำอะไรสักอย่างเนีย
> ละ เลยเดินไปจับ แล้วหยิบมาดู ก็ไม่มีอะไร พอหันไปตันไม้ต้นอื่น
> ก็มีสิ่งแบบเดียวกันอีก เลยหันมาบอก
> ว่า รีบไปเถอะวะ มันจะมืดละ รีบเดินไปให้ถึงจุดกางเต้นเถอะ
>
> พอเดินไปได้สักระยะหนึ่ง แฟนเพื่อนผมก็บอกว่า อ้าวเห้ย
> พวกเอ็งเห็นอะไรนั้นปะหายเข้าไปแล้วอ่ะ บน
> ต้นไม้ ทุกคนบอก เห้ย เข้าป่าเห็นอะไร อย่าทัก สิ่งดีก็มีไม่ดีก็มี รีบไปเถอะ
> มันโพ้เพ้แล้ว จากนั้นก็
> เดินแล้วก็เที่ยวตามปกติ แต่เรื่องมันมาเกิดตอนที่เดินทางกลับ
>
> แฟนเพื่อนผมพูดขึ้นว่า ขอไปด้วยได้มั้ย เพื่อนผมเลยบอกว่า อ้าวไอ้ห่า
> แฟนเอ็งเป็นไรว่ะ อยู่ ๆ บอกว่า
> ไปด้วยได้มั้ย เพื่อนผมเลยบอกว่า มาด้วยกันก็กลับด้วยกันดิ
> หรือว่าเอ็งจะอยู่เที่ยวกันต่อ 2 คน ผมได้ยิน
> เสียงที่ตอบมาแบบช้าๆ ว่า ขอบคุณ
>
> ทุกคนหันมองหน้าแล้วเดินต่อ ต้นคิดในใจแล้วว่า มันต้องมีอะไรแน่เลย
> เพราะว่าทำไมตามัน ขวาง ๆ
> แปลก ๆ เหมือนไม่ใช่แฟนเพื่อนผม ที่ต้นรู้จัก พอกลับมาถึง กทม.
> ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เอาของไปเก็บ
> แล้วเดียวมาเจอ บ้านต้น นั่งกินสุรากัน
> เพื่อนผมคนนั้นมันก็พาแฟนมันมานั่งด้วย แล้วต้นจำได้ติดตาเลยว่า
> ในวงมีไก้ต้มน้ำปลา กับ หอยแครงอยู่
>
> แฟนเพื่อนผมบอก หิวข้าวจัง ต้นเลยบอกว่า
> เฮ้ยเอ็งไปตักข้าวมาให้แฟนเอ็งกินดิพอตักมาให้ก็ไม่กิน กิน
> เข้าไปไม่ถึง 2 คำ แล้วบอกอิ่ม สุราหมดไป 1 กลม บ้างคนก็เดินไปเข้าห้องน้ำ
> บ้างคนออกไปคุย
> โทรศัพท์ ส่วนเพื่อนผม อีก 2 คนออกไปซื้อมาต่อ
>
> ในวงไม่เหลือใคร นอกจาก แฟนเพื่อนต้น ทีแรกต้นก็ไม่ได้สนใจอะไร
> ก็นั่งคิดว่าแฟนเพื่อนต้น ปกติมัน
> เฮฮานิหว่าทำไมวันนี้มันเงียบผิ ดปกติว่ะ
>
> แล้วเพื่อนผมอีกคนที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่ก็เรียกต้นว่า เฮ้มาดูไรนี่ดิ
> เห็นเต็ม ๆ 2 ตาเลย ไก่ที่ว่างอยู่ แฟน
> เพื่อนผมกินแบบ ใช้มือฉีด กระชาก ไม่ก็ไม่น่าแปลกอะ แค่กินไก่อาจจะกินไม่ถนัด
> แต่ที่แปลกคือ แฟน
> เพื่อนผมคนนี้ มันสำอางมาก ไม่มีทางที่จะทำแบบพวกต้นแน่
> กินหมดเสร็จจะพูดยังไง เอาเป็นกินแบบ
> สกปรก อะ
>
> ก็ยังไม่สนใจอะไร แค่ดูแล้วมันแปลก ๆ ไป เท่าไรยังไม่ได้คิดไรมาก พอมา 2 วัน
> เพื่อนโทรมาบอกว่า
> แฟนมันชอบให้ซื้อของ สด ๆ ดิบ ๆ มาให้ บอกว่าจะเอาไว้ทำกับข้าว แต่พอเช้า
> ของที่ซื้อมาหายหมด
> ทุกคนเลยบอกว่า ผิดปกติแล้วละ
>
> เลยรวมตัวกันแล้วบอกเพื่อนคนนั้นว่า วันนี้ไปซื้อมาอีกนะ แล้วมาแอบดูกันว่า
> มันเกิดอะไรขึ้น ผลที่ได้คือ
> แฟนมันลุกขึ้นมากลางดึก มาหยิบของพวกนั้นกินแบบ ไม่ใช่คนอย่าเรา ๆ
> กินอะครับที่เห็นอะ ต้นเลยบอก
> ว่า ไม่ใช่แล้วอะ เลยบอกลองเอาพระให้ใส่ พอให้พระใส่ ก็ปกติดีทุกอย่าง
> พูดจารู้เรื่อง
>
> ต้นก็ งง ว่าถ้าผีเข้าหรืออะไรยังไง เจอพระก็ต้องออกหมด แต่นี้ปกติ
> เลยบอกว่างั้นพาไปที่ ตำหนัก
> อาจารย์ต้นแล้วกัน ไม่ขอบอกนะครับว่าที่ไหน พอไปถึงที่ ตำหนัก อาจารย์เลยถา
> มว่า ไปโดนอะไรมา
> ก็เลยลอง ๆ เล่าให้ฟังว่า น่าจะเป็นแบบนี้นะ
>
> อาจารย์ต้นเลยบอกว่า แฟนเพื่อนเอ็ง โดนของดีแล้วละ สรุปง่าย ๆ เลยคือ
> ปอบผีฟ้า ที่เราเคยได้ยิน
> ชื่อหรือที่ชมกันตามทีวี นั้นละ ต้นยังบอกเลยว่า ปอบผีฟ้า ยังมีอยู่อีกหรอ
> อาจารย์ อาจารย์บอกว่ามีเยอะ
> ทางเหนือ พวกนี้จะอยู่ตามต้นไม้ ต้นเลยนึกขึ้นได้ ที่มันทักที่มันหยิบมา
> เลยเล่าให้เค้าฟังว่าแบบนี้ ๆ
>
> แล้วก็บอกว่า ต้นเอาพระห้ใส่ก็ปกติดีนะ อาจารย์เลยบอกว่า พวกนี้
> เป็นชนิดที่ว่าเก่งแล้ว แล้วที่เพื่อน
> เอ็งไปเจอเนีย ที่วาง ๆ ไว้ตามต้นไม้เนีย คือชนิดที่ว่า
> คนเลี้ยงเอาไม่อยู่แล้ว หรือที่เรียกว่า ขันแตก
> ประมาณนั้น
>
> จากนั้น อาจารย์เลยบอกว่า ปิดหน้าต่าง ปิดประตูให้หมด
> แล้วจับแฟนเพื่อนผมให้ดี อาจารย์ก็ทำการ
> เรียกขวัญ แล้วก็เอาน้ำมนต์ ทำเหมือนในหนังเลย แล้วพอตนนั้นออกจากร่าง
> อาจารย์บอกว่า ทำใจได้
> เลย ไม่เกิน 3 วัน เสียชีวิต เพื่อนผมเลยบอกว่า ทำไมหรอครับ
> ออกไปแล้วทำไมแฟนผมต้องตายแล้ว
> อาจารย์ต้นเลยบอกว่า ตนนั้นมาสิงกินข้างในไปหมดแล้ว ที่แฟนเอ็งอยู่ใน
> เพราะว่า ผีปอบตนนี้ พอผีออก
> ไป แฟนเอ็งก็เหมือนร่างที่ไร้วิญญาณแล้วละ
>
> แล้วต้นเลยถามว่า ไม่มีวิธีช่วยเลยหรอครับ อาจารย์บอกว่า ไม่มีแล้วละ
> ทำใจซะเถอะ เกิดก็ต้องมีจาก
> มนุษย์ทุกคนเกิดมาต้องชดใช้กรรมทั้งนั้นละ
> เพื่อนผมเลยกอดแฟนมันแล้วร้องไห้แบบเด็กเลย ผมยังมานั่ง
> คิดเลยว่าถ้าเกิดขึ้นกับครบครัวผมหรือคนรู้จัก เราจะทำอย่างไงดี
> จากนั้นได้ประมาณ 4 วัน แฟนเพื่อน
> ผมก็เสียชีวิตลง ร.พ.ศิริราช ตรวจแล้วลงในบัตรมรณะว่า
> เครื่องในหยุดทำงานเฉียบพัน
>
> ขอแสดงความเสียใจกับ กับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยครับ
>
> เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
> จำไว้ว่าพบเห็นสิ่งใดอย่าทักถึงบ้านหรืออะไรแล้วค่อยมาเล่าให้ฟัง ไม่
> งั้นอาจจะเป็นเหมือนเรื่องที่ต้นได้เล่าให้ฟังนะครับ
>

