วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

소녀시대_Gee-뮤직비디오

SNSD So Nyu Shi Dae(Girls' Generation) M/V

SNSD Chocolate Love MV

พระราชประวัติในหลวง ฉบับการ์ตูน

ปู่เย็น เรารักในหลวง

ในหลวง " in your heart"

วิธีเลือกคู่ของผู้ชาย-อ่านเถอะสั้นนิดเดียว-

ผู้ชายคนนึงอยากแต่งงาน

แต่ไม่รู้จะเลือกใครดีระหว่างผู้หญิง 3 คน

เขาเลยให้ของขวัญทั้ง 3 คนเป็นเงินสดคนละ 5,000 เหรียญ

แล้วดูว่าแต่ละคนจะทำอะไรกับเงินที่ให้ไป

คนแรก เอาไปใช้เรื่องแต่งตัวหมดเลย

เธอเข้าร้านเสริมสวยทำผมใหม่

แต่งหน้าใหม่ ซื้อชุดสวยๆ ใหม่ใส่

เธอบอกเขาว่าที่ท ำไปทั้งหมด ก็เพื่ออยากสวยสำหรับเขา

เพราะเธอรักเขามาก

เขาประทับใจเธอมาก



คนที่สอง ไปซื้อของใช้ผู้ชายให้เขา

เธอซื้อไม้กอล์ฟใหม่ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์

และเสื้อผ้าแพงๆ ให้เขา

ตอนเธอให้ของขวัญเขา

เธอบอกว่าเธอใช้เงินทั้งหมดเพื่อเขาคนเดียว

เพราะเธอรักเขา

เขาก็ประทับใจอีก



คนที่สาม เอาเงินไปลงทุนในตลาดหุ้น

ได้เงินมาหลายเท่า

เธอคืนเงิน 5,000 เหรียญแก่เขา

และลงทุนต่อโดยใช้ชื่อร่วม

เธอบอกเขาว่าเธออยากเก็บเงินไว้เพื่ออนาคตสำหรับเธอและเขา

เพราะเธอรักเขามาก

เขาประทับใจเป็นที่สุด





ชายหนุ่มคิดอยู่นานเกี่ยวกับวิธีใช้เงินของผู้หญิงแต่ละคน







และแล้วเขาก็แต่งงานกับคน....


















**** ที่นมใหญ่และเอาเก่งที่สุด....****

สัดดดเอ้ยยย... 55555




ผู้ชายก็เป็นแบบนี้แหละ รู้ไว้ซะ

วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เรื่องสำคัญของคนไทยทุกคน : "สิทธิของท่านท่านพึงต้องรักษาไว้ด้วยตัว ของท่าน"‏

รหัสลับบุคคล
(PIN Code : Personal Identification Number Code)

http://www.dopa.go.th/online/youKnowPin.htm

PIN Code คืออะไร

PIN Code คือชุดตัวเลขหรือตัวอักษรที่กำหนดขึ้นเป็นรหัสลับเฉพาะส่วนบุคคลที่ใช้ร่วม กับเลขประจำตัวประชาชนเพื่อใช้เป็นรหัสผ่านเข้าสู่ระบบงานหรือการให้บริการ ในระบบคอมพิวเตอร์ ภายใต้ข้อกำหนดหรือรูปแบบของหน่วยงานผู้ให้บริการจะกำหนดขึ้น


PIN Code กับ กรมการปกครอง

กรมการปกครองได้พัฒนาระบบงานการให้บริการ ประชาชนทางด้านงานทะเบียนและบัตรด้วยระบบคอมพิวเตอร์มาอย่างต่อเนื่องมี ประสิทธิภาพและประชาชนที่ไปติดต่อขอใช้บริการได้รับความสะดวกรวดเร็วประหยัด เวลาและค่าใช้จ่าย จากการพัฒนาระบบงานอยู่อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนคนไทยทุกคนทุกหนแห่งมี สิทธิเข้าถึงการบริการของภาครัฐที่เปิดให้บริการข้อมูลด้านต่างๆ ได้อย่างทั่วถึงผ่านระบบเครือข่าย กรมการปกครองจึงได้ขยายรูปแบบการให้บริการโดยได้รับความเห็นชอบและอนุมัติ จากอธิบดีกรมการปกครองให้สำนักบริหารการทะเบียนเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบนำ โครงการรหัสบุคคล(PIN PROJECT) มาใช้ พร้อมทั้งให้กล่องจดหมายอิเล็กทรอนิกส์คนไทยดอทคอมฟรี (Free E-mail Address khonthai.com) แก่คนไทยทุกคนที่มีรหัส PIN Code เพื่อใช้ในการรับ-ส่งจดหมายผ่านระบบเครือข่าย Internet ที่เว็บไซต์ www.khonthai.com


เริ่มใช้รหัส PIN Code เมื่อไหร่่

กรมการปกครองได้เริ่มให้บริการรหัส PIN Code เป็นการทดลองปฏิบัติ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2544 เพื่อให้ประชาชนได้ใช้เป็นรหัสผ่านควบคู่กับเลขประจำตัวประชาชนเพื่อเข้าสู่ ระบบการให้บริการตรวจสอบข้อมูลของตนเองและเป็นรหัสผ่านเข้าสู่กล่องจดหมาย อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ที่ได้มาพร้อมกับรหัส PIN Code ผ่านInternet ที่www.dopa.go.th และ www.khonthai.com


ผู้มีสิทธิ และ การไปติดต่อขอรับ PIN Code

1. ประชาชนคนไทยทุกคนที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านถูกต้องตามกฎหมายมีสิทธิขอรับ ได้ทุกคน PIN Code

2. หากท่านต้องการ สามารถไปขอรหัส PIN Code ได้ที่สำนักทะเบียนอำเภอ สำนักงานเขต หรือเทศบาล แห่งใดก็ได้ทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้สำนักทะเบียนสามารถออนไลน์ทั่วถึงกันทุกแห่งแล้ว ให้ไปติดต่อขอรับที่งานทะเบียนราษฎร

3. โปรแกรมให้รหัสลับบุคคล หรือ PIN Code นี้จะอยู่ที่ โปรแกรมรับแจ้งให้บริการงานทะเบียนราษฎร ข้อที่ 11
4. ผู้ขอต้องเป็นเจ้าของข้อมูลเท่านั้น

5. หลักฐานที่ใช้ เพียงบัตรประจำตัวประชาชนก็พอแล้ว (สำหรับผู้ที่ยังไม่มีบัตรสามารถนำหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาใบ สูติบัตรไปยื่นขอได้ที่งานทะเบียนราษฎร) ปล. ไม่มีค่าใช้จ่าย-ไม่มีค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น


รหัส PIN Code ที่ได้มาเป็นอย่างไร

รหัส PIN Code ที่ได้มา (อาจเป็นตัวเลขหรือตัวอักษร 4 ตัว) มี 2 ชุด อยู่คนละบรรทัด ชุดที่ 1 บรรทัดบน เรียกว่า PIN 1 ชุดที่ 2 บรรทัดล่าง เรียกว่า PIN 2 โดยทั่วไปจะใช้ PIN 1 ส่วน PIN 2 จะใช้ในบางโปรแกรมซึ่งจะระบุให้ใช้ทั้ง PIN 1 และ PIN 2 โดยจะมีคำชี้แจงแจ้งให้ทราบไว้อย่างชัดเจน
เมื่อท่านได้รหัส PIN Code มา ท่านจะได้รับกล่องจดหมายอิเล็กทรอนิกส์คนไทยดอทคอมโดยอัตโนมัติด้วย ซึ่ง e-mail address ของท่านคือ pตามด้วยเลขประจำตัวประชาชนของท่าน@khonthai.com ดังตัวอย่าง p3100199999001@khonthai.com ฟรีทันทีซึ่งให้เนื้อที่เก็บจดหมายขนาด 2 เมกะไบต์ (Megabytes) และสามารถแนบไฟล์ข้อมูลได้ครั้งละ 30 กิโลไบต์ (Kilobyte) เมื่อใดก็ตามที่เนื้อที่เก็บจดหมายของท่านเต็มท่านจะไม่สามารถรับจดหมายใหม่ ได้ท่านต้องทำการลบจดหมายที่ไม่ต้องการทิ้งด้วยตัวท่านเอง



การใช้รหัส PIN Code

เมื่อท่านได้รับรหัส PIN Code มาท่านสามารถเข้าสู่ระบบตรวจสอบข้อมูลตนเองได้ทันที

สำหรับการเข้าใช้งานระบบ webmail khonthai ท่านจะใช้งานได้ในวันถัดไป


ช่องทางการเข้า ใช้งาน มีดังนี้
1. ที่เว็บไซต์ www.dopa.go.th และ คลิกที่ Banner : Thailand Gateway
2. ที่เว็บไซต์ www.khonthai.com และ คลิกที่หัวข้อ Thailand Gateway หรือ หัวข้อประตูสู่การบริการภาครัฐ หรือ URL : http://www.khonthai.com/thailandgateway/
3. ใช้ผ่านตู้บริการอเนกประสงค์ (MPM : Multi Purpose Machine) ซึ่งเป็นเครื่องบริการประชาชนอัตโนมัติ มีระบบให้บริการประชาชนหลากหลายรูปแบบ อาทิ การคัดสำเนารายการข้อมูลตนเอง การแจ้งย้ายเข้าหรือออกจากทะเบียนบ้านแบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องไปทำที่อำเภอ ฯลฯ จะเปิดให้บริการ ในเร็ว ๆ นี้
ประชาชนจะได้รับ ประโยชน์อย่างไร


1. เป็นรหัสสำหรับเข้าตรวจสอบข้อมูลของตนเองจากฐานข้อมูลโดยตรง เช่น ข้อมูลตามทะเบียนราษฎร ข้อมูลการทำบัตร ข้อมูลการจดทะเบียนสมรส / หย่า ฯลฯ


2. เป็นรหัสสำหรับเข้าตรวจสอบสิทธิประโยชน์อื่นๆ ของภาครัฐที่ทางราชการจะแจ้งสิทธิต่างๆ ของท่านให้ทราบผ่านทางเลือกนี้ และที่จะเปิดให้บริการเพิ่มเติม เช่นสิทธิการเลือกตั้งประกันสุขภาพประกันสังคม การขึ้นทะเบียนทหารการทำใบขับขี่ฯลฯ


3. เป็นรหัสสำหรับเข้าขอตรวจคัดรับรองสำเนารายการทะเบียนข้อมูลของตนเองผ่านทาง Internet และตู้บริการอเนกประสงค์ (MPM) เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการติดต่อหน่วยงานใด ๆ ได้โดยไม่ต้องพกพาเอกสารติดตัว


4. เป็นรหัสสำหรับเข้าสู่กล่องจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail Address khonthai.com) เพื่อรับ-ส่งข้อมูลข่าวสารได้


5. เป็นรหัสสำหรับการยืนยันตัวบุคคลในการขอทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งต่อไป เพื่อเป็นการป้องกันบุคคลอื่นมาสวมตัวหรือสวมสิทธิขอท่านในการทำบัตร


6. เป็นรหัสในการขอเข้ารับบริการต่างๆ ภาครัฐ (E-GOVERNMENT)


7. เป็นรหัสในการแสดงความคิดเห็นและลงประชามติ


8. เป็นรหัสในการขอเข้ารับบริการทางธุรกิจ (E-BUSSINESS)


9. เป็นรหัสในการยื่นคำร้องสอบถามข้อมูลหรือจ่ายค่าบริการภาครัฐ


10. ประชาชนได้รับความสะดวกและรวดเร็วในการขอใช้บริการทำให้ประหยัดเวลาและค่า ใช้จ่าย



สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่รัฐ จัดทำขึ้นให้แก่ประชาชนเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นและในอนาคตอัน ใกล้นี้ ยังมีบริการอื่นๆ อีกมากที่จะตามมาดังนั้นรหัสบุคคลจึงมีความจำเป็นสำหรับทุกคนขอให้เก็บรักษา ไว้ให้ดีและพยายามจดจำไว้ให้แม่นยำ


"สิทธิของท่านท่านพึงต้องรักษาไว้ด้วยตัว ของท่าน"

วันพุธที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

สลายนิ่ว อาจถึงชีวิตได้‏

สวัสดีครับ เพื่อนๆ

อันตราย จากการสลายนิ่ว



วันนี้ว่างๆ พอจะมีเวลา เลยขอเล่าประสบการณ์ อันตรายจากการสลายนิ่ว เป็นเรื่องทิ่ได้เกิดกับพี่สาว ซึ่งได้เสียชีวิต



พี่สาวผมอายุ 66 ปี มีโรคประจำตัว คือความดันโลหิตสูง และ มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานไปหน่อย ทำให้ข้อเข่าเสื่อม อันเป็นผลให้ การเดินค่อนข้างลำบาก เจ็บ และ ปวดเข่า พี่สาวผมได้ใช้สิทธิ์ประกันสังคม ที่ผมส่งให้ ทำการตรวจรักษา ที่โรงพยาบาลรัฐบาล ( ขออนุญาตไม่บอกชื่อ )



คุณ หมอแผนก ประกันสังคมได้ตรวจ ปัสสาวะตามระยะเวลาทั่วไป และ พบเชื้อในปัสสาวะ ก็ได้ให้ยาฆ่าเชื้อมาทาน 2-3 ครั้ง จึงเกิดความสงสัยว่า ทำไมเชื้อจึงไม่หมดซักที เลยส่งต่อให้แผนก ศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ ทำการ เอ็กซ์เรย์ จึงพบก้อนนิ่ว ขนาด 2 เซ็นต์ บริเวณกรวยไต จึงได้นัดทำการสลายนิ่ว โดยใช้คลื่นไฟฟ้า ซึ่งไม่ต้องทำการผ่าตัด หมอแจ้งว่าหากเก็บไว้ ตัวนิ่วอาจจะออกฤทธิ์วันใดวันหนึ่งได้ และ จะเป็นอันตรายต่อไต

ซึ่งพี่สาวผม ยังไม่มีอาการบวม หรือ ปัสสาวะลำบาก ร่างกายยังปกติ



พี่สาวผมได้ ขอให้คุณหมอกระดูก ทำการผ่าข้อเข่าก่อน เพื่อเปลี่ยนข้อเข่า เพราะอยากเดินได้ปกติก่อน ส่วนเรื่องนิ่วนั้น ขอให้ทำทีหลัง หลังจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ได้ผลดีพอสมควร เริ่มเดินได้มากขึ้น ใช้ชีวิตเดินห้างได้