ขำขำ จากสาวสวยคนนึงเขียนถึงผู้ชายในเน็ท/ขอบอกว่าสุดยอดดดดดดด‏

จาก Fwd ใน board pantip ...


ก่อนอื่นดิฉันขอสาบานว่าสิ่งที่ดิฉันพูดเป็นความจริงค่ะ ดิฉันอายุ 25 ปีค่ะ ความสูง 170 ซม. น้ำหนัก 50 กิโล ส่วนสัด 34-24-36 ผมยาว หน้าตาจัดว่าสวยมาก เซ็กซี่ มีรสนิยม ดิฉันอยากจะแต่งงานกับผู้ชายรายได้สักสองแสนบาทอัพต่อเดือนสักคน คุณอย่าเพิ่งมองฉันโลภนะคะ รายได้ประมาณสองแสนเนี้ยแค่ชนชั้นระดับกลางๆในห้องสินธรหรือวงการตลาดหุ้นเอง ฉันไม่ได้เรียกร้องมากไปใช่ไหมคะ มีใครในพันทิพ ห้องสินธรนี้ที่รายได้เกินสองแสนบ้างคะ พวกคุณแต่งงานไปกันหมดหรือยัง กรุณาช่วยตอบดิฉันทีค่ะ คือดิฉันอยากแต่งงานกับคนรวยๆ อย่างพวกคุณ พวกที่ดิฉันคบด้วยนี่มีแต่พวกธรรมดาๆ รายได้อย่างมากไม่เกินสามหมื่นเอง รายได้แค่นี้จะอุตริไปซื้อบ้านแถวสีลมเนี่ย ยังได้แค่มองเลยใช่ไหมคะ ดิฉันมีคำถามดังนี้ค่ะ กรุณาช่วยตอบด้วยนะคะ

1. หลังจากตลาดหุ้นปิด พวกคุณมักไปต่อที่ไหนกันคะ (ชื่อร้าน , ผับ , fitness, ฯลฯ)
2. ถ้าจะแอบมองสาว คุณจะมองสาววัยไหนคะ
3. ทำไมคนที่แต่งงานกับคนรวยๆถึงมีแต่พวกอาซิ่มเฉิ่มๆ รสนิยมห่วยๆล่ะคะ
4. คุณใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการเลือกคนที่คุณจะแต่งงานด้วยคะ

------------------------
หลังจากนั้นไม่เกิน 30 นาที ก็มีเมล จากชายหนุ่มคนนึงส่งมาถึงเจ้าหล่อนว่า:

ถึงคุณสุดสวยครับ...
หัวข้อกระทู้ของคุณน่าสนใจมากครับ และคงมีผู้หญิงหลายคนมีคำถามเดียวกันกับคุณ ขออนุญาตตอบคำถามในมุมมองของคนเล่นหุ้นแบบผมนะคับ

รายได้ของผมจากการเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และลงทุนในตลาดหุ้นมากว่า 10 ปี อยู่ที่ประมาณห้าแสนบาท ต่อเดือนขาดเหลือนิดหน่อย ซึ่งก็น่าจะผ่านเกณฑ์ของคุณ ดังนั้นผมเชื่อว่าคำตอบของผมน่าจะไม่ทำให้คุณเสียเวลาอ่านนะครับ

จากมุมมองของผมซึ่งเป็นนักธุรกิจ การที่แต่งงานโดยเลือกเฉพาะที่ความสวยเพียงอย่างเดียวนั้น ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด คำตอบนั้นง่ายมาก อธิบายตามตรง จากข้อมูลที่คุณให้มา คุณพยายามจะเน้นจุดแข็งของสินค้าคือ 'ความสวย' เพื่อแลกกับ 'เงิน'

เมื่อคุณมีความสวย และผมมีเงิน แน่นอนว่ามัน Fair และน่าจะเป็นไปได้กับโอกาสทางธุรกิจที่คุณเสนอแต่ก็ติดปัญหาที่ว่าความสวยของคุณนั้นจืดจางลงทุกวัน ในขณะที่เงินของผมไม่ได้ไปไหน ถ้าไม่มีปัญหาอะไร หรือในอีกนัยหนึ่ง รายได้ของผมมีแต่จะเพิ่มทุกปีและเงินของผมก็สามารถนำไปให้ก่อให้เกิดผลตอบแทนงอกเงยขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ในขณะที่คุณไม่ได้สวยขึ้นเมื่อข้ามปี และมีแนวโน้มที่จะลดลงๆ ในแต่ละปีที่ผ่านไปเช่นกัน

ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ คุณคือสินทรัพย์ที่เสื่อมค่า ไม่ได้เสื่อมธรรมดานะ เสื่อมแบบอัตราก้าวหน้า ดังนั้นถ้าความสวยคือสิ่งเดียวที่คุณมี ก็จงคิดต่อว่า 10 ปีข้างหน้าจะทำอย่างไร

นิยามที่เราใช้กันในตลาดหุ้น คือ ทุกๆ การ Trade มี Position การคบกับคุณก็ถือเป็น Position แต่ถ้า Value ของมันลดลง เราจะขายมันทิ้ง ไม่ใช่ความคิดที่ดีที่จะดันทุรังเก็บมันไว้ ซึ่งหมายถึงการแต่งงานที่คุณต้องการ อาจจะแทงใจดำถ้าผมต้องบอกคุณตรงๆอย่างจริงใจว่า ถ้า Value ของ Asset ลดลงเรื่อยๆ ถ้าเราไม่ขายทิ้ง เราจะ ใช้วิธีการ 'ให้เช่าซื้อ' แทน

แน่นอนว่าคนที่มีรายได้เกินสองแสนบาทต่อเดือนฉลาดพอ พวกเขาแค่คบคุณ แต่จะไม่แต่งงานกับคุณ ดังนั้นจึงขอแนะนำคุณอย่างหวังดีว่าคุณควรที่จะหยุดที่จะหาวิธีที่จะได้แต่งงานกับคนรวย และคุณควรที่จะทำให้ตัวเองเป็นคนที่มีรายได้เกินสองแสนบาทแทนซะเอง ซึ่งในทางเทคนิคแล้วน่าจะมีโอกาสมากกว่าการหาคนรวยแต่โง่คนนึง (รวยธรรมดาอย่างเดียวไม่พอ ต้องโง่พร้อมด้วย) หวังว่าคำตอบนี้จะช่วยคุณได้บ้าง อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณสนใจ option ในบริการ ! 'เช่าซื้อ' กรุณาติดต่อผม..... เพื่อทำ Bid offer ในโอกาสต่อไป ***** *********





จบค่ะ เฮียแกแรงมั้ยค๊า..

ยาที่ไม่ควรกินคู่กัน‏

ยาที่ไม่ควรกินคู่กัน (กรุงเทพธุรกิจ)
โดย : นพ.กฤษดา ศิรามพุช

หากคุณมั่นใจว่าผู้ป่วยเลือดจาง ต้องกินอาหารเสริมในกลุ่มธาตุเหล็กให้มาก "คุณคิดผิด" หมอกฤษดาแจกแจงคู่ยา "มิตร-ศัตรู" ให้เข้าใจกันชัด ๆ

"Good things come in pair" ดังวลีฝรั่งนี้ที่บอกว่าของทุกอย่างมีคู่แฝดอยู่เสมอ อาจเป็นแฝดเหมือนหรือแฝดต่างก็ได้ ซึ่งก็พ้องกับทางพระที่ว่า กุสลาธัมมา อกุสลาธัมมา และโลกธรรมแปดที่เล่าถึงคู่แห่งสัจธรรมในโลกนี้ มีสุขแล้วก็มีทุกข์ มีสรรเสริญก็ย่อมมีนินทา มีลาภก็ย่อมมีเสื่อมลาภได้ดังนี้เป็นต้น

ดังนั้น ในเรื่องของโอสถรักษาโรคก็ย่อมต้องมีคู่แฝดของมัน ที่ต้องมีทั้งแฝดที่ดีและแฝดที่ร้าย คล้ายเทวากับซาตานซึ่งเคยมีกรณีที่ถึงแก่ชีวิตมาแล้ว ซึ่งโดยมากมักเกิดจาก "ความไม่รู้" ในฤทธิ์อันไพศาลของยาแต่ละเม็ดที่กินอยู่ โดยเราจะค่อยมาดูกันไปทีละแฝดครับ

แฝดที่ดี

เสมือนคู่บุญ ยิ่งรู้จักกินให้เสริมกันก็จะ ยิ่งช่วยเสริมสุขภาพ หรือทำการรักษาโรคให้ท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น และที่จริงก็ควรกินคู่กันเสียด้วย เพราะเรื่องของยาอาหารเสริมนี้มีหลักคือทำงานร่วมกัน โดยกลุ่มที่ควรกินร่วมกันช่วยเสริมให้ดีมีดังต่อไปนี้ครับ

1) วิตามินซีกับคอลลาเจน จะช่วยกันสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้ใสปิ๊งปั๊งไม่เหี่ยวหย่อนย้อย

2) ธาตุเหล็กกับวิตามินซี กินธาตุเหล็กให้ดีดูดซึมเข้าไปใช้ได้ ไม่ใช่กินเข้าไปอย่างไรถ่ายออกมาหน้าตาเหมือนเดิมนั้น ต้องกินคู่กันอย่างเช่น ถ้าจะกินเลือดหมูให้ได้ธาตุเหล็กก็ควรกินกับผักที่มีวิตามินซีสูงเช่นใบตำลึงก็จะดีไม่น้อยครับ

3) แคลเซียมกับแมกนีเซียม แคลเซียมจะดูดซึมได้ดีต้องมี “ตัวช่วย” พามันเข้าไปได้แก่แมกนีเซียม, วิตามินดีและวิตามินเคด้วยซึ่งอยู่ในแสงแดดและผักเขียวจัดตามลำดับ

4) วิตามินเอ,ซีและอี พยายามกินไปด้วยกันเป็นดี หรือสูตรที่ดีคือกินซีเพียงตัวเดียวส่วนเอกับอีนั้นกินเอาจากผักคะน้าและถั่วลิสงสักวันละกำมือ

5) น้ำมันปลา (ไม่ใช่น้ำมันตับปลา) ขอให้เลือกชนิดที่มี ดีเอชเอคู่กับกับอีพีเอ ยิ่งมากหน่อยยิ่งดีอย่างน้อยกินให้ได้ค่า ดีเอชเอ+อีพีเอ = 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน โดยมีเคล็ดไว้ว่าถ้าอยากบำรุงสมองต้องเลือกชนิดที่มีดีเอชเอเด่น แต่ถ้าจะให้บำรุงส่วนอื่นเป็นหลัก เช่นข้ออักเสบให้เลือกชนิดที่มีอีพีเอสูงด้วยครับ

แฝดที่ร้าย

แฝดตัวนี้ถือเป็นระดับ “ตัวแม่” ที่น่ากลัวกว่าเยอะมากครับ เพราะอาจทำให้เกิดเลือดออกในสมองจนเป็นอัมพาต หรือหัวใจวายแน่นิ่งไปได้ &n bsp;จึงอยากชวนให้ท่านที่รัก มาสนใจในยาที่ไม่ควรกินร่วมกันสักนิดดังนี้ครับ

1) น้ำมันปลากับแอสไพริน คู่ร้ายอันดับแรก โดยน้ำมันปลานี้มีฤทธิ์ช่วยให้เลือดใสไม่หนืดเหนียว ส่วนแอสไพรินก็มีฤทธิ์เดียวกันคือ ช่วยให้ไม่เกิดลิ่มเลือดจับแข็งเป็นก้อนตัน เมื่อกินคู่กันเลยกลายเป็นคู่สังหารพาลให้เลือดไหลพรวดพราดไม่หยุด แม้การกรอฟันเพียงนิดก็อาจทำให้เลือดออกได้ ราวกับผ่าตัดใหญ่แล้วครับ

2) วิตามินอีและอีฟนิ่งพริมโรส มีคนไข้ที่อยากผิวสวยมาหาพร้อมบอกว่ามีคนแนะให้กินวิตามินอี แต่บ้างก็ให้เลือกเป็นอีฟนิ่งพริมโรสแทนจะเลือกอย่างไรดี จึงได้บอกไปให้เลือกอย่างหนึ่งก็พอ เพราะล้วนแต่มีวิตามินอีทั้งนั้น ซึ่งถ้าได้มากไปอาจทำให้เกิดหัวใจพิบัติแทน

3) แคลเซียมเสริมกับแคลเซียมสด ถ้าท่านกินงาดำได้วันละ 4 ช้อนโต๊ะ หรือเต้าหู้ขาวแข็งวันละ 3 ขีดก็จะได้แคลเซียมราว 1,000 มิลลิกรัมอยู่แล้ว ซึ่งถ้าไปหาแคลเซียมเม็ดมากินเติมอีก จะทำให้แคลเซียมเกินและไปจับกับหลอดเลือดทำให้ตีบแข็งได้

4) กาแฟกับแคลเซียม ขอให้เลี่ยงกินแคลเซียมร่วมกับกาแฟ เพราะกาแฟจะไปยับยั้งการดูดซึมแคลเซียม นอกจากนั้นยังไปดึงแคลเซียมออกจากกระดูกอีกด้วย