หลังจากที่ได้ผ่าเข่า ช่วงห่างประมาณหนึ่งเดือน คุณหมอแผนกนิ่ว ได้นัดนอนโรงพยาบาล ในวันศุกร์ ได้สลายนิ่วโดยไม่ต้องผ่าตัด พี่สาวเล่าเพียงแต่ว่า หมอได้ให้นอนคว่ำหน้า จากนั้นมีความรู้สึกเหมือนมีอะไรมากระแทกหลัง หมอได้ใช้วิธีบล๊อกหลัง ช่วงบ่ายๆ พี่สาวบอกว่า ปัสสาวะออกเป็นสีแดง ปนเลือด ซึ่งพยาบาลบอกว่าเป็นเรื่องปกติของการสลายนิ่ว พี่สาวสามารถเดินไปห้องน้ำเองได้ และในคืนนั้นเอง พี่สาวผมได้จับไข้ หนาวสั่น เหงื่อออกมาก พยาบาลได้ให้ พารา มากินสองเม็ด พี่สาวผมบอกให้ผมไปรับออกจากโรงพยาบาลได้ใน วันเสาร์ตามที่หมอได้ แจ้งไว้ เหมือน เคส ปกติทั่วไป



ผมได้รับพี่สาวกลับบ้าน ก่อนเที่ยงของวันเสาร์ โดยพี่สาว ไม่ยอม บอกว่า เมื่อคืนมีไข้หนาวสั่น เพราะอยากกลับบ้านมาก เห็นคนไข้ในตึกเสียชีวิต สองคน เลยกลัวมาก เมื่อกลับถึงบ้าน ประมาณบ่าย 2 โมง ก็มีอาการ หนาวสั่น เหงือออกมาก หน้าซีด อาเจียน และเป็นลม ช๊อก ผมจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลอีกครั้ง เนื้อตัวพี่สาวเกร็งไปหมด ทำท่าหมดสติ คุณหมอห้องฉุกเฉิน ได้รับไว้อีกครั้ง และได้ทำการ ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะซึ่งพบเชื้อในปัสสาวะ แต่ไม่ทราบแน่ว่าเป็นตัวไหน ! ต้องรอเพาะเชื่ออีก 2-3 วัน ผมเบาใจหน่อยเพราะยังไงก็อยู่ที่โรงพยาบาลแล้วใกล้หมอ ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก คิดไปเองว่าพี่สาวคงแพ้ยา ที่หมอไต ให้ไปกิน



`เช้าวันอาทิตย์ ผมได้ไปเยี่ยมดูอาการ แต่เช้า สังเกตเห็นว่า พี่สาวความดันโลหิตตก 60 กว่า และไม่ยอมลืมตา ยังไม่ได้สติ พอดีมีคุณหมอ ผู้ใหญ่ ซึ่งผมรู้จัก มาตรวจคนไข้ในตึก วอร์ดเดียวกัน จึงเข้าไปทัก และ ขอให้มาช่วยดูอาการหน่อย คุณหมอ เห็นเข้า ตกใจ ต่อว่าพยาบาลว่า ความดันตกขนาดนี้ทำไมไม่ส่งไปที่ห้องไอซียู และได้ให้สั่งให้ แผนก ไอซียู ทำการ รับตัวด่วน เมื่อเข้าห้องไอซียู ไม่นาน พยาบาลก็ออกมาแจ้งว่า พี่สาวผมได้หยุดหายใจไป แปดนาที จะให้ปั้มหัวใจไหม ผมตอบกลับ ว่าให้ปั้ม ขึ้นมา โดยไม่รู้ว่าการหยุดหายใจนาน แปดนาที นั้น ก้านสมองจะไม่ทำงานแล้ว คนไข้จะเป็น เจ้าหญิงนิทรา คืนนั้นพี่สาวไม่ได้สติ ชักกระตุกตลอดเวลา น่ากลัว มาก



เช้าวันจันทร์ คุณหมอ ที่ทำการสลายนิ่ว จึงได้รับรายงาน และมา เยี่ยมดูอาการ แล้ว ยอมรับว่า ที่เป็นอย่างนี้ เพราะ เกิดจากการสลายนิ่ว ก้อนนิ่วชิ้นนี้เป็นนิ่วโรค ไม่ใช่นิวกรวดธรรมดาทั่วไป เสมือนว่า เราไปทุบมัน ให้แตก มันจึงเข้าไปในระบบกระแสเลือด แล้วโรคมันกระจาย เข้าไปทำลาย อวัยยวะ ทุกระบบ หัวใจ ม้าม ไต ตับ

ผลปัสสาวะ หลายวันต่อมา แจ้งว่า เป็นเชื้อ อีโคไลน์ ชนิด ดื้อยา ซึ่งจะมีเฉพาะในโรงพยาบาล มันซ่อนตัวอยู่ในก้อนนิ่วชิ้นนี้นานแล้ว แต่ยังไม่ออกฤทธิ์ เราดันไปยุ่งกับมันเอง



พี่สาวผม เป็น เจ้าหญิง นิทรา อยู่ ร่วมสองเดือน ตัวบวม ใช้เครื่องช่วยหายใจ อาการขึ้นๆ ลง ๆ ผมได้แต่ทำบุญ ตักบาตร ทุกเช้า และในที่สุดก็เสียชีวิต ยังดีที่ไม่ต้องเจาะคอ และเจาะไหปลาร้าเพื่อฟอกไต ไม่ต้องเจ็บตัวเพิ่มกว่านี้



ผมวิเคาะห์ เหตุการ อีกครั้ง พบข้อผิดพลาด

1. คุณหมอไต อาจจะไม่ได้ให้ยาฆ่าเชื้อ มากินก่อนทำการสลายนิ่ว หรืออาจจะเห็นว่า ยาที่หมอกระดูกให้พี่สาวอยู่ นั้นพอเพียงแล้ว และไม่ได้ตรวจปัสสาวะซ้าอีกครั้ง ว่าเชื้อโรคไม่มีแล้ว

2. พยาบาลเวรดึก ไม่รายงาน หมอ ว่าผู้ป่วย มีอาการไข้ หนาวสั่น ในกลางคืน ติดวันหยุด ( วันเสาร์ ) หมอไม่มาทำงาน อุทาหรณ์ ว่า ผู้ป่วยต้อง แข็งแรง และ หมอ ต้องมาดู คนไข้ ไม่ใช่เซ็นชื่อให้กลับบ้านได้ล่วงหน้า

3. การผ่าตัด ในโรงพยาบาล ของรัฐบาล นั้น ไม่สมควรทำในวันศุกร์ เพราะจะไม่มีหมอผู้ใหญ่ มาดูคนไข้ในวันเสาร์ – อาทิตย์ หลายๆ แผนกจะหยุด

4. การรักษาโรค หลายอย่าง ในเวลาเดียวกัน ยาหลายอย่างมีผลข้างเคียงมาก หากโรคใดไม่ออกฤทธิ์ อย่าได้ไปยุ่งกับมัน ยิ่งอายุเกิน 50 ปี แล้ว สภาพร่างกาย จะพื้นตัวได้ช้า ไม่จำเป็นอย่าผ่าตัด โอกาสติดเชื้อมีมาก

หมอไต บอกว่า กรณี อย่างพี่สาวนี้ มีเพียง 1 ใน 100 แต่มันก็น่ากลัว มากกว่า ไข้หวัดนก เพราะนิ่วโรคตัวนี้ มันทำลายอวัยวะทุกอย่าง ภายใน 48 ชั่วโมง กว่าหมอจะรู้ก็สายไปแล้ว ดังเช่น พี่สาวผม ครับ



ค่ารักษาพยาบาลครั้งนี้ เป็นเงิน สามแสนสี่หมื่นบาท โดยที่ประกันสังคม รับภาระไปครับ



ผมได้ทำการปาณะกิจเรียบร้อยแล้วครับ พี่สาวค่อนข้างเฮี้ยนมาก ขณะพระนำศพเข้าประตูวัด แกไม่ยอมเข้า รถตู้บรรทุกศพ ชนกับรถมอเตอร์ไซท์ที่ขับใจลอย จนคนขับรถจักรยานยนต์กระเด็นลอยขึ้นมาหน้ากระจกรถตู้ เดชะบุญ ไม่เป็นอะไรมาก แถมยังมาเข้าฝันลูกชาย มาบอกว่า เอาทรัพย์สินซ่อนไว้ตรงไหน และยังเข้าฝันคนงานอีก



ผมได้ตักบาตรให้เกือบทุกวัน เพื่ออุทิศส่วนบุญให้

ก่อนสลายนิ่ว ต้องตรวจให้แน่ใจนะครับ ว่า ไม่เป็นนิ่วก้อนโรค

ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพดีนะครับ

สกุล งามเลิศชัย

เจ๋งมาก ๆ ไฟไหม้ห้าง..แต่บางอย่าง ไม่..ไหม้‏







วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

บังเอิญพอดีหรือที่มันแรง!‏



บังเอิญพอดีหรือที่มันแรง!

WTC = worldtrade center
ลองกลับตัวย่อกันดูสิ
CTW = central world!!!


19/5/2535 พฤษภาทมิฬ
19/5/2553 เหตุการณ์เมื่อวาน!!!
19/5/2533 วันก่อสร้างห้างเวิลด์เทรด
19/5/2553 เซ็นทรัลเวิร์ลโดนไฟไหม้!!!

อย่า...!!! เติมน้ำมันโดยบอกกับผู้ขายว่า ?‏




อย่า...!!! เติมน้ำมันโดยบอกกับผู้ขายว่า ? เต็มถัง ?
ช่วยกันประหยัดเงิน
อย่าเติมน้ำมันโดยบอกว่า เต็มถัง เพราะมีเหตุน้ำมันผ่านหัวจ่ายคิดเงินแล้วตัวจ่ายตัดน้ำมันที่ล้นไหล! คืนปั๊ม แต่หัวจ่ายไม่ลดเงินที่คิดไปแล้ว





พวกเราส่วนใหญ่ไม่ค่อยตระหนักว่าสายส่งน้ำมันนั้นมีท่อส่งกลับน้ำมัน ( สีดำ)
เมื่อเราบอกกับเด็กปั๊มว่า เต็มถัง เด็กปั๊มจะเติมน้ำมันให้กับเรา! โดยเติมแ บบอัตโนมัติเมื่อน้ำมันเต็มจนถึงหัวจ่ายน้ำมัน หัวจ่ายน้ำมันก็จะหยุดการจ่ายน้ำมันทันทีทีมีแรงต้าน ซึ่งMotorปั๊มนํ้ามันก็ยังคงทำงานอยู่และในขณะนั้นลิ้นหัวจ่ายน้ำมันที่ตัวปั๊มจ่ายน้ำมันจะถูก ปิด และขณะเดียวกันนั้นลิ้นส่งกลับน้ำมันที่ตัวปั๊มนั้นจะ เปิด เพื่อให้น้ำมันในท่อส่งน้ำมัน ( ตำแหน่งบนสุดของปั๊มน้ำมัน) ไหลกลับคืนเข้าสู่ถังน้ำมันแต่น้ำมันที่ค้างในหัวจ่ายนั้นได้ผ่านมิเตอร์แล้วนั่นแสดงว่าคุณกำลังบริจาคน้ำมันที่ค้างในท่อจ่ายน้ำมันคืนให้กับผู้จำหน่าย SHELL/PETRONAS/CALTEX/MOBIL....
**การเติมนํ้ามันที่ดีที่สุดคือ ให้ใช้วิธีการคำนวนคร่าวๆว่ารถเราน่าจะเติมได้อีกเท่าไรจึงเต็ม หรืออาจบอกจำนวนไปเลยเช่น 300, 500, 1000 ...****
"ไม่มีความจำเป็นใดๆ ท่จะต้องเติมจนล้นปรี่เพราะเบื้องหน้าก็ยังคงมีปั๊มนํ้ามันอีกหลายแห่ง"

คนทะลึ่งถาม - คนลามกตอบ‏

คนทะลึ่งถาม คนกามตอบ


ถาม : รูอะไรเอ่ย ทำให้เรามีความสุข
ตอบ : รูเยิบ (เลิฟยู)



ถาม : อะไรเอ่ย เข้าไปมีเสียง ออกมามีเสียง ยิ่งเข้าลึกยิ่งมีน้ำ
ตอบ : 7-eleven



ถาม : บนก้อขน ล่างก้อขน ดึกดื่น สัปดน เอาขนมาชนกาน
ตอบ : ขนตางัย



ถาม : นั่งยองๆ กระเด้าๆ ถ้าไม่เข้า เอามือคลำดู
ตอบ : คนรับมีด



ถาม : ขึ้นต้นด้วย คอควาย ลงท้ายด้วย ยอยักษ์ มีขน เป็นอวัยวะ
ตอบ : คิ้วซ้ายไง



ถาม : อะไรเอ่ย เป็นแท่งๆ แทงแล้วเจ็บ เวลาแทงมีน้ำด้วย
ตอบ : เข็มฉีดยา



ถาม : อะไรเอ่ย? ใหญ่ยาว ขนเยอะ
ตอบ : รถบรรทุก



ถาม : เค้าซื้อนู๋มา เค้าพานู๋ไป พานู๋ไปถูไถจนน้ำนู๋ไหลนู๋คืออาราย
ตอบ : สบู่ ไง



ถาม : อะไรเอ่ยอยู่ใต้หว่างขาราคาเป็นหมื่น?
ตอบ : มอเตอร์ไซด์ไงล่ะ



ถาม : อะไรเอ่ย ขึ้นต้นด้วย"ห" ลงท้ายด้วย"สระอี" ผู้หญิงใช้ฉี่
ตอบ : ห้องน้ำสตรี



ถาม : เวลาเอาเข้าแข็งเวลาเอาออกนิ่มมีน้ำยืดติดมาด้วย
ตอบ : หมากฝรั่ง



ถาม : อะไรเอยต้องถ่างก่อนเสียบ
ตอบ : แว่นตา



ถาม : อะไรเอ่ย ชักเข้า ชักออก น้ำไหลเรื่อย ๆ
ตอบ : ก็ แปรงฟัน อะเด่ะ



ถาม : อะไรเอ่ย?เป็นสัน เป็นนูน มีรู มีขน
ตอบ : จมูก



ถาม : เด้งๆเด้าๆยิ่งเข้ายิ่งแข็ง
ตอบ : คนสูบยางรถไง



ถาม : อะไรเอ่ยปิดหน้าเห็นนมปิดหลังเห็นขน
ตอบ : ขนม ไง



ถาม : ผู้หญิงกับผู้ชายทำอะไรกันน้ำออกจากหอย
ตอบ : แต่งงานกัน (ตอนรดน้ำสังข์ไง)



ถาม : อะไรเอ๋ย รอบ ๆ มีขน ตรงกลางมีรู
ตอบ : หูสัตว์งัยจ้ะ เช่น หูวัว หู***งัย



ถาม : อะไรเอ่ย…..ข้างบนมันข้างล่างเหนื่อย
ตอบ : ก็คนแบกมันไง



ถาม : อวัยวะส่วนใดในร่างกายที่เหม็นที่สุด ?
ตอบ : ไหปลาร้า



ถาม : อะไรเอ่ย บางคนสั้น บางคนยาว บางคนใหญ่ บางคนเล็ก ไว้ใช้กับเมีย
ตอบ : นามสกุลคับ

Tinhte.com - Trên tay phiên bản thử nghiệm iPhone 4G

ระวัง เห็ดหอม (dry mushroom)‏

Subject: Fw: ระวัง เห็ดหอม (dry mushroom)

สารเคมีเกือบทุกชนิดมีผลต่อร่างกาย ที่มีผู้แนะนำให้ทิ้งน้ำแช่เห็ดก็ดีแล้ว แต่ยังมีอีกทางหนึ่งที่สำคัญคือผู้ทำอาหารขายเพราะปชช.ส่วนใหญ่มักซื้อกิน อย่าลืมช่วยกันให้ข้อมูลกับแม่ค้าและร้านอาหารด้วย



Look like the fresh one is much better and the price is now cheaper than the dry one.



ระวัง เห็ดหอม (dry mushroom)




โดยสรุป..เขาชุบ หรือพ่นคาร์บอนไดซัลไฟด์ซึ่งมีมหันตภัยรอบด้าน อย่านำน้ำแช่เห็ดหอมมาใช้ในการปรุงอาหาร
ให้เททิ้งทันทีอย่าเสียดาย
ซึ่งส่วนใหญ่เห็ดหอมที่ใช้กันนั้นนำเข้ามาจากจีนแผ่นดินใหญ่
เมื่อจะนำมาปรุงอาหารก็ต้องแช่น้ำให้นิ่มก่อน
ซึ่งน้ำที่แช่ให้เห็ดหอมนิ่มนั้น
(จะอุดมไปด้วยสารหนัก
กรดเกลือกำมะถันต่าง ๆ และอื่น ๆ ซึ่งเราไม่ทราบว่าใช้อะไรบ้างกว่าจะถึงมือเรา ซึ่งสารต่าง ๆ นั้นก็มาจากน้ำจากปุ๋ยที่เพาะเลี้ยงในฟาร์มหรือรม เพื่อกำจัด และป้องกันแมลง )
แต่ก่อนเรามักจะเก็บน้ำนั้นไว้ปรุงอาหารให้หอมน่ากิน
จงเททิ้งไป ..บอกต่อให้แม่ ๆ แม่บ้าน แม่ครัว ภรรยา ลูกสาว..รวมทั้งพ่อบ้านที่ชอบทำอาหาร ฯ
ถึงว่าตอนหลังซื้อมาเก็บได้นานๆ ไม่มีแมลงใดๆมารบกวนเลย
____________________________________________________________________
คาร์บอนไดซัลไฟด์ มหันตภัยรอบด้าน

"คาร์บอนไดซัลไฟด์" ชื่อนี้คนที่อยู่ในวงการอุตสาหกรรมผลิตเส้นใยเรยอน แผ่นพลาสติกเชโลเฟน ผลิตภัณฑ์ยางพารา จะมีโอกาสสัมผัสคาร์บอนไดซัลไฟด์เป็น นอกจากนั้นเนื่องจากคุณสมบัติในการละลายไขมันได้ดี จึงมีการนำไปใช้ในการสกัดน้ำมัน ใช้ในการชุบโลหะ เป็นตัวล้างสนิมออกจากโลหะ
ในภาคการเกษตรเคยมีการใช้เพื่อรมเมล็ดธัญพืชเพื่อกำจัดแมลง ซึ่งเข้าใจว่าอาจจะเลิกใช้ไปแล้ว

ลักษณะของคาร์บอนไดซัลไฟด์ เป็นของเหลวกลิ่นหอมคล้ายคลอโรฟอร์ม ไอของมันหนักกว่าอากาศ 2 เท่า
ดังนั้นในที่อากาศนิ่ง ๆ คาร์บอนไดซัลไฟด์จะลอยต่ำเรี่ย ๆ พื้น ทำให้เพิ่มความเสี่ยงที่คนจะสูดไอเข้าไป ไอระเหยของมันเมื่อพบกับอากาศจะให้ไอผสมที่ระเบิดได้ และลุกติดไฟได้อย่างรวดเร็ว จึงมีอันตรายมากเมื่อถูกความร้อน เปลวไฟ หรือประกายไฟ ความร้อนของหลอดไฟฟ้าที่เปิดอยู่ก็ทำให้ไอของมันลุกติดไฟได้ และสลายเป็นควันของซัลเฟอร์ออกไซด์
ซึ่งเป็นอันตรายยิ่งขึ้น

ข้อควรระวังอย่างยิ่งคืออย่าเก็บคาร์บอนไดซัลไฟด์ไว้ใกล้กรดไนตริก เพราะก๊าซที่ผสมกับไนตริกออกไซด์ จะระเบิดอย่างรุนแรง ขนาดขวดแก้วแตกละเอียดเลยทีเดียว

ไม่ว่าจะสูดดม เข้าไป
หรือซึมเข้าไปทางผิวหนัง หรือกลืนกิน ผลต่อสุขภาพที่ถูกกระทบคือระบบประสาท จะเกิดอาการตื่นเต้น มึนเมาตามด้วยอาการง่วงซึม กระสับกระส่าย ระบบหายใจล้มเหลว อาจถึงตายได้ แต่ถ้าเป็นการสัมผัสแบบระยะยาวทีละน้อย อาการพิษเรื้อรัง จะเริ่มด้วยอาการเจ็บหน้าอก ปวดกล้ามเนื้อ สายตาเริ่มมัว ความจำเสื่อม บุคลิกเปลี่ยนไปคล้ายคนเป็นโรคจิต ที่เคยกล้า ๆ
อาจจะกลายเป็นคนขี้อายไปก็ได้ สารนี้ระคายผิวและตาอย่างรุนแรง

คาร์บอนไดซัลไฟด์เป็นสารอันตราย จึงเป็นสารที่ถูกควบคุม และในประกาศกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับสภาวะแวดล้อม ได้กำหนดค่าความเข้มข้นของสารเคมีในบรรยากาศ
ตลอดระยะเวลาในการทำงานโดยเฉลี่ยห้ามเกิน 20 ส่วนในล้านส่วน ที่ใดมีการใช้สารเคมีตัวนี้ ควรดูแลความปลอดภัยของคนงานให้ดี อย่าให้มีไอระเหยในบรรยากาศของห้องทำงานเกิน

ผู้เขียน: รศ.สุชาตา ชินะจิตร

มหัศจรรย์ จาก ปลาทู‏

มหัศจรรย์ จาก ปลาทู

คอลัมน์ วาไรตี้เฮลท์





"ปลาทู"
ปลาทะเลที่ผู้คนคุ้นเคยกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรด้วยเป็นสัตว์ทะเลที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิทกับสำรับกับข้าวคนไทยมานานเท่านาน



ปลาทูคลุกข้าวเคล้าน้ำปลา น้ำพริกปลาทูอันเลื่องชื่อ
ต้มยำปลาทู เมี่ยงปลาทู ปลาทูต้มกะทิ ฯลฯ
ล้วนแต่เป็นอาหารอร่อยทรงคุณค่า เหมาะกับทุกเพศทุกวัย
ตั้งแต่เด็กไปจนถึงวัยรุ่น วัยทำงาน และคนชรา



นั่นเป็นเพราะคุณสมบัติอันเพียบพร้อมของปลาทูที่เปี่ยมไปด้วย
"วิตามินดี" ที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสเข้าลำไส้
เพื่อนำไปสร้างเสริมและซ่อมแซมกระดูกและฟัน
ทั้งยังช่วยรักษาระบบประสาทและการทำงานของหัวใจให้อยู่ในสภาพที่ดีสม่ำเสมอ
และยังช่วยในเรื่องการแข็งตัวของเลือด
ช่วยควบคุมแคลเซียมไปยังส่วนต่างๆ อย่างเพียงพอ
ทั้งยังมีไอโอดีนส่วนประกอบสำคัญของฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ควบคุมให้ร่างกายเจริญเติบโตตามปกติ




ปลาทูยังมีกรดอะมิโนโปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกายสูงกว่าปลาชนิดอื่น
โดยเฉพาะไลซีน ที่เพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ
กระดูก เส้นเอ็น ข้อ และทรีโอนีน ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตในวัยเด็ก




ที่สำคัญปลาเพื่อนรักตัวนี้ยังมี "โอเมก้า
3" ที่ทรงคุณค่ากับร่างกายมากมาย



ศ.น.พ.ปิติ พลังวชิรา ผอ.ศูนย์โรคผิวหนัง
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
(มศว.) ผู้เชี่ยวชาญด้าน Antiaging Medicine กล่าวว่า
"โอเมก้า 3" เป็นกรดไขมันประเภทไม่อิ่มตัว
ซึ่งจากการวิจัย พบว่าการรับประทานอาหารที่มีไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายที่มีอยู่ในปลานั้น
จะมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์สร้างสมดุล
ปรับระดับความข้นของเลือดให้อยู่ในภาวะปกติเป็นการช่วยลดอัตรา
การเกิดโรคหัวใจ และยังช่วยบำรุงตับอ่อนเลี่ยงความเสี่ยงที่จะ
ทำให้เกิดโรคเบาหวานได้



นอกจากนี้มีการพบว่าการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโอเมก้า
3 ช่วยให้ระบบประสาทและสมองดีขึ้น ป้องกันและแก้ไขโรคความจำเสื่อม
หรือโรคที่สมองไม่สั่งงาน ช่วยเสริมสภาวะจิตใจ
สุขภาพสายตา เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค
และช่วยป้องกันมะเร็งบางชนิด



คุณสมบัติอันเต็มเปี่ยมนี้ส่วนใหญ่แล้วจะพบอยู่ใน
"น้ำมันปลา" หรือน้ำมันที่สกัดจากปลาที่อยู่ในเขตหนาว
แซลมอน ปลาแมคเคอเรล หรือ ปลาทะเลน้ำลึก
อย่างปลาโอ ปลาซาบะ ปลาทูน่า รวมไปถึงปลากะพง
และ "ปลาทู" ยอดฮิตของเราด้วย



เนื้อปลาทู 100 กรัม จะมีสารโอเมก้า 3 อยู่ประมาณ
2-3 กรัม ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายที่ต้องการได้รับโอเมก้า
3 ประมาณวันละ 3 กรัมเท่านั้น



"ผู้ที่อยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีควรจะหาอาหารที่ประกอบด้วยโอเมก้า
3 และหาน้ำมันปลารับประทานได้ตั้งแต่ในวัยเด็ก
ซึ่งเป็นวัยแห่งการ เจริญเติบโต และที่สำคัญในวัยนี้โอเมก้า
3 จะช่วยบำรุงสมอง จนถึงวัยสูงอายุที่ร่างกายเริ่มเสื่อมสภาพ
โอเมก้า 3 ก็ช่วยปรับสมดุล ให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้"




หากผู้ที่ต้องการจะเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงโดยอาศัยประโยชน์จากปลาทะเลน้ำลึกแล้ว
ปลาทูถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ




นี่คือ มหัศจรรย์ปลาทู เพื่อนสนิทคนไทย !!

parking‏

เบียร์....ประโยชน์ต่อสุขภาพ ~ ~ ~‏



เบียร์....ประโยชน์ต่อสุขภาพ ~ ~ ~

ดื่มเบียร์เพียงวันละแก้ว ก็ช่วยให้ผิวคุณสวยขึ้นด้วยนะ..เพราะเบียร์มีสารต่างๆ

มากกว่า 1,000 ชนิด มีวิตามิน และเกลือแร่ ช่วยให้เส้นประสาท และกล้ามเนื้อแข็งแรง




ประโยชน์ของเบียร์

เบียร์มีสารต่างๆ มากกว่า 1,000 ชนิด มีวิตามิน และเกลือแร่ช่วยให้เส้นประสาท และกล้ามเนื้อแข็งแรง

สำหรับ คอเบียร์คงหูผึ่งเมื่อมีคนบอกว่าเบียร์มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ถึงอย่างไรก็
ควรดื่มพอประมาณ แล้วเหตุใด
ฝรั่งจึงบอกว่าเบียร์ดีมีประโยชน์


เหตุผลก็คือเบียร์มีสารต่างๆ มากกว่า 1,000 ชนิด รวมทั้งวิตามิน และเกลือแร่ เช่น สังกะสี
แมกนีเซียม เหล็ก และแร่ธาตุจำเป็น ซึ่งช่วยให้เส้นประสาท และกล้ามเนื้อ แข็งแรง
เหตุผลดีๆ ยังมีอีกมากมาย เช่น


1.ป้องกันโรคหัวใจ จากการศึกษาของนักวิชาการพบว่า ผู้ที่ดื่มเบียร์มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
น้อยกว่าผู้ที่
ไม่ได้ดื่มเบียร์ 40 - 60% แต่ควรดื่มไม่เกินครึ่งลิตรต่อวัน


2.ช่วยลดความเสี่ยงโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต สารที่มีประโยชน์ในเบียร์สามารถช่วยป้องกัน
เส้นเลือดอุดตัน
จึงช่วยป้องกันโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต


3.ช่วยลดความดันโลหิต แพทย์ชาวฮอลแลนด์ และจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดค้นพบว่า
การดื่มเบียร์ช่วยลดความดันโลหิตสูงได้


4.ป้องกันเบาหวาน ผู้ที่ดื่มเบียร์มีจำนวนน้อยที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน เหตุผลก็คือ เบียร์ทำให้
ร่างกายสามารถปรับฮอร์โมนอินซูลิให้ความทรงจำดี นักดื่มเบียร์จึงไม่ค่อยเป็นโรคอัลไซเมอร์


5.ช่วยให้กระดูกแข็งแรง เบียร์ให้ผลดีต่อกระดูก สามารถช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้
แต่ได้ผลเฉพาะ
กับหนุ่มสาวเท่านั้น


6.ช่วยให้อายุยืน จากการศึกษามากกว่า 50 สำนัก พบว่า ผู้ที่ดื่มเบียร์วันละ 1 - 2 แก้ว
มักจะมีอายุที่ยืนยาว เนื่องจากเบียร์มีสารปกป้องหัวใจ


7.ป้องกันท้องร่วง โมเลกุลในเบียร์มีส่วนประกอบเหมือนกันกับกรดนม และน้ำส้มสายชู
สารที่ว่านี้ขัดขวางเชื้อโรคในลำไส้ ที่เป็นสาเหตุของท้องร่วง ไม่ให้แพร่เชื้อจนท้องเสีย


8.ต้านความเครียด นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย Montreal ค้นพบว่า คนทำงานที่ได้ดื่ม
เบียร์บ้างเป็นครั้งคราว
มีความเครียดน้อยกว่าผู้ที่ไม่ดื่มเบียร์


9.ป้องกันนิ่วในถุงน้ำดี และในไต นักวิชาการจากเมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ค้นพบว่า
การดื่มเบียร์วันละหนึ่งขวดก็จะได้รับแมกนีเซียม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงโรคนิ่วในไตได้ถึง 40%


10.ป้องกันโรคนอนไม่หลับ สารจากดอก Hops ในเบียร์เปรียบเสมือนยานอนหลับจากธรรมชาติ
ช่วยให้ประสาทผ่อนคลาย ดังนั้น การดื่มเบียร์หนึ่งแก้วในตอนเย็นจึงเหมือนกับการกินยานอนหลับ


11.ช่วยต้านมะเร็ง เบียร์มีสารโพลีฟีนอยด์ที่จะช่วยป้องกันมะเร็ง โดยการดักจับอนุมูลอิสระ
ตัวร้ายออกจาก
ร่างกาย สารโพลีฟีนอยด์หลักก็คือ Xanthohumol ซึ่งมีข้อดี คือ ช่วยยับยั้ง
โปรตีนที่ช่วยในการพัฒนาการของมะเร็ง


12.ช่วยให้ผิวสวย ในเบียร์มีวิตามินสูง เช่น Pantothenic Acid วิตามินบี 3 และไนอาซิน
ซึ่งจะช่วยกระตุ้น
การผลิตเซลล์ผิวใหม่ ช่วยสร้างคอลลาเจน และเม็ดสี ผิวจึงเรียบเนียน และอ่อนนุม


และที่สำคัญ ดื่มพอประมาณนะครับ....