5) ธาตุเหล็กกับเลือดจางธาลัสซีเมีย เป็นไม้เบื่อไม้เมากันทีเดียว ขอให้ลืมความเชื่อที่ว่าถ้าเลือดจางต้องกินธาตุเหล็ก ไม่เสมอไปครับ หากท่านเป็นเลือดจางชนิดธาลัสซีเมียแล้วไปกินธาตุเหล็กเสริม จะเท่ากับเติมยาพิษให้กับหัวใจและตับตัวเองครับ

ทั้งแฝดดีแฝดร้ายนี้ที่จริงมีอีกมาก ซึ่งผมได้เคยเขียนไว้ในหนังสือแล้วและก็ตั้งใจจะเขียนไว้เรื่อย ๆ เป็นตอนต่อไปในคอลัมน์นี้ แต่สำหรับที่เลือกมาให้เห็นนั้นเป็นตัวอย่างที่พบบ่อยหน่อยครับ และท่านจำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที

เมื่อถึงตอนนี้ขอให้ท่านหยิบยาออกมาสังคายนาแยกวางเป็นชนิดไปบนโต๊ะ แล้วจัดเป็นกลุ่มไว้ว่ากลุ่มใดรักษาโรคไหน แล้วบางทีจะเกิดพุทธิปัญญาทีเดียวว่า กินยามากเกินความจำเป็นไปเพียงใด แต่นั่นก็ยังไม่ร้ายเท่ากินยาที่ดันไปเสริมฤทธิ์กันให้เป็นพิษเข้าไปเสียอีก

ดังนั้น ท่านจะเห็นว่าการกินยานั้นมีข้อหยุมหยิมอยู่มาก เมื่อเทียบกับกินอาหารธรรมชาติที่โอกาสเกิดการผสมกันเป็นพิษน้อย เพราะมีส่วนประกอบสำคัญอยู่ในปริมาณที่ไม่เข้มข้นมากเท่ายาเคมี แต่อย่างไรก็ดีคงต้องยึดหลักที่ว่าหูไวตาไวถ้ารู้สึกว่า "ไม่ใช่" แล้วก็ให้รีบเร่งบอกอย่าปล่อยให้เลยตามเลยไว้นานเลยจ้า

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ปีชง 2553 และวิธีแก้ชง เสริมดวงชะตา‏

ปีชง ปี2553 และวิธีแก้ชง เสริมดวงชะตา
ปีพ.ศ.2553 นี้เป็นปี ขาล(เสือ)
ตาม ประเพณีการไหว้องค์ไท้ส่วยหรือไท้ส่วยเอี๊ยเป๋าส่วยกุงเผ่งอัง ในช่วงเริ่มต้นปีใหม่(ตรุษจีน) ของทุกๆปี หรือที่ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนรู้จักกันดีในนามของ “เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา” นี้ เป็นเทพผู้ทรงสิทธิ์ และมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในแต่ละปี อีกทั้งเป็นเคล็ดลับวิชาของซิ! นแสจีนโบราณที่ยึดหลักการคำนวณและผูกดวงจีนตาม หลักของโป๊ยหยี่ซี้เถียวมาจากการคำนวณหาราศีบนเทียงถัง 10 ตัว มาผสมกับราศีล่าง (ตี่กี่) หรือ 12 นักษัตร ซึ่งไล่เรียงจับคู่กันได้ 60 คู่ เรียกว่า “หลักจับก๊ะจื้อ” โดยในรอบ 60 ปี จึงจะเวียนมาบรรจบครบรอบกัน 1 ครั้ง
ใน รอบ 60 ปีนี้ จะมีเทพเจ้าไท้ส่วยประจำอยู่ในแต่ละปี ซึ่งจะมีชื่อเรียกขานต่างๆกัน รวมกันได้ทั้งสิ้น 60 องค์ ทำหน้าที่รักษาและคุ้มครองดวงปี หรือที่เรียกว่า “เฝ้าปี” อยู่ ซึ่งจะถือว่าแต่ละองค์จะมีอำนาจให้คุณดลบันดาลความสุข โชคเคราะห์ทุกข์ภัยหรือให้โทษแก่ผู้ใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับพระเมตตาของท่าน โดยเฉพาะท! ่านที่มีเคราะห์หรือดวงชะตาอ่อน ทำอะไรก็ติดขัดไม่ราบรื่นสมหวัง ! ท่านก็จะ ช่วยปัดเป่าเคราะห์ภัยบังเกิดแต่ความเป็นสิริมงคลมาสู่ตัวท่านและ ครอบครัว สำหรับปีขาล พ.ศ.2553 นี้ องค์ไท้ส่วยที่ลงมาสถิตเฝ้าปีมีพระนามว่า “อูฮ้วงไต่เจียงกุง” หรือ “อูหวัน”
เหตุ ที่ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพบูชากราบไหว้ เพราะมีความเชื่อว่าเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยจะบันดาลความสุขความทุกข์ให้เกิดแก่ ใครนั้น ก็ขึ้นอยู่กับเมตตาของท่าน หากใครมีเกณฑ์ชะตาที่ดีอยู่แล้วจะได้ดียิ่งขึ้น หากใครมีดวงชะตาที่ไม่ดีทำอะไรก็มีปัญหาติดขัด ก็อธิฐานขอพรจากท่านให้ช่วยปัดเป่าทุกข์ภัยให้ ดังนั้นในแต่ละปีจึงมีผู้คนไปกราบไหว้บูชาขอพร ให้อยู่เย็นเป็นสุขมีดวงชะตาที่ดีตลอดทั้งปี ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนจึงมีประเพณีในการไหว้ฝากดวงเพื่อสะเดาะเคราะห์ ต่อเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย โดยเฉพาะ “ท่านที่เกิดปีชงกับองค์ไท้ส่วย” โดยท่านสามารถเดินทางไปไหว้สะเดาะเคราะห์ด้วยตนเองต่อเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยได้ที่ วัดเล่งเน่ยยี่ ทั้ง 2 แห่งคือ ถนนเจริญกรุง และบางบัวทอง


ท่านที่มีปีเกิดที่ชงกับปีนี้ และควรไปไหว้ “องค์ไท้ส่วย” คือ ท่านที่เกิดปี ดังต่อไปนี้
1.ปีวอก(ลิง) ชง(ปะทะ)โดยตรงกับเทพเจ้า “ไท้ส่วยเอี๊ย” และเป็นอริกับปีขาลโดยตรง
2.ปีขาล(เสือ) ทับไท้ส่วย
3.ปีมะเส็ง(งูเล็ก) ปีร่วมชง
4.ปีกุน(หมู) ปีร่วมชง

และ ท่านที่ห้ามไปเป็นเจ้าภาพหรือเข้าร่วมพิธีในงานศพ และควรหลีกเลี่ยงการไปงานศพ แต่ถ้าหากไม่สามารถเลี่ยงได้ก็ขอให้ละเว้นการไปดูศพเวลาฝังศพ(เผาศพ) หรือแม้แต่การส่งศพ คือ ท่านที่เกิดในปีนักษัตร ในรอบปีต่อไปนี้
1.ปีมะเส็ง ท่านที่เกิด ปี2460(อายุ 93ปี) ปี2520(อายุ 33ปี)
2.ปีขาล ท่านที่เกิด ปี2469(อายุ 84ปี) ปี2529(อายุ 24ปี)
3.ปีกุน ท่านที่เกิด ปี2478(อายุ 75ปี) ปี2502(อายุ 51ปี) ปี2538(อายุ 15ปี)
5.ปีวอก ท่านที่เกิด ปี2487(อายุ 66ปี) ปี2511(อายุ 42ปี) ปี2547(อายุ 6ปี)