เพิ่มเติม... ประโยชน์ของเบียร์….. ที่มากกว่า … แค่ทำให้เมาแอ๋

ไม่ใช่ข้ออ้าง....
แต่นี่คือประโยชน์จริง ๆ ของเบียร์ที่มากกว่าแค่ให้ความดื่มด่ำจากรสชาติ
กับสุนทรีย์ในการละเลียดฟองเบียร์ใต้แอร์เย็นฉ่ำ...

ประโยชน์ของเบียร์ต่อไปนี้อาจจะช่วยเป็นข้อแก้ตัวของคุณได้

1. ประคบเอ็นร้อยหวายด้วยเบียร์กระป๋อง
เบียร์กระป๋องเย็น ๆ ประคบกล้ามเนื้อ ลดความเจ็บปวดได้ เช่นเดียวกับถุงน้ำแข็ง
ด้วยการนำเบียร์แช่เย็นเจี๊ยบประคบบริเวณที่ปวด ไม่ว่าจะเป็นปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ต้นคอ
หรืออาการปวดศีรษะ หรือใช้ผ้าพันแผลพันกระป๋องโลหะของเบียร์ให้ส่งความเย็นไปสู่
กล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็ว

อย่าลืมวางผ้าบาง ๆ กั้นระหว่างกระป๋องเบียร์กับผิวของคุณเพื่อป้องกันความเย็นจัด
หายปวดแล้วก็เปิดกระป๋องดื่มแก้เซ็งจากอาการเจ็บปวดได้อีกต่างหาก...555



2. ใช้ดับไฟ
ในกรณีที่คุณไม่มีเครื่องดับเพลิงอยู่ใกล้ ๆ...เบียร์สักกระป๋องนำมาใช้แทนได้อย่างดี
เพียงแค่เขย่ากระป๋องเบียร์เล็กน้อย และราดลงไปบนไฟ แต่เหมาะเฉพาสำหรับ
ไฟเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น อย่างเช่น ไฟที่ลุกไหม้บนตะแกรงปิ้งอาหาร
อย่าเผลอเอาเบียร์ไปดับเพลิงขนาดใหญ่เชียว เพราะคุณอาจโดนเพื่อนเตะเอาได้
(เสียดายเบียร์)

3. หมักเนื้อ
เบียร์มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ เราจึงสามารถนำไปหมักเนื้อได้
เบียร์จะทำให้เนื้อที่เหนียว หมักแล้วอ่อนนุ่มลงได้... ข้อดีอีกอย่างของการหมักเนื้อด้วย
เบียร์คือมันจะไม่ทำให้รสชาดของเนื้อที่หมักเปลี่ยนไป เหมือนหมักด้วยไวน์ หรือน้ำส้มสายชู
วิธีการหมักที่ได้ผลดีก็คือ เจาะเนื้อให้เป็นรูเล็ก ๆ 2-3 รู
จากนั้นนำไปใส่ในทัพเพอร์แวร์ แล้วเติมเบียร์เข้าไป
นำไปแช่ไว้ในตู้เย็นประมาณ 2-3 ชั่วโมง
หรือถ้าจะให้เบียร์ซึมเข้าไปในเนื้อได้ดีขึ้น ควรแช่ทิ้งไว้ข้ามคืน

4. ปลดล็อกที่ขึ้นสนิมด้วยเบียร์
ถ้าล็อคประตูของคุณเกิดขึ้นสนิมจนเปิดไม่ออก
ลองราดเบียร์ลงไป แล้วทิ้งไว้สักครู่ คาร์บอเนตในเบียร์ช่วยละลายสนิมที่ติดอยู่ได้

5. ปลุกชีพให้กับหญ้าที่ตายแล้ว
น้ำตาลหมักในเบียร์มีคุณสมบัติกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช และฆ่าเชื้อราได้
ลองพ่นเบียร์ที่ไม่มีสารเคมีเจือปนลงไปบนจุดหญ้าเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลในสนาม
หญ้าที่ตายจะดูดซับพลังงานจากน้ำตาลหมักในเบียร์ ทำให้หญ้าคืนมาเขียวได้อีกครั้ง
(น่าลองดูกับชวนชม แต่ว่าเอาเงินไปซื้อปุ๋ยดีกว่า...ถูกกว่าเยอะ...เสียดายเบียร์อ่ะ)

6. หาทิศทางในยามจำเป็น
สมมุติว่าคุณหลงทางอยู่ในป่าทึบ แล้วของติดตัวมีเพียงแค่เบียร์กระป๋อง
เข็มเย็บผ้า ชามใบเล็ก และชุดชั้นในผ้าใหม (ของแฟนคุณ) เราสามารถหาทิศทางได้โดย
ขั้นแรก ให้เทเบียร์ลงไปในชามเล็กปล่อยทิ้งให้หมดฟอง
จากนั้นถูเข็มไปมาลงบนชุดชั้นใน
เพื่อให้เกิดไฟฟ้าสถิต แล้วนำเข็มไปลอยในชามที่ใส่เบียร์
เข็มจะหยุดแล้วชี้ไปทางทิศเหนือ... เท่านี้คุณก็รอดพ้นจากการหลงป่าแล้ว
(เอ... ลงทุนพก เข็มด้าย ชาม และที่สำคัญชุดชั้นในแฟน หรือที่ไม่ใช่ของแฟน
หรือที่ไปสอยชุดชั้นในเขาตามหอหญิงมาได้ แต่ทำม้าย ทามมาย
เข็มทิศอันเดียวเอาไปไม่ได้เนาะ)

7. เบียร์แต่ง และบำรุงผม (บนศรีษะ)
เบียร์ 2-3 หยด สามารถนำมาใช้ในการแต่งผมได้
เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหนียวเหนอะพอ ๆ
กับเจลแต่งผม และอีกอย่างคือ สามารถช่วยทำให้ผมเราสวยได้
ซึ่งผมที่ลีบแบนของเรา ดูพองตัว หนา และมีสุขภาพผมที่ดีขึ้นด้วย
ซึ่งวิธีการก็ง่ายนิดเดียวโดยหลังจากที่สระผมเสร็จแล้ว
ก็เทเบียร์ลงบนเส้นผมพอหมาด ๆ ขยี้ให้ทั่วศีรษะ ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที
หลังจากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
และปล่อยให้ผมแห้งเองโดยธรรมชาติ
นอกจากเบียร์จะช่วยให้ผมดูหนา และนุ่มขึ้น
แล้วเบียร์ยังขจัดสารตกค้างจากผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมได้อีกด้วย...
เพียงสัปดาห์ละครั้ง ผมของเราก็จะเริ่มมีสุขภาพดีขึ้นเรื่อยๆ
เคล็ดลับง่ายๆ ลองทำกันดูนะคร๊าบ....



ความปลอดภัยบนอานจักรยาน‏

วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เวลาเกิด‏

รู้ไหมว่า เวลาเกิด ก็บ่งบอกดวงชะตาและอุปนิสัยของแต่ละคนได้

ตามความเชื่อทางโหราศาสตร์ คนเราเกิดมาบนโลก จะได้รับอิทธิพลจากดวงดาวที่โคจรอยู่นอกโลก ทำให้ดวงชะตาและอุปนิสัยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน คราวนี้มาดูกันดีกว่า เวลาเกิดจะมีผลทำให้อุปนิสัยแตกต่างกันอย่างไร


















ตี 5 ถึง 7 โมงเช้า : ช่วงเวลากระต่าย

เป็นคนรักสวยรักงาม ทำอะไรละเอียดอ่อน สะอาด ชอบแต่งตัวให้ดูดีเสมอ สุภาพอ่อนโยน พูดจาหวาน นอบน้อมถ่อมตัว มีมารยาทเป็นเลิศ สงบเงียบเรียบร้อยเหมือนผู้ใหญ่ มีความมั่นใจและทะเยอทะยานไม่น้อย เป็นคนเข้มแข็งข้างใน รู้จักระมัดระวังรอบคอบเป็นนักการทูต จิตวิทยาสูง เข้าอกเข้าใจผู้อื่นดี ใจกว้าง โกรธง่ายหายเร็ว จิตใจดี ใจอ่อน ชอบทำบุญ








7 โมงเช้า ถึง 9 โมงเช้า: ช่วงเวลามังกร

บุคลิกดูหยิ่งทะนงมาก ท่าทางสง่าผ่าเผย ดูหัวสูง ความทะเยอทะยานจะเห็นได้ชัด ดูน่าเกรงใจ เข้าถึงยาก มีความเป็นผู้นำสูง เป็นคนใจกว้าง เด็ดเดี่ยว รักศักดิ์ศรี โมโหร้าย บุ่มบ่ามมุทะลุ ทำอะไรต้องตรงไปตรงมา ไม่ชอบเรื่องเล่ห์เหลี่ยม เป็นที่พึ่งพิงได้ รับผิดชอบสูงขี้สงสารเป็นคนมีประสิทธิภาพสูง อนาคตแจ่มแจ๋ว เพราะความมุ่งมั่นบากบั่นของตัวเอง





9 โมงเช้า ถึง 11 โมงเช้า: ช่วงเวลางู

โดยมากจะหน้าตาดี แต่งตัวดีเสมอด้วยของหรูหราราคาแพงหรือมียี่ห้อการันตี ภาพพจน์จะต้องมาก่อนเสมอ บุคลิกดูเงียบขรึม เรียบร้อยสุภาพนุ่มนวล มารยาทดี พูดจาหวานหู นิสัยข้างในค่อนข้างฉลาด เก็บความรู้สึกและความต้องการได้นิ่งลึกมาก รักการแข่งขันชิงดีชิงเด่น มีความทะเยอทะยานสูง ชอบทำตัวเด่น อยากมีชื่อเสียง เป็นนักวางแผนผู้ชาญฉลาดใจแข็ง ไม่หวั่นไหวอ่อนข้อให้ใครง่ายๆ















11 โมงเช้า ถึง บ่ายโมง: ช่วงเวลาม้า

มีบุคลิกของนักกีฬา แข็งแรงอดทน ร่าเริงคึกคัก ชอบสนุกสนาน รักอิสระเสรีและการผจญภัย มีความเป็นตัวของตัวเอง ชอบแหกกฎ เป็นคนใจกว้าง กระตือรือร้นมาก แต่รอบคอบไม่เป็น ใจร้อน ชอบทำก่อนคิด กล้าลุยไปข้างหน้า จิตใจเข้มแข็ง มานะ บากบั่น มีความจริงใจสูง เวลามีทิฐิจะเป็คนหัวแข็ง ดื้อรั้นสุดๆ เวลาน่ารักจะมีชีวิตชีวาน่าตื่นเต้น เจอมรสุมก็ยังลุกขึ้นสู้ได้








บ่ายโมง ถึง บ่าย 3 โมง: ช่วงเวลาแพะ

เป็นคนใจดี อ่อนโยน จนถึงขั้นขลาดเขิน เป็นคนสุภาพอ่อนโยน นุ่มนวลมีมารบาท ดูสุขุมใจเย็น ไม่มีพิษมีภัย ขี้อายแต่มีความคิดสร้างสรรค์ ช่างฝัน มีไอเดียมันๆ กับเรื่องตลกจี้เส้น บางเวลาดูเศร้าซึม เพราะชอบคิดมากเกินเหตุ จิตใจดี ทำร้ายใครไม่เป็น ถ้าถูกรังแกจะสู้ยิบตา มีความมั่นใจซ่อนไว้ใต้ท่าทางอ่อนโลก ซื่อตรงรักสงบ เกลียดความรุนแรง อะไรๆ ก็ดีหมด ยกเว้นเรื่องดื้อรั้น ครองแชมป์ตลอดกาล





บ่าย 3 โมง ถึง 5 โมงเย็น: ช่วงเวลาลิง

เป็นคนไม่อยู่เฉย เปิดเผยใจร้อนและซุ่มซ่าม นิสัยเหมือนเด็กๆ ชอบเล่นพิสดาร เป็นคนฉลาดหัวไว มีไหวพริบ กล้าพูดกล้าทำ ตรงไปตรงมา เป็นนักวางแผน รู้จักเอาตัวรอด มีเล่ห์กล แต่ไม่ทำร้ายใครลับหลัง มีความสามารถรอบตัว ปรับตัวเข้ากับคนได้ทุกระดับ ทุ่มเทกับการงาน ทำงานดีเชื่อมือได้ เสน่ห์ในตัวอยู่ที่ความขี้เล่น มีชีวิตชีวา อาจจะดูกะล่อนเล็กๆ แต่ก็หนักแน่นจริงใจมาก















5 โมงเย็น ถึง 1 ทุ่ม: ช่วงเวลาไก่

เป็นคนเข้มแข็งหยิ่งยะโส หัวรุนแรงขวางโลกและหัวโบราณ เป็นคนชอบแต่งตัว ใช้แต่ของดีมีราคา บุคลิกขี้อวด ส่วนลึกของจิตใจเป็นคนอนุรักษ์นิยม เจ้าระเบียบ จู้จี้ ขี้บ่น หงุดหงิดง่าย ไม่ยอมเสียเงินอย่างไร้ค่า ยกเว้นเรื่องภาพพจน์ล่ะก็โอ.เค. มีหัวในการบริหาร มีความเด็ดขาด ต่อสู้กับอุปสรรคไม่มีถอย ยามอารมณ์ดีจะเป็นคนสนุก ชอบล้อเล่น ใจกว้าง มีน้ำใจนักกีฬา ไม่ชอบการใช้อำนาจ เกลียดคนอวดเบ่งที่สุด








1 ทุ่ม ถึง 3 ทุ่ม: ช่วงเวลาหมา

เป็นคนรักคุณธรรมความถูกต้อง ซื่อสัตย์จริงใจมาก จนถึงขั้นยึดมั่นถือมั่นทีเดียว ยืดหยุ่นไม่ค่อยเป็น คิดและทำอะไรก็ตาม ตรงทื่อไปหมด ไม่กล้าแหกกฎระเบียบ ชีวิตไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่ มีความขยัน ฉลาด แต่พลิกแพลงไม่เป็น เอาตัวไม่ค่อยรอด เกิดมาเป็นนักปกป้องคุ้มครองคนอื่น มองโลกแบบตรงไปตรงมา ไม่เพ้อฝัน ขาดอารมณ์โรมานซ์ แต่ก็เป็นคนตลกจี้เส้น มองโลกในแง่ดี มักจะเสียสละเพื่อคนอื่น ถึงจะซื่อไปนิด เซ็งไปหน่อย แต่ก็จริงใจนะ





3 ทุ่ม ถึง 5 ทุ่ม: ช่วงเวลาหมู

เป็นคนขี้เกียจนิดๆ เฉื่อยหน่อยๆ รักความเรียบง่ายไม่มากเรื่อง สุภาพอ่อนโยน ใจดีและอบอุ่น จริงใจ มีอารมณ์สุนทรี รักดนตรีและศิลปะสวยงาม มีความโรมานซ์ในหัวใจ แม้จะพูดน้อย แต่เอาอกเอาใจเป็นเลิศ ชอบแต่งตัวแบบผู้ดี รสนิยมดี ชอบทำอาหารและชอบกิน รูปร่างจึงออกแข็งแรงและสมบูรณ์ เป็นคนใจกว้างและชอบให้อภัย หากถูกทำร้ายจะกลายเป็นหมูป่า สู้ถวายชีวิตความคิดและการกระทำจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป รอบคอบ ใจเย็น จนกว่าจะมั่นใจถึงจะลุย เป็นแม่บ้านพ่อเรือนที่รักครอบครัวมาก











5 ทุ่ม ถึง ตี 1: ช่วงเวลาหนู

มีบุคลิกกระตือรือร้น ร่าเริงปราดเปรียว สดใส แต่มีความระแวดระวัง ฉลาดหัวไว ไหวพริบดี ตรงไปตรงมา ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ท่าทางดูขรึม พูดน้อย เฉยชา แต่มีมารยาท รักเพื่อน ชอบช่วยเหลือ มีน้ำใจ จุดเด่นคือความขยันและสะสมเก่ง มักมีเงินสำรองซ่อนไว้ไม่มีใครรู้ ชอบวางแผนการเงิน ประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือย เป็นคนมีระเบียบ บากบั่นมุ่งมั่นสูง ปรับตัวเก่ง มีความรักแบบผู้ให้ รักครอบครัว แต่ก็รักอิสระ กว่าจะลงเอยกับใครสักคน ใช้เวลาคิดนานเชียว








ตี 1 ถึง ตี 3: ช่วงเวลาวัว

ท่าทางแข็งแรงบึกบึนและอึด เป็นคนเฉลี่ยแบบใจเย็น โกรธยาก แต่โกรธเหมือนระเบิดลง มีความบากบั่น มีระเบียบ ขยัน อดทน หนักแน่น ทำอะไรตรงไปตรงมา ไม่รู้จักปรับตัว ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ทื่อตรงจนไม่ค่อยทันใคร ขาดอารมณ์ขัน ตลกก็ตลกแบบฝืดๆ ไม่ชอบความรุนแรง มักจะเลี่ยงการทะเลาะวิวาท แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็จะกลายเป็นวัวกระทิงขวิดสุดฤทธิ์





ตี 3 ถึง ตี 5: ช่วงเวลาเสือ

เป็นคนหุนหันพลันแล่น ก้าวร้าว เข้มแข็ง ดูมีอำนาจ จิตใจกล้าหาญเด็ดเดี่ยว มั่นใจในตัวเองสูง แต่ขาดความรอบคอบ เพราะอารมณ์อยู่เหนือหัวใจ ไม่รู้จักออมชอม ขาวเป็นขาว ดำเป็นดำ ไม่รู้จักสีเทา แต่ก็เป็นคนใจดี เสียสละ ใจกล้า ไม่จุกจิกกับเรื่องเล็กน้อย มีความรับผิดชอบ ฉายเดี่ยว ไม่อยู่ติดที่ มองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขัน ขี้โม้โอ้อวด หลงใหลเรื่องรักโรแมนติก มีความเซ็กซี่เป็นเสน่ห์ส่วนตัว

บอยเจ้าพ่อเพลงรัก..ในวันที่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ‏



ผมได้อ่านนิตยสาร Secret เล่มล่าสุด เมื่อวานนี้ เหตุผลที่ซื้อก็เพราะหน้าปก เป็นรูปคุณบอย โกสิยพงษ์ นักร้องนักแต่งเพลงที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษ

มีเพลงรัก และเพลงชีวิต หลาย ๆ เพลง ที่เขาแต่งได้โดนใจมาก ๆ เช่น เพลง Seasons Change ฤดูที่แตกต่าง , แพ้บ้างก็ได้, รักผมแค่นี้เองเหรอ, ฟังลูกเดียว , RSVP และเพลงที่ได้ยินเมื่อไหร่ ก็ได้กำลังใจ ให้สู้ชีวิตต่อไปทุกที อย่าง " Live & Learn"

ผมชอบเนื้อหาของเพลง Live & Learn มาก ๆ ทุกคนคงพบบจะจำเพลงนี้ได้นะครับ บทเพลงนี้บอกเรา เตือนสติเราว่า... คนเราต้องรู้จักเรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งที่มี อยู่กับความเป็นจริง ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และจงทำวันนั้น วันที่มีอยู่..ให้ดีที่สุด


เมื่อวานนี้ ตอนที่เห็นข้อความบนหน้าปกนิตยสาร พิมพ์ว่า "โลกที่หมุนด้วยความรัก ของ บอย โกสิยพงษ์ " ก็นึกว่าคงเป็นบทสัมภาษณ์ ที่พูดถึงเรื่องราวชีวิตแบบสบาย ๆ สไตล์บอย โกสิยพงษ์

แต่พอเปิดเข้าไปอ่านด้านใน ผิดคลาดเลย ผมก็เพิ่งรู้จากนิตยสารเล่มนี้แหละครับว่า บอย โกสิยพงษ์ นักแต่งเพลง นักร้อง ที่เคยทำงานหนักมาตลอด ตอนนี้เขาได้เปลี่ยนแปลงชีวิต ลดเวลาการทำงานลง เหลือเพียง 3 วันต่อสัปดาห์ ทำงานเฉพาะวันจันทร์ พุธ และพฤหัสฯ เท่านั้น

เขา ให้สัมภาษณ์ไว้ ตอนหนึ่งว่า..

“...เป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่อาทิตย์มานี่เอง ผมพบว่า ตัวเองเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ เวลาพูดจะติด ๆ ขัด ๆ ตลอดเวลา รู้สึกว่าโลกโคลงเคลงไปหมด ไม่รู้เราเป็นอะไร ผมเลยไปหาหมอ หมอบอกว่า เส้นเลือดในสมองตีบ แต่ว่าเพิ่งอยู่ในระยะเริ่มต้น

...นี่แสดงว่าพระเจ้าเตือนแล้วว่า ให้เราใช้ชีวิตที่เหลือนี้ให้ดี จากที่สมัยก่อนเราไม่ค่อยสนใจออกกำลังกาย สนุกแต่การทำงาน ตอนนี้เริ่มมองว่ามีเวลาเหลืออยู่อีกนิดเดียวเอง ผมอายุ 42 ปีแล้ว ...

ดังนั้นช่วงเวลานี้เรายังตั้งเป้าหมายใหม่ทันนะ หลังจากนั้นผมก็คิดได้ว่า ยิ่งมีชื่อเสียง หรือความสำเร็จ ยิ่งมีสาระสำหรับชีวิตน้อยลงเรื่อย ๆ ลยหันมาให้เวลากับครอบครัว รวมทั้งศึกษาพระคัมภีร์มากขึ้น... “

เมื่อถูกถามว่าลูกและภรรยาของคุณบอย รู้สึกอย่างไร ที่เขาตัดสินใจลดเวลาการทำงานลง ...

“ เขาดีใจกันมาก (ที่ผมจะหยุดทำงานหนัก) ตอนแรกที่รู้ว่าผมเป็นโรคนี้ ...ผมเห็นลูกร้องไห้..เมียร้องไห้..เลยรู้สึกว่า ไม่ได้แล้ว เราต้องดูแลตัวเองดี ๆ “

ทุกวันนี้เขาเปลี่ยนตารางชีวิตใหม่ ทุกวันอังคารกับวันศุกร์เขาไม่ทำงานแล้ว ทำแค่วันจันทร์ พุธ พฤหัสฯ

วันอังคารหยุด ไปเที่ยวพักผ่อนกับภรรยา และวันศุกร์ ก็อยู่กับลูกไปเที่ยวกับลูก...

เขาพูดถึงการทำงานสมัยก่อน (ก่อนที่จะเป็นโรคนี้) ของตัวเองว่า...

“..คือสมัยก่อน ผมเป็นคนมีไอเดีย อยากทำโน่นทำนี่ตลอดเวลา แล้วผมก็มักมีโอกาส มีประตูเปิดให้ทำหลาย ๆ อย่างได้มาตลอด แต่ตอนนี้เห็นประตูก็เมินแล้ว ให้คนอื่นทำแล้ว ไม่อยากทำแล้ว”

อ่านแล้วก็ได้ข้อคิดเตือนใจ เตือนตัวเอง และหลาย ๆ คน เรื่องการดำเนินชีวิต การทำงาน ในที่สุดแล้วคนเรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ทุกคนอยากมีความสุข แล้วความสุขอยู่ที่ไหนล่ะ !!

เรื่องราวชีวิตช่วงนีกับบอย โกสิยพงษ์ คงบอกอะไรบางอย่างกับพวกเรา..ตัวเขาเองก็กำลังเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ในวัย 42 ปี..อย่างมีความสุข สุขกับสิ่งที่มี..ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน..และเขากำลังทำวันนั้นที่มีอยู่ให้ดีที่สุด.. ผมว่านี่แหละ.. Live & Learn ของจริง !!!

บทสัมภาษณ์จริง ๆ มีเนื้อหาสาระมากกว่านี้ มีคำพูด มีเรื่องราวที่ได้เรียนรู้มากมาย จากชีวิตของบอย โกสิยพงษ์ ท่านใดที่สนใจ ก็ไปหานิตยสารซีเคร็ตฉบับนี้มาอ่านต่อกันเองนะครับ

เรื่องเกาหลี รู้ไว้เล่นๆ‏

เรื่องเกาหลี ที่อยากให้ทุกคนรู้
แน่นอนว่าเดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็เกาหลี ทุกคนล้วนให้ความสนใจกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเกาหลี
ไม่ว่าจะเป็น ดาราเกาหลี ศิลปินนักร้องเกาหลี ซีรีย์เกาหลีเรื่องดัง หรือแม้แต่การท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลี แต่จะมีสักกี่คนกันนะ ที่รู้ลึกรู้จริงยิ่งกว่าแค่เปลือกนอกว่ายังมีเรื่องน่ารู้ที่เชื่อว่าอีกหลายๆ คนยังไม่รู้ วันนี้ Knock Knock! ได้รวบรวมมาให้ทุกคนได้อ่านกันแล้ว เปิดสมองให้กว้างๆ แล้วไปลุยกันเลย

- ชุดประจำชาติของเกาหลีเรียกว่าชุด ฮันบก คนเกาหลีมักจะใส่ชุดฮันบกในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น งานแต่งงาน, วันซอลนัล (ขึ้นปีใหม่) , วันชูซก (วันขอบคุณพระเจ้า) เป็นต้น

- ต้นไม้ประจำชาติของประเทศเกาหลีคือ ต้นทงแบก (ต้นแป๊ะก๊วย)

- ภาษาเกาหลี มีตัวอักษรเกาหลีที่เรียกว่า ฮันกึล ประกอบด้วยสระ 10 ตัว และพยัญชนะ 14 ตัว

- การทักทายและการกล่าวคำขอบคุณเป็นเรื่องที่คนเกาหลีให้ความสำคัญมาก เวลากล่าวคำทักทายและขอบคุณคนเกาหลีมักก้มหัวคำนับเสมอ การโค้งหัวต่ำระดับไหนก็ขึ้นอยู่กับความอาวุโสของอีกฝ่าย

- ที่ประเทศเกาหลีจะไม่ค่อยเห็นว่ามีสุนัขเดินเพ่นพ่านตามถนนเลย เพราะค่าเลี้ยงดูสุนัขที่เกาหลีแพงมากๆ และถ้าจูงสุนัขไปเดินเล่นตามถนนที่เกาหลี ถ้าสุนัขอึออกมา เราต้องเก็บทำความสะอาดเอง ไม่งั้นต้องเสียค่าปรับ

- ตามร้านมินิมาร์ทที่เกาหลี เวลาไปซื้อของเขาจะไม่ใส่ถุงให้ ทั้งนี้เพื่อช่วยรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก หากต้องการถุง เขาจะคิดเงินเพิ่ม 100 วอน หรือประมาณ 4 บาทไทย

- ถ้าไปพักโรงแรมที่ประเทศเกาหลีในช่วงฤดูหนาว เขาจะไม่เปิดแอร์เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน อีกอย่างอากาศมันเย็นสบายอยู่แล้ว

- ที่ประเทศเกาหลีจะไม่ค่อยเ ห็นตำรวจยืนอยู่ตามสี่แยกไฟแดงเหมือนบ้านเรา เพราะเขามีระบบตรวจจับคนที่ขับรถผิดกฎจราจร และทางตำรวจจะส่งหลักฐานมาถึงบ้านแจ้งเรื่อง ความเร็ว, เวลา, ทะเบียนรถ และต้องไปเสียค่าปรับที่โรงพักเอง

- คนเกาหลีจะไม่ทิ้งขยะบนท้องถนนเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะถูกปรับแพงมากๆ ประมาณ 1,200 บาทไทย คนเกาหลีจึงนิยมเก็บขยะกลับไปทิ้งที่บ้านของตัวเอง
- สาเหตุที่ชาวต่างชาติเรียกประเทศเกาหลีว่า 'โคเรีย' นั้นก็มาจากชื่ออาจักโคเรียว จากนั้นเสียงก็เพี้ยนมาเป็น โคเรีย

- คนเกาหลีจะเรียกคนทั่วๆ ไปตามเพศ (เขาจะไม่เรียก พี่คนนั้น ป้าคนนี้เหมือนบ้านเรา) แต่จะเรียกตามเพศ ผู้ชาย เรียกว่า 'อาจอชี' ผู้หญิงแต่งงานแล้วเรียกว่า 'อาจุมม่า' ผู้หญิงยังไม่แต่งงานเรียกว่า 'อาคะชี'

- บ้านของชาวเกาหลีส่วนใหญ่จะวางผังบ้านเป็นรูปตัว L หรือตัว U และมีการฝังท่อน้ำไว้ใต้บ้าน สำหรับหน้าหนาวตามพื้นบ้านก็จะอุ่น เหมือนเปิดฮีตเตอร์แบบนั้นเลย

- เมื่อผู้หญิงกับผู้ชายเกาหลีแต่งงานกันแล้ว หลังแต่งงานฝ่ายชายต้องไปอาศัยอยู่ที่บ้านฝ่ายหญิง 2-3 วัน หลังจากนั้นค่อยย้ายไปบ้านฝ่ายชาย


- Hunkuj University of Foreign Studies เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่เปิดสอนวิชาภาษาไทยในเกาหลี

- ที่ประเทศเกาหลีไม่มีสะพานลอยให้ข้ามถนน (ถ้ามีก็น้อยมาก) แต่เขาจะสร้างอุโมงค์ลอดใต้ถนน และในอุโมงค์ก็จะเป็นเหมือนตลาดย่อมๆ มีของขายมากมาย อาทิ กระเป๋า เสื้อผ้า ของกระจุกกระจิกต่างๆ ฯลฯ

- รถยนต์ในประเทศเกาหลีร้อยละ 99 เป็นรถที่ผลิตในประเทศเขาเอง เช่น ฮุนได, แดวู, เกีย เป็นต้น

- ประเทศเกาหลีผลิตรถยนต์ได้มากเป็นอันดับที่ 6 ของโลกเลยนะ!