เพราะทั้ง 10 ปีนี้เป็น “ไท้ส่วยเฮี้ยบจี่จู้” แปลว่า “ไท้ส่วยตรงเจ้าพิธี” นอกจากจะนำพาสิ่งอัปมงคลทั้งหลายมาให้แล้ว ยังถือเป็น การหมิ่น และลบหลู่ต่อองค์ไท้ส่วยอีกด้วย
โดย เฉพาะอย่างยิ่งในปี 2553 นี้ บ้านที่หน้าบ้านหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ควรจัดตั้งภาพองค์ไท้ส่วยเอี๊ยประจำปี 2553 ไว้ที่หน้าบ้านหรือเหนือประตูบ้าน เพื่อช่วยคุ้มครองปัดเป่าความทุกข์ บันดาลความสุขมาสู่ตัวท่าน และครอบครัวไปตลอดทั้งปี
วิธี บูชาเทพเจ! ้าไท้ส่วยเอี๊ย จุดธูป 9 ดอก ไหว้พระประธานในวัดก่อน (ปักธูปกระถางละ 3 ดอก) จากนั้นจึงไปไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย จุดธูป 3 ดอกวิงวอนขอพรท่าน ให้ท่านช่วยปกป้องคุ้มครองจากภยันอันตรายต่างๆ ที่ท่านอาจประสบพบเจอในปีนี้ จากหนักให้กลายเป็นเบา จากเบาก็ให้มลายสูญสิ้นไป ซึ่งทางวัดเล่งเน่ยยี่จะมีพิธีสวดมนต์เสริมสิริมงคล หรือพิธีนำซิ้งเต๋าเก็ง เพื่อให้ท่านและครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุขหมดทุกข์หมดเคราะห์ไปตลอดทั้งปี
เครื่องบูชาเทพเจ้าไท้ส่วย มีดังนี้ (ถ้าไปทำพิธีที่วัดเล่งเน่ยยี่ ทางวัดมีจัดบริการไว้ให้แล้วเป็นชุด)
1. ธูป 3 ดอก ต่อ 1 ท่าน
2. เทียนแดง 1 คู่
3. หงิ่งเตี๋ย 12 คู่
4. ตั่วกิม 12 แผ่น (กระดาษทอง)
5. ทุกหลั่งจี๊ 12 แผ่น
6. เป๋าอุ่งจี๊ 12 แผ่น
7. เผ่งอังจี๊ 12 แผ่น
8. กระดาษแดง (อั่งเถียบ) 1 แผ่น
9. ขนมจันอับ (จับกิ้มทึ้ง) 1 จาน อันประกอบด้วย.... ถั่วเคลือบน้ำตาลสีขาว ถั่วเคลือบน้ำตาลสีชมพู ฟักเชื่อม ถั่วตัด ข้าวพอง
10. ส้ม 4 ผล 1 จาน


1. นำกระดาษแดงที่เขียน ชื่อ-นามสกุล วัน เดือน ปีเกิด (และเวลาตกฟาก) ลางลงบนกระดาษไหว้ ใช้หนังสติ๊ก หรือเชือกแดงมัดไว้
2. จัดส้ม 4 ผล และขนมจันอับใส่จานจัดวางต่อหน้าองค์เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย
3. จุดเทียนแดงปักไว้ข้างๆ กระถาง จากนั้นจุดธูป 3 ดอก อธิษฐานให้ท่านช่วยคุ้มครองให้ปลอดภัย จากอันตรายต่างๆ และประสบแต่สิ่งที่ดีตลอดทั้งปี
4. ถ้าเป็นของตนเองให้หยิบชุดสะเดาะเคราะห์ที่เตรียมไว้ตามข้อ 1 ปัดตั้งแต่ศรีษะลงมาจนสุดแขน 12 ครั้ง (หมายเหตุ ถ้าท่านไปไหว้แทนบุคคลอื่น ก็ไม้ต้องทำพิธีปัดตัว แต่ให้กระทำโดยปัดเสื้อของบุคคลนั้นแทน)
5. นำชุดสะเดาะเคราห์วางลงในกล่องรับฝากที่ทางวัดจัดไว้ให้ ก็เป็นอันเสร็จพิธี ของเซ่นไหว้ต่างๆ ถวายให้วัดไม่ต้องนำกลับบ! ้าน
คำอธิษฐานขอพรไหว้เทพเจ้า
วันนี้ตรงกับวันที่...เดือน.....พ.ศ. ... ข้าพเจ้าชื่อ....นามสกุล....วันเดือนปีเกิด....ที่อยู่...
ขอ อัญเชิญเทพเจ้า..........โปรดเสด็จมารับเครื่องสักการบูชาทั้งหลาย เมื่อรับแล้วโปรดประทานพรให้ข้าพเจ้าและครอบครัวประสบแต่สรรพสิริมงคล มีความสุขความเจริญก้าวหน้าอุดมด้วยโชคลาภ ทำมาค้าขึ้น เงินทองไหลมาเทมา ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย สิ่งอัปมงคลทั้งหลายอย่าได้แผ้วพาน ขอให้สมความปรารถนาด้วยมงคลทั้งปวงเทอญ
ใน ปีพ.ศ.2553 ควรหาโอกาสไปไหว้เทพเจ้าต่างๆ ตามแต่ที่จะเสริมปีนักษัตรตนเอง(รายละเอียดมีกล่าวไว้ในหัวข้อถัดไปของบท ความ) และหาวัตถุมงคลหรือเครื่องรางที่เป็นสิริมงคลมาเสริมดวงชะตาโดยตั้งไว้ที่ บ้าน(ที่ทำงาน) หรือติดตัว เพื่อเป็นการแก้ชงหรือเสริมดวงชะตา โดยเฉพาะปีนักษัตรที่ชงทั้ง 4 ปี

1.ปีวอก(ลิง) ชง(ปะทะ)โดยตรงกับเทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา “ไท้ส่วยเอี๊ย” และเป็นอริกับปีขาลโดยตรง อีกทั้งยังมีดาวอัปมงคลเพ่งเล็งอยู่หลายดวง โชคชะตาจึงตกต่ำมัวหมอง เกิดเรื่องร้ายมากกว่าดี ถูกอุปสรรคปัญหารุมเร้า เงินทองไหลออก ! โชคลาภอับเฉา ต้องระวังอุบัติเหตุเคราะห์ภัยต่างๆ พยายามอยู่อย่างสงบเสงี่ยมอย่าไปยุแหย่ท้าทายผู้ใด และอย่าริอาจทำเรื่องผิดกฎหมายเป็นอันขาดมิเช่นนั้นอาจต้องรับผลกรรมที่ตามมา หากคิดจะป้องกันแก้ไข ขจัดภัย สลายเคราะห์ ปรับเปลี่ยนร้ายให้เป็นดี ควรจัดตั้งวัตถุมงคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “มังกรลิงขี่ม้าเดินทาง รวมพลังสลายเคราะห์ภัย! ” เพื่อ ปกป้องคุ้มครองให้ชาวปีวอกแคล้วคลาดปลอดภัย เสริมส่งให้การงานการค้าเจริญรุ่งเรือง โชคลาภสดใส มั่งคั่งร่ำรวย สุขภาพแข็งแรง อยู่เย็นเป็นสุขตลอดปี หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีชวด (หนู) เสริมดวงเรื่องการงาน
- ปีมะโรง (มังกร,งูใหญ่) เสริมดวงเรื่องการเงิน
- ปีมะเส็ง (งูเล็ก) เสริมดวงเรื่องความคิด


2.ปีขาล(เสือ) ปีนี้ดวงของคุณไม่ชงโดยตรงแต่ก็ ทับองค์ไท้ส่วย และเนื่องจากดวงชะตาของคนเกิดปีขาล มีดาวร้ายหลายดวงคอยคุกคามอยู่ โดยเฉพาะดาวกระบี่คม “เจี้ยนฟง” และดาวศัตรูที่ซ่อนเร้น “จื่อเป้ย” คอย จ้องทำร้ายให้บาดเจ็บเลือดตกยางออกเกิดเหตุร้ายมากกว่าดี ทำให้โชคลาภตกต่ำ เงินทองรั่วไหล การงานการค้าไม่เจริญก้าวหน้า และอาจมีผู้ไม่หวังดีคิดมุ่งร้าย ฉะนั้นจงอย่าประมาท
หากคิดป้องกันแก้ไขกลับร้ายให้เป็นดี ควรจัดตั้งวัตถุมงคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “แปดวิเศษ ขจัดภัย เสริมส่งความเจริญรุ่งเรือง” เพื่อสลายพลังร้ายขจัดเคราะห์ ต้านภัย เสริมส่งให้การงานการค้ารุ่งเรือง โชคลาภเงินทองเพิ่มพูน สุขภาพแข็งแรง ปราศจากอุบัติเหตุเภทภัย อยู่เย็นเป็นสุขตลอดปี หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีมะเมีย (ม้า) เสริมดวงเรื่องการเงิน
- ปีจอ (สุนัข) เสริมดวงเรื่องความคิด
- ปีกุน (หมู) เสริมดวงเรื่องความร่ำรวย

3.ปีมะเส็ง(งูเล็ก) ปีนี้ดวงของคุณไม่ชงโดยตรงแต่ก็ถือว่า ร่วมชง และเนื่องจากดวงชะตาของคนเกิดปีมะเส็ง มีดาวมงคลพระจันทร์ “ไท่อิน” และดาวธรณีช่วยแก้ไข “ตี้เจี่ย” ส่องแสงนำทางให้! เจริญรุ่งเรือง แต่มีดาวเทพแห่งหายนะ “หวังสึน” และดาวมอดม้วยมลาย “ฉูเป้า” กับดาวกับดักมรณะ “กวันซัว” เข้า มาคุกคามทำให้โชคลาภห่างหายการงานการค้าสะดุดติดขัด สุขภาพอ่อนแอเจ็บป่วยง่าย ต้องระวังการใช้ชีวิตประจำวันให้ดี เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุต่างๆ และพึงระวังกับดักหลุมพรางที่ผู้ไม่หวังดีขุดล่อไว้ ฉะนั้นจึงไม่ควรประมาท
หากคิดป้องกันแก้ไข ควรจัดตั้งวัตถุมงคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “มังกรคู่ถวายมุกอัคคี” เพื่อสลายพลังอำนาจของดาวร้าย ขจัดอุปสรรคเคราะห์ภัย เสริมส่งให้การค้าเจริญก้าวหน้า กระตุ้นโชคลาภให้สดใส เงินทองไหลมาเทมา มีสุขภาพแข็งแรง อยู่เย็นเป็นสุขตลอดปี หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีฉลู (วัว) เสริมดวงเรื่องการเงิน
- ปีระกา (ไก่) เสริมดวงเรื่องความสุข
- ปีจอ (หมา) เสริมดวงเรื่องความคิด


4.ปีกุน(หมู) ปีนี้ดวงของคุณไม่ชงโดยตรงแต่ก็ถือว่า ร่วมชง และเนื่องจากดวงชะตาของคนเกิดปีกุน ปีนี้มีดาวมงคลช่วยส่งเสริมเกื้อหนุนให้มีความเจริญรุ่งเรืองได้รับการสนับ สนุนอุปถัมภ์ค้ำจุน การงานการค้าก้าวหน้าประสบความสำเร็จ แต่ก็มีดาวอัปมงคลหลายดวงจ้องคุกคามอยู่ จึงต้องระวังคำพูดคำจาอย่าไปนินทา ว่าร้ายผู้อื่น ดูแลสุขภาพของตนเองให้ดีอย่าให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ และอย่าไปในที่เปลี่ยวตามลำพัง เพราะมีเกณฑ์ว่าอาจถูกทำร้ายปล้นชิงวิ่งราวหรือถูกโจรขโมยขึ้นบ้าน ฉะนั้นจึงไม่ควรประมาท
หากคิดป้องกันแก้ไข ควรจัดตั้งวัตถุมงคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “น้ำเต้าดูดทรัพย์” เพื่อกระตุ้นเปิดรับโชคลาภ ดูดทรัพย์สินเงินทองให้ไหลมาเทมาเสริมส่งให้การงานการค้าเจริญรุ่งเรือง ปราศจากอุปสรรคเคราะห์ภัย มีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีขาล (เสือ) คบแล้วพารวย หรือหารูปเสือมาไว้ที่บ้าน
- ปีเถาะ (กระต่าย) เสริมดวงเรื่องการเงิน
- ปีมะแม (แพะ) เสริมดวงเรื่องความคิด


5.ปีชวด(หนู) ปีนี้คุณมีดาวอัปมงคลรายล้อมสร้างความเสียหายโดยเฉพาะดาวหมาสวรรค์ “เทียนโกว่” ดาวแห่งการสูญเสีย “เตี๊ยวเคอะ” และดาวลูกกรง “ฉิวอี้” ส่งผลให้ดวงชะตามัวหมอง โชคลาภอับเฉา ธุรกิจการงานประสบปัญหามากมาย ทั้งคู่แข่งทางการค้า ปรปักษ์ในที่ลับและที่แจ้ง และต้องระวังอย่าสร้างปัญหาหรือทำผิดกฎหมายมิฉะนั้นจะเป็นการนำภัยเข้าสู่ ตัว ! ดั้ง นั้นจึงควรเสริมสิริมงคล เพื่อให้เกิดความปลอดภัย พร้อมทั้งขจัดเภทภัยต่างๆ จึง ควรจัดตั้งวัตถุมงคลเสริมดวง หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “ฮกลกซิ่ว ค้างคาว กวาง ลูกท้อ” เพื่อสลายพลังร้ายของดาวอัปมงคลให้สูญสิ้นไป พร้อมทั้งเสริมส่งให้การงานการค้า ตำแหน่งลาภยศเจริญก้าวหน้า โชคลาภเงินทองเพิ่มพูนทวี สุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีฉลู (วัว) เสริมดวงเรื่องการเงิน
- ปีมะโรง (งูใหญ่) เสริมดวงเรื่องความคิด
- ปีวอก (ลิง) เสริมดวงเรื่องความสุข


6.ปีฉลู(วัว) ปีนี้คุณมีดาวมงคลนกคู่แห่งรัก “หงหลวน” โคจรเข้ามาส่งความสุขสดชื่น มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง แต่มีดาวป่วยไข้ “ปิ้งฝู” จอมมารแห่งโรคภัยเข้ามาคุกคาม ทำให้สุขภาพอ่อนแอ เจ็บไข้ป่วยง่าย จึงต้องดูแลสุขภาพเอาใจใส่สุขอนามัยเรื่องอาหารการกินให้ดี ฉะนั้นจึงไม่ควรประมาท หากคิดป้องกันแก้ไข ขจัดเคราะห์ภัย จึงควรจัดตั้งวัตถุม! งคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “นกมงคล ทับทิม ไผ่ เหมย” ที่ มีอานุภาพสูงส่งนี้ เพื่อสลายพลังพิฆาตของจอมมารแห่งโรคภัยให้แตกดับไป พร้อมทั้งเสริมส่งให้ดาวแห่งความรักบันดาลให้ความรักของท่านสดชื่นหวานแหวว มีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง พรั่งพร้อมบริบูรณ์ด้วยโชคลาภ ทรัพย์สินเงินทอง มีสุขภาพแข็งแรงอยู่เย็นเป็นสุขตลอดปี หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีชวด (หนู) เสริมดวงเรื่องการเงิน
- ปีมะเส็ง (งูเล็ก) เสริมดวงเรื่องการงาน
- ปีระกา (ไก่) เสริมดวงเรื่องความสุข