- กีฬาประจำชาติของคนเกาหลีคือ 'ซีรึม' หรือมวยปล้ำแบบเกาหลีนั่นเอง

- เมืองหลวงของประเทศเกาหลี คือกรุงโซล และเมืองที่ใหญ่อันดับสองรองจากโซลคือเมืองพูซาน

- ที่ประเทศเกาหลีเขาไม่นิยมให้ทิปตามร้านค้า ร้านอาหาร เพราะสินค้าและบริการต่างๆ จะบวกภาษีรวมไว้แล้ว 10 % นั่นเอง

- ประเทศเกาหลีเปิดใช้รถไฟฟ้าใต้ดินครั้งแรกในปี 1974 รวมเวลาถึงตอนนี้ก็เปิดมาแล้ว 33 ปี

- คู่บ่าวสาวของเกาหลี เมื่อแต่งงานกันแล้ว นิยมไปฮันนีมูนกันที่เกาะเชจู ซึ่งเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงมากในเกาหลี

- KBS เป็นสถานีโทรทัศน์ครบวงจรแห่งแรกของเกาหลี

- หนังสือพิมพ์ที่คนเกาหลีนิยมอ่านมากที่สุดคือ 'ดองนิบ ซินมุม' หรือหนังสือพิมพ์อิสระ

- เพลง อารีรัง เป็นเพลงเก่าแก่ของเกาหลีท ี่ดังมากๆ ว่ากันว่าเป็นเพลงที่แสดงถึงความรักระหว่างทหารเกาหลีกับสาวไทย

- แท็กซี่ที่เกาหลีจะมี 2 แบบ แบบแรกจะเป็นราคาปกติและตอนดึก จะเปิดรับผู้โดยสารที่ไปทางเดียวกันร่วมไปด้วย แต่ถ้าเป้นแท็กซี่แบบสีดำ จะแพงกว่าแต่ไม่รับผู้โดยสารอื่น และที่นั่นมีกฎหมายให้นั่งได้แค่ 4 คนเท่านั้น

- คนเกาหลีนิยมฝังศพคนตาย โดยหันหัวศพไปทางทิศเหนือ ไม่เหมือนประเทศไทยที่หันหัวศพไปทางทิศตะวันตก

- ผู้ชายเกาหลีทุกคนต้องไปเป็นทหารเป็นเวลา 2 ปีเต็ม โดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆทั้งสิ้น

The King Of Thailand.‏




ทำไม? หลายสิ่งที่พระองค์เคยกระทำเพื่อประชาชนแบบนับไม่ถ้วน จึงต้องจบลงเพียงเพราะความคิด

ของประชาชนบางคนที่ว่า “พระองค์ทรงไม่ยุติธรรม ทรงไม่ออกมาต่อสู้เพื่อประชาชน” อยากถามท่านว่า

“เคยสักครั้งบ้างไหม...ที่ท่านจะคิดทำเพื่อพระองค์หรือต่อสู้เพื่อพระองค์อย่างแท้จริง และเคยสักครั้งบ้างไหม...

ที่ใครเคยเห็นพระองค์ทรงออกมา “ขอร้องให้ประชาชนทำเพื่อพระองค์ หรือต่อสู้เพื่อพระองค์” ณ.วันนี้...

ถ้าท่านเปิดทีวี...สังเกตุเห็นกันบ้างไหม...ว่าหลายๆ ครั้งที่เห็นพระองค์ทรงประชวรและทรงนั่งบนรถเข็น...

แม้กระทั่งน้ำเสียงของพระองค์ที่ทรงพยายามเปล่งออกมา...เราฟังแทบจับใจความไม่ได้เลยว่าพระองค์ทรง

ต้องการพูดว่าอะไร?....พวกท่านเคยนึกสงสารและเห็นใจในพระองค์กันบ้างไหม? หากทุกวันนี้พระองค์ยังทรง

แข็งแรงดีเหมือนแต่ก่อน...ข้าพเจ้ามั่นใจว่า “พระองค์จะไม่ทรงปล่อยให้เลือดของประชาชนและเลือดของทหาร

คนใดต้องไหลนองบนผืนแผ่นดินไทยอย่างแน่นอน”



แต่ก่อนมาแม้กระทั่งชาวต่างชาติยังสรรเสริญ...ชื่นชมในความรักและความเมตตาของพระองค์ที่ทรงมีต่อประชาชน

ทั่วทุกภาค...ทุกหนแห่งที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทย...และยังยกย่องในพระปรีชาสามารถของพระองค์ในหลายด้าน

หลายอย่าง...ที่กษัตริย์ประเทศใดมิอาจเทียบได้



แต่วันนี้...ประชาชนชาวไทยบางคนของพระองค์กลับมองเห็นพระองค์เป็นเพียงแค่คนชราที่ไร้ค่า...

...ไร้ประโยชน์สำหรับเค๊าแล้ว



โปรดลองนั่งคิดดูกันเล่นๆ ว่า “ถ้าวันก่อนตัวท่านเองเคยเป็นคนแข็งแรงและเป็นเสาหลักของทุกคนในบ้าน

และ...หากวันหน้าท่านเข้าสู่วัยชราและโรครุมเร้าเข้ามาเยือนอย่างหลีกเลี่ยงมิได้

และ...หากถึงวันนั้นลูกหลานของท่านกลับมองเห็นท่านเป็นเพียงแค่คนชราที่ไร้ค่า....กลายเป็นภาระของพวกเค๊า...

และ...คิดอยากจะทำทุกวิถีทางเพื่อนำท่านออกจากบ้าน...เพื่อเอาไปไว้ยังบ้านพักคนชรา...

และ...หากวันนั้นมาถึงตัวท่านเอง “ความรู้สึกของท่านจะเป็นเช่นไร?”



ฐานะของพระองค์ไม่จำเป็นต้องทรงเก็บสุนัขข้างทางมาเลี้ยง

และไม่จำเป็นต้องชื่นชมในความซื่อสัตย์ และความฉลาดของมัน

ฐานะของพระองค์ทรงสามารถหาซื้อสุนัขราคาแพง มาเลี้ยงไว้

เพื่อประดับพระบารมี

สุนัขข้างทางอย่าง “ทองแดง” พระองค์ยังทรงเก็บมาชุบเลี้ยง

และเลี้ยงด้วยใจ...เลี้ยงด้วยความรัก...และความเมตตา...

และทองแดงเป็นแค่สัตว์...เป็นแค่สุนัข...แต่มันยังรู้จักรัก

และซื่อสัตย์ต่อผู้มีพระคุณ

ดวงเมืองน่ากลัวมาก... อ่านแล้วเลิกทะเลาะกันเถอะ เอาสติปัญญาความสามารถนำตนเองและครอบครัวให้อยู่รอดผ่านพ้นวิกฤต‏

ศาสตร์แห่งโหร " โสรัจจะ นวลอยู่" ปีขาล 2553 รัฐประหารครั้งใหญ่ ปีแห่งความหายนะทางเศรษฐกิจ

ศาสตร์แห่งโหร ปี 2553 จะเปิดตัวในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 14 ระหว่างวันที่ 15-25 ตุลาคม ใครอยากรู้อนาคตธุรกิจการเมือง ปีขาล 2553 ต้องรีบซื้ออ่านโดยพลัน ประชาชาติออนไลน์ ตัดตอน คำพยากรณ์ของ"โสรัจจะ นวลอยู่"มาเป็นออร์เดิร์ฟ อ่านแล้ว อาจเตรียมตัวตั้งรับวิกฤตได้ทันท่วงที
....ปี 2553 ดวงดาวยังคงเดินในสภาพไม่ปกติ เป็นปีเสือดุสุดหฤโหดมหาวิปโยคอย่างแท้จริง
"พระเสาร์ยังสถิตอยู่ในราศีกันย์ตลอดทั้งปี และพระราหูสถิตราศีธนูทั้งปี เช่นกัน"
"ดาวอังคาร ดาวสีเลือดย้ายเข้าสู่ราศีตุล ในวันที่ 4 กันยายน 2553 เล็งลัคนาเมือง"
"26 เมษายน 2553 ดาวพฤหัสบดี อันเป็นดาวฝ่ายคุณธรรม ฝ่ายศาสนาและเป็นดาวแห่งความดีเดินเข้าสู่ราศีมีน เป็นวินาศกับดวงเมือง สถิตร่วมกับดาวพุธและมฤตยู
ปีนี้ดาวเสาร์เล็งกับมฤตยู ซึ่งเป็นบาปเคราะห์ล้วนร้ายแรงทั้งสิ้น เป็นสิ่งน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ในการเดินของบาปเคราะห์ล้วนร้ายแรงทั้งสิ้น
เป็นสิ่งน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ในการเดินของบาปเคราะห์ใหญ่ทั้งสองดวงพร้อมด้วยอังคารโยคหลัง อนึ่งตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนเมษายน 2553 ดาวอังคารบาปเคราะห์ที่รุนแรงแบบทะลุทะลวงได้เข้าสู่ราศีกรกฎ ทำมุมฉากหรือมุมข้อพับกับราศีเมษ"


@ เกิดปฏิวัติรัฐประหาร" ครั้งใหญ่อีกครั้ง

เมื่อร่วมผนึกกำลังกันเข้าตรึงลัคนาราศีเมษกรุงสยามเช่นนี้ ทำให้เห็นชัดว่าถึงคราวชะตาเมืองกำลังตกต่ำ การแตกแยกโกรธแค้นชิงชังของผู้คน เสนาบดีมีเหตุอาเพศตางๆ เกิดการจลาจล รัฐประหาร ยึดอำนาจ คว่ำกระดาน บุคคลในเครื่องแบบแตกแยกแบ่งเป็นสองฝ่าย เกิดสงครามกลางเมือง ซึ่งเลือดไทยต้องไหลรินนองแผ่นดิน เป็นหนทางไปสู่ "การปฏิวัติรัฐประหาร" ครั้งใหญ่อีกครั้ง
เป็นปีแห่งการทุกข์ทรมานของนักการเมืองที่ต้องก้มหน้าก้มตารับกรรมที่ก่อไว้ ถูกประจานตีแผ่ความเลวร้าย ชั่วช้าสามานย์ ที่แอบแฝงซ่อนเร้นต่อผู้คนที่คอยตักตวงผลประโยชน์ของบ้านเมืองมาเป็นเวลาช้านาน จะต้องถูกคิดบัญชีจากวัฏจักรของดวงดาว ซึ่งส่อถึงความล่มสบายของอาณาจักร เกรงกลัวหรือไม่กลัวแล้วแต่ท่านทั้งหลาย เพราะจุดจบของประเทศจะเกิดขึ้นโดยน้ำมือของนักการเมืองชั่ว และบุคคลที่เข้ามาบริหารประเทศอย่างไร้คุณธรรมอย่างทุกวันนี้ แต่ถ้าจะให้ผ่านจุดนั้นไปให้ได้และจะไปให้ถึงเวลาฟ้าใสของประเทศ
ตามดวงดาวบ่งบอกว่าอาจจะต้องใช้เวลาให้ผ่านช่วงเคราะห์กรรมไปอีกสักระยะหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ก่อกรรมไม่ดี จะถูกลงโทษจากสรวงสวรรค์ จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ดูแลประเทศเพราะสยามประเทศนั้นไม่มีอะไรที่จะมาทำลายร้างให้สูญสิ้นไปได้






ซึ่งที่ทำนายมานี้ไม่มีอคติต่อใครๆ ทั้งสิ้น หรือสาปแช่งบุคคลใด แต่ไปเป็นไปตามดวงดาวลิขิตจริงๆ สิ่งที่จะลบร้างคำทำนายให้เบาลง ทุกๆ คนต้องสร้างแต่ความดีถือศีล 5 ทำจากใจจริงไม่ใช่เฉพาะภายนอก หรือชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น
พรรคการเมืองทั้งเล็กและใหญ่ทั้งหลาย ซึ่งเป็นอยู่ในปัจจุบันถึงกาลอวสาน สิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจะแตกสลายไปเองตามอิทธิพลของดวงดาว และจะเกิดสิ่งใหม่หรือมิติใหม่ซึ่งพัฒนาขึ้นมาเองยากแก่การคาดการณ์ได้
ดาวมฤตยูเจ้าแห่งการปฏิรูปเปลี่ยนแปลง ได้เดินเข้าทำมุมตรีโกณกับราศีมิถุน ประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย และจะทำมุมอยู่อย่างนั้นเกือบถึง 7 ปี ระหว่างนี้จะมีบาปเคราะห์มาเข้าร่วมมุม ทั้งมุมกากบาท ทั้งมุมสามเหลี่ยม บ่งถึงไทยเรายังมีรัฐบาลที่ดันทุรังและไม่ฉลาดไม่เห็นการณ์ไกล
ความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ ย่อมจะกระทบกระเทือนต่อคุณภาพของการพัฒนาประชาธิปไตย และนำมาซึ่งความขัดแย้งทางสังคม
เกิดจลาจลในกรุงเทพฯ ทุกหมู่เหล่าแตกแยกเคียดแค้น ปิดร้านค้ายึดเป็นที่มั่นยิงต่อสู้กัน ทั่วทุกแถบในกรุงเทพฯ มีการขว้างระเบิดสนั่นเมืองไปหลายวัน จะก่อความยุ่งยากทีละน้อย และค่อยๆ รุนแรงขึ้นจนระงับไม่อยู่ ผู้มีอำนาจหรือคนสำคัญบางคนจักหมดอำนาจวาสนา
ข้อสังเกตเหตุการณ์รับกันนองเลือดครั้งนี้เกิดที่กรุงเทพฯ เมื่อดาวอังคารแห่งสงครามโคจรเข้าทับลัคนาแห่งดวงเมืองประชาธิปไตย จึงรบกันนองเลือดระหว่างผู้มีอำนาจกับประชาชน ครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ตั้งกรุงเทพฯ มา
อาจต้องใช้กำลังทหารเข้าแก้ปัญหา เป็นหนทางไปสู่ "การปฏิวัติรัฐประหาร" ต้องรบราฆ่าฟันกัน สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ตอนต้นปีบุคคลสำคัญและมีชื่อเสียงของประเทศจะถึงแก่กรรมจากการลอบทำร้าย ผู้คนระส่ำระสาย


@ ประเทศไทยกำลังคอยวีรบุรุษผู้กล้าหาญ
ภายใต้อิทธิฤทธิ์ของพระเคราะห์ แห่งสุริยะระบบ จึงไม่มีอะไรไม่ว่าสิ่งอันมีชีวิตหรือสิ่งอันเป็นนามธรรม กับสิ่งอันอุบัติขึ้นจากการก่อตัวของเหตุการณ์หนึ่งๆ จะต้องถูกครอบงำด้วยพระเคราะห์ทั้งสิ้น

เราคนไทยกำลังดิ้นรน เพื่อการคงอยู่ อนาคตนั้นก็ย่อมจะเป็นไปตามอำนาจของดวงดาวและกาลเวลา
พยายามดื้อรั้นฝืนดวงดาว เอาแต่ใจตนเอง โดยถือประเทศชาติเป็นสนามทดลองความดื้อของตนเอง ประเทศไทยกำลังคอยวีรบุรุษผู้กล้าหาญ ผู้เห็นประโยชน์แก่ประเทศชาติมาแก้ไขสถานการณ์นี้

บ้านเมืองเมื่อไรจะสงบเสียที เพราะรู้อยู่แก่ใจว่า ความมืดมนเหล่านี้จะเบาลง ซึ่งต้องใช้เวลายาวนานมาก มันเกี่ยวพันกับภูมิภาค เกี่ยวพันกับดวงชะตาของโลก เพียงแต่ขอตอบว่ายังไม่มีวันสงบ อีกหลายปีจึงจะเบาบางลง

กรุงเทพฯ บางส่วนเริ่มถูกน้ำทะเลท่วมเข้ามาถึง อาจจะจมน้ำหายไปและจะเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องไปอีกหลายปี และอาจจะจมหายไปจากแผนที่โลกหรือแผนที่ประเทศไทย อาจจะต้องเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นภาครับต้องตระหนักถึงเรื่องนี้ ควรหาทางป้องกันไว้ก่อน


เดือนเมษายนเป็นที่สังเกตว่าดาวพระพฤหัสบดี แห่งไทยสยามกำลังโคจรร่วมกับพระพุธและดาวมฤตยูเป็นสัญญาณบ่งถึงการแทรกแซง ในราศีมีนเป็นวินาศกับลัคนาเมือง จะมีเหตุยุ่งยากเกิดขึ้น ผู้รักษาอำนาจการปกครองจะต้องระมัดระวัง อย่าได้หลวมตัว ตัดรอนอำนาจพิษสงของตนเองตามคำเรียกร้องต่างๆ ซึ่งวางกลลวง ในการแสวงหาลู่ทาง ให้ฝ่ายของพวกพ้องตนเองได้มีโอกาสเอาสถานการณ์บังหน้า ก่อเหตุวุ่นวายขึ้น

ขอย้ำว่าในปีนี้เหตุการณ์ไม่สู่สงบ จำเป็นต้องมีความรักและสามัคคีต่อกันและกันและมีเสถียรภาพด้วย

@ ปีแห่งการก่อการร้าย
ส่วนปัญหาทางภาคใต้ อิทธิพลของดาวเสาร์และดาวอังคารทำให้ยังเป็นปีแห่งการก่อการร้าย และการก่อวินาศกรรมทั้งปี เหมือนปี 2552 ที่แล้วมาแต่ยังแก้ไม่ตก จะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมหาศาล อาจเสียอำนาจทางภาคใต้ของประเทศประกาสแบ่งแยกเดินแดนแล้วทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างขาดลอยไป เนื่องจากดาวอังคารคงเดินแบบวิกล เพราะดวงผู้นำประเทศ ทำให้การก่อการร้ายปานกลายเป็นสงครามระหว่างภาค ขยายวงกว้าง ออกไปทางภาคใต้การฆ่าผู้บริสุทธิ์รายวันยังคงดำเนินต่อไป มิมีอะไรมาหยุดยั้งได้ ผู้ก่อการร้ายกระทำครั้งนี้เป็นกลุ่ม ศาสนาถูกนำเข้ามาเกี่ยวข้อง ยังเอาโรงเรียน สถานที่ราชการ วัดวาอาราม ใช้อาวุธที่มีอานุภาพรุนแรงระเบิดพลีชีพ ประหนึ่งเป็นสงคราม จนทำให้องค์กรสหประชาชาติยื่นมือเข้ามา
ประเทศไทยจึงเป็นที่กล่าวขวัญในทางที่น่าสะพรึงกลัวไปทั่วโลก สื่อต่างประเทศมาทำข่าว ชาวต่างชาติไม่กล้าเดินทางมาท่องเที่ยว ผู้คนบริสุทธิ์ ทั้งพ่อค้า นักธุรกิจ นักปกครอง เด็กและสตรีต้องอพยพหนีไปยังที่ปลอดภัยกว่าในดินแดนแห่งใหม่ ผู้ที่จะมาชำระสะสางความมืดมน ความเคลือบแคลงให้กระจ่างออกมา ทุกคนทุกวันนี้ก็รู้กันดีอยู่ว่าการกระทำอันอุกอาจครั้งนี้ ย่อมจะต้องใช้กำลังผู้คนจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ฝ่ายคุ้มครองบ้านเมือง ย่อมจะไม่หย่อนสมรรถภาพถึงขนาดไม่รู้เบาะแสอะไรเลย เพียงแต่ว่าความจริงบางอย่างเปิดเผยออกมา จะต้องมีจังหวะเวลาอันสมควรด้วย ย่อมกระทบกระเทือนต่ออะไรมากมาย รวมทั้งสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศกับบ้านใกล้เรือนเคียง
เนื่องจากในกลุ่มชาติอาหรับผู้เป็นเจ้าของน้ำมันส่วนใหญ่ของโลก ยังมีปัญหาข้อพิพาทและรบราฆ่าฟันกันยังไม่จบสิ้น ยังคุกคามความสงบสุขของประชากรโลกต้องเดือดร้อนยิ่งขึ้นไปกว่าปีที่แล้วเพราะอาจขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ได้รวมหัวกันขึ้นราคาน้ำมันโดยไม่หยุดยั้ง บางช่วงก็ใช้น้ำมันเป็นเครื่องต่อรองกับประเทศมหาอำนาจทางตะวันตก ส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำลง ทำให้ข้าวของแพง ผู้คนลำบากไปทั่ว
ส่วนในบ้านเรานอกจากน้ำมันเชื้อเพลิงจะขึ้นราคาไม่หยุดแล้ว แก๊สหุงต้มก็ขึ้นราคาอย่างหนักเช่นกัน สร้างความปั่นป่วนเดือดร้อน



@ การปลุกระดมม็อบใดๆ ควรละเว้น

อีกนัยหนึ่งปี 2553 นี้ เมื่อว่ากันในแง่โหราศาสตร์ฮินดูก็เห็นว่า การวู่วามใด ๆ รังแต่จะทำให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟ การปลุกระดมม็อบใดๆ ควรละเว้น บ่งถึงว่าถ้าดื้อรั้นจะเอาแต่ฝ่ายตนท่าเดียวโดยมิได้ผ่อนปรนใดๆ บ้านเมืองก็คงฉิบหายและจะเป็นการปลุกให้ผู้ถืออาวุธทนไม่ไหวคิดเข้ามาแก้ไขสถานการณ์อันไม่สงบ มันจะไปกันใหญ่ นอกจากทุพภิกขภัยจะเล่นงานเอาอย่างอ่วมอรทัยแล้ว น้ำผึ้งหยดเดียวก็จักบันดาลให้เกิดอะไรต่ออะไรที่เลวร้ายอย่างใหญ่หลวงได้

ผู้มีอำนาจวาสนา อย่าได้นิ่งนอนใจ ระวังสุขภาพ ความยุ่งยาก ความเดือดร้อนอย่างรุนแรง จักสำแดงโทษ ผู้เป็นใหญ่ ผู้เป็นหลักต่างๆ จะประมาทต่อสถานการณ์ใดๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น ระวังกว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ อย่าวางใจในสิ่งที่ตนคิดว่าตัดรากถอนโคนแล้วคงไม่มีเขี้ยวเล็บ ประวัติศาสตร์ที่ยุ่งยากมาเป็นร้อยเป็นพันปี สอนไว้ได้ดีว่า ในโลกนี้หามีความเที่ยงแท้อะไรไม่

ความผันผวนยุ่งยาก เป็นการแสดงให้เห็นว่าสิ่งต่างๆ ยังคงดำเนินสานต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดยั้ง และโดยทั่วไปสภาวะในประเทศเปรียบเสมือนน้ำเดือดพล่านบนหม้อที่มีเชื้อไฟข้างใต้โหมอย่างรุนแรง ประชาชนพลเมืองอาจจะประสบปัญหาที่ไม่เคยประสบมาก่อน คือ คนว่างงานจำนวนมาก มีการเดินขบวน วุ่นวาย ต่างๆ นานา และอาจถูกปราบปรามจนต้องสูญเสียชีวิตไปมิใช่น้อย มีสงครามเบ็ดเสร็จในแต่ละท้องที่ผู้คนจะตายหมู่กันมาก

@ปีแห่งความหายนะทางเศรษฐกิจถึงขั้นล้มละลาย
เศรษฐกิจภายในประเทศยังไม่สามารถแก้ไขได้พร้อมกับเศรษฐกิจทั่วโลกก็ประสบปัญหาเศรษฐกิจเช่นกัน ประชาชนคนไทยเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ยิ่งกว่าปีก่อน เป็นปีแห่งความหายนะทางเศรษฐกิจถึงขั้นล้มละลาย ธนาคารของรัฐไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจฟื้นขึ้นมาได้ ธนาคารทั้งเล็กและใหญ่ปิดตัวลงอย่างสนิท ตลาดหุ้นถูกกระทบอย่างรุนแรง ร่วงหล่นต่ำสุด และปิดตัวเองลง มีคนฆ่าตัวตายเป็นเบือ พลเมืองประสบความยากจนข้นแค้นมากขึ้น แต่องค์ประกอบของรัฐได้ซ้ำเติมประชาชนด้วยการขึ้นค่าสาธารณูปโภคทุกรูปแบบ

ปี 2553 นี้มีภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างรุนแรงทั้งปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยน้ำท่วม ปัญหาภัยแล้งทำให้ขาดแคลน ทางภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนืออย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน สัตว์เลี้ยง และผู้คนเดือดร้อน บางจังหวัดและบางอำเภอดินแตกระแหงไม่สามารถปลูกพืชธัญญาหารได้เลย ทำให้ผู้คนอดอยากแต่ขาดความเหลียวแลเอาใจใส่ของภาครัฐ หลายครอบครัวถึงขั้นขุดรากไม้และดินกินเป็นอาหารเพื่อประทังชีวิตให้รอดไปก่อน
เกิดพื้นดินถล่มและทรุดตัวไปทั่วประเทศ ไม่เว้นแม้กระทั่งกรุงเทพมหานคร เราอาจจะต้องสูญเสียแผ่นดินทางภาคใต้ ฝั่งทะเลอันดามัน ตั้งแต่จังหวัดระนองลงมา และจมลงสู่ใต้ทะเลไปทีละน้อย

ราวปลายปีแถบชายฝั่งทะเลอันดามันรวมทั้งเกาะภูเก็ต กระบี่ พังงา ถูกคลื่นยักษ์สึนามิพุ่งเข้าถล่มครั้งใหญ่ กวาดผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติบ้านเรือนลงทะเลจำนวนมาก


และยังต้องระวังกับวาตภัย ทำให้เกิดความเสียหายแก่เรือกสวนไร่นามหาศาล เกิดน้ำท่วมใหญ่ทั่วประเทศอีกครั้ง กรุงเทพฯจะจมอยู่ใต้บาดาลเป็นเวลานาน เป็นที่น่าทุกขเวทนายิ่งนัก มีผู้เสียชีวิตมากกว่าครั้งใดๆ ที่ผ่านมา
เกิดไต้ฝุ่นเข้าถล่มภาคใต้ ที่ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และสุราษฎร์ธานี ผลเสียหายมาก เป็นมหาวาตภัยเรือประมงจมร่วม 100 ลำ ลูกเรือสูญหายไปเป็นพัน และปลายปีพายุถล่มรอบสองรุนแรงมาก คนตายเรือนพัน จังหวัดชุมพรเสียหายร่วม 100 เปอร์เซ็นต์

@อาเพศสุดๆ จะเกิด "หิมะตกในกรุงเทพฯ

ประเทศไทย ปีขาล 2553 นี้ จะเป็นปีแห่งความอาเพศพิสดารสุดๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยในสยามประเทศจะเกิด "หิมะตกในกรุงเทพฯ" และปริมณฑล คนไทยทั่วประเทศตกตะลึงและพูดกันไปต่างๆ นานา ในความอาถรรพณ์วิปริตผิดธรรมชาติประโคมข่าวไปทั่วโลก เป็นลางร้ายแก่คนกรุงเทพฯ และประชาชนชาวไทย ทั้งภยันตรายจากโรคติดต่อที่ร้ายแรงใหม่ๆ และคร่าชีวิตทั้งเด็ก ผู้หญิง และคนชรา ไปเป็นจำนวนมาก และเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในหลายๆ ด้าน ทั้งวัฒนธรรม-ประเพณีดั้งเดิม และการปกครองการเมืองที่สุดคาดเดา

@ เกิด "เขื่อนยักษ์แตก"