7.ปีเถาะ(กระต่าย) ปีนี้คุณมีดาวมงคล “พระอาทิตย์” เปล่งรัศมีสดใสนำทางให้มีความเจริญรุ่งเรือง แต่มีดาวทะเลสาบน้ำเค็ม “เสียนฉือ” และดาวพิฆาตแห่งปี “เหนียนซา” คอย คุกคามทำให้เงินทองรั่วไหล โชคลาภถดถอย ฉุดรั้งไม่ให้การงานการค้าลื่นไหล ฝักใฝ่หลงใหลอบายมุขจนสุขภาพเสื่อมโทรม มนุษย์สัมพันธ์บกพร่องเป็นเหตุนำไปสู่การทะเลาะกับผู้อื่น โดยเฉพาะคู่รักหรือภรรยา และคนในครอบครัว ฉะนั้นไม่ควรประมาท หากคิดแก้ไขให้ออกห่างจากอบายมุขทั้งหลาย จึงควรจัดตั้งวัตถุมงคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “กระต่ายรุ่งเรือง พระอาทิตย์เสริมส่ง” เพื่อเสริมสร้างให้ดาวมงคล “พระอาทิตย์” สาด แสงแรงกล้ายิ่งขึ้น เผาผลาญกำจัดสิ่งอัปมงคลต่างๆ ให้สูญสิ้นไปเหลือไว้แต่ความเป็นสิริมงคลเสริมส่งให้การงานการค้ารุ่งเรือง โชคลาภสดใส มั่งคั่งร่ำรวย สุขภาพแข็งแรงตลอดปี หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีมะแม (แพะ) เสริมดวงเรื่องความสุข
- ปีกุน (หมู) เสริมดวงเรื่องการเงิน
- ปีมะโรง (งูใหญ่) เสริมดวงเรื่องความคิด


8.ปีมะโรง(มังกร,งูใหญ่) ปีนี้คุณมีแต่ดาวอัปมงคลเข้ามาคุกคามโดยเฉพาะดาวประตูมรณะ “ซังเหมิน” ดาวหางเสือดาว “เป้าเหว่ย” และดาวสวรรค์ร้องไห้ “เทียนคู่” ส่ง ผลทำให้โชคลาภอับเฉา การงานการค้าไม่เจริญก้าวหน้า ต้องระวังการดำเนินชีวิตประจำวันของตนเองดูแลผู้อาวุโสกับเด็กๆ ให้ดีหากเจ็บป่วยต้องรีบพาไปหาหมอรักษา และต้องอยู่อย่างสงบอย่าไปมีเรื่องทะเลาะกับผู้อื่นเพราะจะนำภัยเข้าสู่ตัว อีกทั้งต้องมีความมุ่งมั่นอดทน จึงจะหลุดพ้นจากวิกฤตการณ์ที่เลวร้ายนี้ได้ ฉะนั้นจึงไม่ควรประมาท
หากคิดแก้ไข ขจัดภัย สลายเคราะห์เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี ควรจัดตั้งวัตถุมงคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “ดอกบัว ปลาทอง ธรรมจักร เสริมส่งความเจริญรุ่งเรือง”เพื่อ สลายพลังพิฆาตของดาวร้ายให้หมดไป เสริมส่งให้โชคชะตาสดใสขึ้น การงานการค้าเจริญก้าวหน้า กระตุ้นโชคลาภให้เงินทองเพิ่มพูนทวี ปราศจากเคราะห์เหตุโรคภัย อยู่เย็นเป็นสุขตลอดปี หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีมะโรง, ปีมะเส็ง เสริมดวง! เรื่องกา รเงิน
- ปีชวด (หนู) เสริมดวงเรื่องความคิด
- ปีวอก (ลิง) เสริมดวงเรื่องความรู้ซึ่งกันและกัน
- ปีระกา (ไก่) เสริมดวงเรื่องการเงิน


9.ปีมะเมีย(ม้า) ปีนี้คุณมีดาวนายพล “เจียงซิง” และดาวสามพลับพลา “ซันไถ” โคจรเข้ามาเสริมส่งให้โชคชะตารุ่งโรจน์สดใส การงานการค้าเจริญก้าวหน้า แต่มีดาวร้ายห้าปีศาจ “อู๋กุ่ย” และดาวคดีความ “กวันฝู” แทรง แซงเข้ามารังควานสร้างความเสียหาย จึงต้องระวังเรื่องเคราะห์ภัยจากการทะเลาะบาดหมางกับผู้อื่น รวมทั้งเรื่องคดีความทำผิดกฎหมาย จนเป็นเหตุให้ต้องเสียทรัพย์จำนวนมาก ฉะนั้นจึงไม่ควรประมาท หากคิดป้องกันแก้ไข ควรจัดตั้งวัตถุมงคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “เรือใบขนสมบัติ” เพื่อคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย เสริมส่งให้การงานการค้าเจริญรุ่งเรืองกระตุ้นเปิดรับโชคลาภให้มั่งคั่งร่ำ รวย สุขภาพแข็งแรง หมดเคราะห์หมดภัย สุขสบายมีชัยตลอดปี หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีขาล (เสือ) เสริมดวงเรื่องการเงิน
- ปีมะแม (แพะ) เสริมดวงเรื่องความคิด
- ปีจอ (สุนัข) เสริมดวงเรื่องความรัก


10.ปีมะแม(แพะ) ปีนี้คุณมีดาวสวรรค์ยินดี “เทียนสี่” กับดาวคุณธรรมพระจันทร์ “ย่วยเต๋อ” และ ดาวอานม้า “ปั่นอาน” เปล่งรัศมีสดใสอยู่ในเรือนชะตา ส่งผลให้ประสบความเจริญก้าวหน้า ทั้งเรื่องความรัก และการงานการค้า แต่ก็มีดาวมนต์ชั่วร้าย “สื่อฝู” กับดาวละลายทรัพย์ “เสี่ยวห้าว” และดาวหม้าย “กว่าซู่” มาขัดขวางรังควานทำให้สุขภาพอ่อนแอเจ็บป่วยง่าย มีอุบัติเหตุเคราะห์ภัย และเงินทองรั่วไหลออกง่าย ฉะนั้นจึงไม่ควรประมาท หากคิดป้องกันแก้ไข ควรจัดตั้งวัตถุมงคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “เต่านำโชค กระเรียน อายุวัฒนะ” ที่มีอานุภาพสูงส่ง เพื่อสลายอิทธิพลพลังร้ายให้หมดไป พร้อมทั้งเสริมส่งความรักให้หวานชื่น การงาน การค้าเจริญก้าวหน้า มีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว ปราศจากอุบัติเหตุเคราะห์ภัย อยู่เย็นเป็นสุขตลอดปี หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีเถาะ (กระต่าย! ) เสริมด วงเรื่องความคิด
- ปีมะเมีย (ม้า) เสริมดวงเรื่องความร่ำรวย
- ปีกุน (หมู) เสริมดวงเรื่องการเงิน
11.ระกา(ไก่) ปีนี้คุณมีดาวดอกไม้จักรพรรดิ “จื่อเว่ย” และดาวคุณธรรมมังกร “หลงเต๋อ” เปล่ง รัศมีอยู่ในเรือนชะตา ส่งผลให้การงานก้าวหน้าได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง การค้าเจริญรุ่งเรืองมีกำไรงดงาม แต่มีดาวทำลายให้พ่ายแพ้ “เป้าไป้” และดาวหกร้าย “ลิ่วห้าย” คอยจ้องทำลาย จึงต้องระวังคู่แข่งปรปักษ์ยอดขายตกต่ำ ! การผลิตที่ผิดพลาด ทำให้สูญเสียโอกาสที่ดีไป
ฉะนั้นจึงควรหาทางป้องกันแก้ไข โดยการจัดตั้งวัตถุมงคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “หอยสังข์ หยวนเปา ดอกบัว เสริมส่งโชคลาภ” เพื่อ เสริมสร้างการงานให้เจริญก้าวหน้าได้เลื่อนตำแหน่ง การค้าเจริญรุ่งเรืองกระตุ้นเปิดรับโชคลาภให้หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หมดเคราะห์ห! มดภัย มีสุขภาพแข็งแรงสุขสบายมีชัยตลอดปี หรือจะหาเครื่องรางปีนั! กษัตรที่ เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีฉลู (วัว) เสริมดวงเรื่องการเงิน
- ปีมะเส็ง (งูเล็ก) เสริมดวงเรื่องการงาน
- ปีมะโรง (มังกร) เสริมดวงเรื่องความรัก


12.ปีจอ(สุนัข) ปีนี้ดวงชะตาไม่ค่อยสดใส เนื่องจากมีดาวอัปมงคลรุมล้อมสร้างความเสียหาย โดยเฉพาะดาวเสือขาว “ไป๋หู่” ที่ จะส่งผลทำให้เกิดเคราะห์ภัยต่างๆ อย่างไม่ทันรู้ตัว หน้าที่การงาน และธุรกิจการค้ามีอุปสรรค โชคลาภอับเฉา สุขภาพอ่อนแอ จึงต้องระวังอย่าประมาท ฉะนั้นหากคิดป้องกันแก้ไข ขจัดภัยสลายเคราะห์ เสริมส่งโชคลาภให้สดใส ควรจัดตั้งวัตถุมงคล หรือพกจี้มงคลติดตัว(ติดรถ) “สิงโตมีปีก คุ้มภัยพิทักษ์ทรัพย์” เพื่อกระตุ้นเปิดรับโชคลาภ ให้เงินทองไหลมาเทมา การงานการค้ามีความเจริญก้าวหน้า สุขภาพแข็งแรง แคล้วคลาดปลอดภัย อยู่เย็นเป็นสุขตลอดปี หรือจะหาเครื่องรางปีนักษัตรที่เสริมดวงเฉพาะเรื่องไปเลย ได้ดังนี้
- ปีขาล (เสือ) เสริมดวงเรื่องการงาน
- ปีเถาะ (กระต่าย)! เสริมดวงเรื่องความคิด
- ปีมะเมีย (ม้า) เสริมดวงเรื่องความสุข

ตรุษจีน ปี2553 ทุกราศีควรไปไหว้ เทพเจ้าเสริมดวงชะตา ดังนี้
ปีชวด(หนู) ให้ไปไหว้ขอพร “องค์ซำกวง” หรือ “เทพ 3 ตา” วัดทิพย์วารี หลังจราจรกลาง ถ.ตรีเพชร กรุงเทพ
ปีฉลู(วัว) ให้ไปไหว้ขอพร “เทพหั่วท้อ” หรือ “หมออูโต๋ว” (หมดเทวดา) ที่วัดทิพย์วารี หลังจราจรกลาง ถ.ตรีเพชร กทม.
ปีขาล(เสือ) ให้ไปไหว้ขอพร “ไท้ส่วยเอี๊ย” ที่ศาลเจ้าเล่งเน่ยยี่ มังกรกมลาวาส(ทำแก้ชง)
ปีเถาะ(กระต่าย) ให้ไปไหว้ขอพร “เทพเจ้าไท้เอี๊ยง” ที่ศาลเจ้าเล่งเน่ยยี่ มังกรกมลาวาส หรือ วัดทิพย์วารี หลังจราจรกลาง ถ.ตรีเพชร กทม.
ปีมะโรง(งูใหญ่) ให้ไปไหว้ขอพร “เทพเทียงเต็ก” ไหว้ฟ้าดิน หรือไหว้ที่เสาทีกง ได้ทุกศาลเจ้า
ปีมะเส็ง(งูเล็ก) ให้ไปไหว้ขอพร “ไท้ส่วยเอี๊ย” ที่ศาลเจ้าเล่งเน่ยยี่ มังกรกมลาวาส(ทำแก้ชง) “องค์ไท้อิม” ที่วัดทิพย์วารี หลังจราจรกลาง ถ.ตรีเพชร กทม. ปีมะเมีย(ม้า) ให้ไปไหว้ขอพร “องค์เจี้ยงแซ” ไหว้ “เทพเจ้ากวนอู” ที่ ศาลเจ้ากวนตี่ เยาวราช หรือที่ไหนก็ได้ที่มี
ปีมะแม(แพะ) ใ ห้ไปไหว้ขอพร “เทพห่วยเต็ก” ไหว้ “เจ้าแม่กวนอิม” ที่ มูลนิธิเทียนฟ้า เยาวราช หรือทุกศาลเจ้าที่มี
ปีวอก(ลิง) ให้ไปไหว้ขอพร “ไท้ส่วยเอี๊ย” ที่ศาลเจ้าเล! ่งเน่ยยี่ มังกรกมลาวาส(ทำแก้ชง)
ปีระกา(ไก่) ให้ไปไหว้ขอพร “เทพเหล่งเต็ก” ไหว้ “องค์แป๊ะกง” ได้ทุกศาลเจ้าที่มีแป๊ะกง
ปีจอ(หมา) ให้ไปไหว้ขอพร “องค์ตั่วเหล่าเอี๊ย” ได้ทุกศาลเจ้าที่มีเจ้าพ่อเสือ
ปีกุน(หมู) ให้ไปไหว้ขอพร “ไท้ส่วยเอี๊ย” ที่ศาลเจ้าเล่งเน่ยยี่ มังกรกมลาวาส(ทำแก้ชง) “องค์กวนอู” ไหว้ “เทพเจ้ากวนอู” ที่ ศาลเจ้ากวนตี่ เยาวราช หรือ ที่ไหนก็ได้ที่มี

ถ้า ไม่สามารถไปไหว้เทพเจ้าเสริมดวงชะตาตามที่แนะนำตามศาลเจ้าที่บอกได้ให้ดูตาม ศาลเจ้าหรือวัดใกล้บ้านที่มีเทพเจ้าเสริมดวงชะตาตามปีเกิดของคุณ แล้วขอพรจากองค์เทพนั้นโดยตรง โดยอธิฐานดังนี้ ข้าพเจ้า ขอกราบบูชาและต้อนรับ”.....(ชื่อเทพเจ้าที่เสริมดวงชะตาปี2553 ประจำปีเกิดของคุณ)” ซึ่งมาสถิตในเรือนชะตาของ ข้าพเจ้า (ชื่อ-นามสกุล) ด้วยความศรัทธายิ่งขอได้โปรดประทานพรให้ข้าพเจ้า ปราศจากอุปสรรค แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งหลายทั้งปวง พร้อมทั้งประทานความสำเร็จ ความสุขความเจริญ มีสิริมงคล สุขภาพแข็งแรง และโชคดีตลอดปี2553 แก่ข้าพเจ! ้า เทอญ...สาธุ

ค้นหา