ที่เคยเกิดรอยร้าวสะสมมานาน ได้พังทลายลง เกิดคลื่นน้ำขนาดมหึมา พุ่งตรงลงสู่เบื้องล่าง เข้าท่วมไร่นา ที่อยู่อาศัย สิ่งก่อสร้างของผู้คน อย่างไม่รู้ตัวมาก่อน ทำให้สูญเสียชีวิตผู้คน สัตว์เลี้ยง และทำลายสิ่งก่อสร้าง รวมถึงพืชผลการเกษตรเสียหายทั้งหมดหลายจังหวัดต่อเนื่องมาถึงกรุงเทพฯ

น้ำแข็งขั้วโลกละลายอย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับน้ำในทะเลสูงขึ้นและมหาสมุทรสูงขึ้น เกิดสภาวะน้ำท่วมใหญ่ บางส่วนของโลกถูกน้ำท่วมใหญ่จมหมายลงไปในทะเล

กรุงเทพฯ ไข้หวัดนกจะเข้ามาทำลายล้างชีวิตมนุษย์และสัตว์หรือเป็นเชื้อไข้หวัดนกที่กลายพันธุ์ติดต่อมาถึงคน ทำให้สูญเสียชีวิตมนุษย์มากมายเป็นที่สยดสยองต่อวงการแพทย์

ภูเขาไฟในเกาะสุมาตราระเบิดอย่างรุนแรง มีการปะทุอย่างต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน พ่นแก๊สร้อนขี้เถ้าแผ่กระจายเป็นรัศมีกว้างไกล ทำให้ท้องฟ้ามืดมิดบดบังแสงแดดกลายเป็นกลางคืน

เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่เกาะสุมาตรา ทำให้เกิดคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ในหลายแห่งทั่วโลก ประเทศไทยได้รับผลอย่างจัง จมเรือหลายลำ พุ่งตรงเข้าไปตามชายฝั่งที่อยู่ติดกับทะเลด้านอันดามัน กวาดเอาหมู่บ้านจำนวนมากหายตกทะเลไป ทำให้ประชาชนจำนวนมากที่อาศัยอยู่คาดไม่ถึง ไม่ทันตั้งรับ เสียชีวิตอย่างอนาถ

เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ กวาดและทำลายสิ่งก่อสร้างและชีวิตคนจำนวนมาก นับเป็นเหตุการณ์วิปโยคต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง คลื่นทะเลยักษ์เริ่มปะทะและโจมตีดินแดนชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้รับความเสียหายมากมายอย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน


ความผันผวนต่างๆ จะแผ่ซ่นไปทั่ว ทุกประเทศจะต้องประสบ ดังเช่นญี่ปุ่น เยอรมนี ตะวันออกไกล ส่วนประเทศในยุโรปนั้น จะเข้าสู่สภาวะมิคสัญญีจะประสบภาวะเดือดร้อนและเดือดพล่านโดยทั่วกัน
นาวาของปวงประเทศทั้งหลายจะต้องเผชิญต่อมหันภัยของมรสุมอีกหลายลูก ประมุขของประเทศต่างๆ ใครจะมีฝีมือ จะเป็นรัฐบุรุษของโลกขนาดไหน ก็ต้องดูความสามารถกันในช่วงปีนี้แหละ

ถึงคราวแล้วที่ประเทศไทยจะเข้าสู่สงครามที่เราไม่เคยมีมาเลยกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นเวลาช้านานแล้ว เป็นการรบอย่างแท้จริง อิทธิพลของดาวงดาวคือพระราหูทำมุมเสียกับลัคนาประเทศ ถ้าประเทศไทยยังเฉยเมยไม่ตระหนักต่อปัญหาที่รุมเร้าหนักข้อขึ้นทุกที เสมือนดูหมิ่นสยามประเทศมาโดยตลอด

ดังนั้นปี 2553 จะเกิดการรบนองเลือดถึงขั้นเสียชีวิตผู้คนมาก ถึงจะได้คืนมาซึ่งแผ่นดิน อาจจะถึงขั้นประกาศสงครามกับเพื่อนบ้าน


@ ช่วงปลายปี′53 โลกจะเข้าสู่ยุคเข็ญ

ประเทศในอ่าวเปอร์เซียกับตะวันออกกลาง อยู่ในเกณฑ์ของความอดทนอย่างถึงที่สุดของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย การเคลื่อนกำลังอาวุธอาจจำเป็นต้องกระทำสงครามยุทธนาวีหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดาวของประเทศมหาอำนาจ (สหรัฐ) กับตะวันออกกลาง และอ่าวเปอร์เซียเป็นแนวทางการเคร่งเครียด การขัดแย้ง การวิบัติ ที่ฉายเงารางๆ ให้เห็น

ประเทศที่กุมอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก ปีนี้จะมีเหตุไม่ราบรื่นในการสัมพันธ์กับนานาชาติ และภายในประเทศของตนเริ่มมีสัญญาณแห่งการขัดข้อง ความไม่ราบรื่นดังเคย จะมีผลยืดเยื้อที่จะกระทบต่ออนาคตอย่างแน่นอน เงาของความขัดแย้งทางอุดมการณ์ระหว่างประเทศกับความไม่ทัดเทียมกันทางด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ เห็นเหตุให้ชาติที่กำลังรีบเร่งไปสู่อนาคตที่แจ่มจรัสเบื้องหน้า เริ่มเห็นทางตัน มนุษยชาติกำลังเผชิญต่อภาวะความสับสนกับความเดือดร้อนต่อชาติอันยากจนข้นแค้นของประชากรโลกส่วนใหญ่ ความมืดมนกำลังเตรียมปักหลักเป็นแกนนำ บัดนี้โลกจะต้องระวังการหวังพึ่งพิงพลังงานใหม่ๆ เข้ามารับใช้มนุษยชาติในด้านอุตสาหกรรม ในด้านธุรกิจซึ่งกำลังตะบึงไปข้างหน้าอันเต็มไปด้วยหมอกหนาแห่งความไม่แน่ใจ

ดาวบาปเคราะห์ใหญ่ จะกระจายกันเข้าตรึง 4 ทวาร 4 มุม โดยมีดาวเสาร์เดินนำหน้า มันเป็นจุดคับขันที่สุดของโลก เป็นปีที่จะเกิดสงครามล้างผลาญโลกครั้งใหญ่ ทำลายล้างกันอย่างย่อยยับยิ่งกว่าครั้งใดๆ ที่เป็นมาในประวัติศาสตร์ของชาติมนุษย์


ช่วงปลายปี′53 โลกจะเข้าสู่ยุคเข็ญ และตะวันออกกลางเริ่มเปิดฉากแข็งกร้าวขึ้น อาวุธปรมาณู อาวุธนิวเคลียร์ อาวุธเคมีร้ายแรง อาวุธมหาประลัย นำมาใช้กัน ทำให้เกิดจุดวิกฤตการณ์ของดลกที่เขม็งเกลียวที่สุดนับตั้งแต่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา และเมื่อนั้น ปีขาลหฤโหดจะสำแดงฤทธิ์ อาณาบริเวณที่จะเกิดจุดฆาตคือ สหรัฐ อังกฤษ อิสราเอล กลุ่มประเทศปาเลสไตน์ และจีน ส่วนสหรัฐแน่นอนละ ฐานทัพนอกประเทศจะถูกทำลายสิ้นไม่มีเหลือ ส่วนประเทศไทยเราจะถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามครั้งนี้ด้วย สงครามยืดเยื้อไปถึงปี 2554 จนอาจจะกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 ได้


...อ่านจบแล้ว อาจรู้สึกเครียด เราแนะนำให้ แฟนประชาชาติฯ ทำความดีให้มาก ส่งผ่านความดีไปสู่คนอื่นๆ และเรียนรู้ที่จะให้อภัยผู้อื่น ตอนหน้า ประชาชาติออนไลน์จะนำเสนอคำพยากรณ์ของ กรหริศ บัวสรวง โหรคนแรกที่ทำนายว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะหมดอำนาจวาสนา ล่วงหน้า กว่า 3 ปี


ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

ลองอ่านดู‏

เนื้อหามีประโยชน์
ผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิด
ยาคุมกำเนิด ทำให้กระดูกบางลงได้
นำไปสู่ปัญหากระดูกพรุน
เมื่อแก่ตัวลง ดังนั้นหากจำเป็นต้องกินหรือฉีดยาเหล่านี้
ก็อย่าลืมหมั่นกินอาหารที่มีแคลเซียมสูง
เช่น ผักใบเขียวเข้ม ปลาเล็กปลาน้อย ฯลฯ
หรือทานแคลเซียมเสริมไว้ด้วย...
ที่มา : Canadian Medical Association Journal, October 2001











ผู้หญิงชอบดื่มพึงระวัง
คุณผู้หญิงที่ชอบดื่มพึงระวังเพราะร่างกายคุณ
จะซึมซับแอลกอออล์ได้เร็วกว่าผู้ชาย ( เมาเร็วกว่า)
แล้วคุณยังมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม
ได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ดื่มถึง 50%
แถมยังกระดูกเปราะกว่ากันมาก
เพราะเหล้าจะเข้าไปทำลายเนื้อกระดูก(bone mass) ของคุณ...
ที่มา : Rethinking Drinkin g' Reader's Digest, December 2001









นั่งรถตรงไหนปลอดภัยที่สุด
นั่งรถเก๋งที่เบาะหลังตรงกลางปลอดภัยที่สุด
รองลงมาคือ ที่นั่งด้านหลังทางซ้าย (หลังคนนั่งข้างคนขับ)
เพราะตามสถิติอุบัติเหตุจะเกิดทางด้านหน้า และ ด้านคนขับมากกว่า
และหากมีคนนั่งรถไปกับคุณด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น
จะลด อันตรายจากอุบัติเหตุการชนด้านหน้ารถลงไปด้วย...
ที่มา : The Seattle Times, November 11, 2001
(ข้อมูลจาก http://www.thaihealth.or.th/th/index_th.php )









ทานกะหล่ำปลีดิบมีพิษนะ
ในกะหล่ำปลีดิบจะมีสารพิษที่เรียกว่า กอยโตรเจน (Goibrogen)
ซึ่งเป็นสารที่จะไปกันไม่ให้ต่อมไทรอยด์จับไอโอดีน
ไปสร้างเป็น ฮอร์โมนไทร๊อกซิน (Thyroscine) ได้
ซึ่งผลที่เกิดขึ้นคือ จะทำให้เกิดเป็นโรคคอหอยพอก
แต่สารพิษเหล่านี้จะถูกทำลายได้ โดยการต้ม
จึงควรรับประทานกะหล่ำปลีสุก
จะดีกว่ากะหล่ำปลีดิบ









ถั่วงอกดิบมีโทษครับ
ในผักสดบางชนิดมีสารพิษที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น ในถั่วงอก
มีสารพิษพวกที่เรียกว่าไฟเตต ซึ่งเมื่อกินเข้าไปจะ
ไปจับแร่ธาตุบางชนิดที่อยู่ในอาหาร
ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมแร่ธาตุเหล่านั้นเข้าร่างกาย
ร่างกายจะเป็นโรคขาดแร่ธาตุ
สารพิษเหล่านี้สามารถทำลายได้โดยการต้ม
จึงควรรับประทานถั่วงอกสุขดีกว่าถั่วงอกดิบ









วิธีป้องกันตะคริว
ตะคริวเกิดขึ้นเนื่องจากร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่
การดื่มน้ำและ รับประทานผลไม้สดมากๆ
จึงช่วยลดการเป็นตะคริวได้...
ที่มา : Health& Fitness Column, Detroit News,
August 22, 2001









อดนอนบ่อยๆ ระวังเป็นเบาหวาน
ร่างกายที่ไม่ได้รับการนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม
จะใช้อินซูลินได้น้อยลง
คนอดนอนบ่อยๆ จึงมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานสูงกว่าปกติ...
ที่มา : The Seattle Times, July 22, 2001









ตรวจฉี่ด้วยตัวเอง
ร่างกายแต่ละคนต้องการน้ำไม่เท่ากัน
แพทย์แนะนำว่าควรดื่มมาก พอที่จะถ่ายปัสสาวะได้ทุกๆ 3-4 ชั่วโมง
หากปัสสาวะคุณเป็นสีเหลือง เข้มกว่าปกติ แสดงว่าคุณกำลังขาดน้ำ...
ที่มา : Health & Fitness Column, Detroit News, August 22, 2001 < /SPAN>









เนยแท้ vs เนยเทียม
เนยแท้ๆ ที่ทำมาจากนม อร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกายกว่าเนยเทียม
หรือมาร์การีนซึ่งไม่มีประโยชน์เลยแถมเป็นพิษต่อร่างกายอีกต่างหาก
แต่ไม่ควรจะบริโภคเนยให้มากนักเพราะมากไป
ก็ทำให้เป็นโรคหัวใจ และความดันได้ง่าย...









วิธีชะลอความแก่ 7 ประการ
เรื่องความชราที่มาเยือนนั้นเป็นไปตามวัยก็จริง
แต่หนุ่มสาวสมัยนี้กลับ 'แก่ก่อนวัย'
ถึงเป็นที่มาของความเชื่อที่ว่า 'ทุกอย่างนั้นอยู่ที่ใจ'
เคล็ดลับเหล่านี้ได้จาก น.พ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์
สูตินารีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
๑.ต้องไม่อยากแก่...
ต้องตั้งใจคงความเป็นหนุ่มเป็นสาวเอาไว้
และต้องปฏิบัติควบคู่ไปทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ
๒.มีใจเป็นหนุ่มสาว..
คือ รักอิสระ มองโลกในแง่ดีและที่สำคัญมีความหวังเสมอ
หรือการคบเพื่อนที่อายุน้อยกว่าก็เป็นวิธีการที่ดี
๓.ลดความเครียด..
เลิกเอาคิ้วผูกโบได้แล้ว ลองยิ้มให้มากขึ้น
ถ้าไม่รู้จะยิ้มอย่างไรก็ลองยิ้มกับกระจกเงาที่บ้านดูสิ
๔.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ..
ออกกำลังการอย่างน้อย 15 นาทีจะดี
๕.กินอาหารต้านชรา..
พยายามเลือกอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกาย
เช่น พืชผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ
๖.นอนหลับเพียงพอ..
เราควรจะนอนให้เพียงพอกับร่างกาย
ที่ดีที่สุดควรนอนก่อนสี่ทุ่มจะดีที่สุด
๗.ความรัก..
ความรักเท่านั้นที่จะช่วยให้คนสดชื่น กระชุ่มกระชวย
ทั้งความรักของคนหรือสัตว์ ก็จะช่วยให้เราหัวใจเบิกบาน









ขนมเด็กเคลือบยาพิษ Safe Stamp ระวัง !
อันตรายจากอาหารขบเคี้ยว ข้อมูลจากการสำรวจ
ของราชพฤกษ์โพล
คณะสาธารณะสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ซึ่งเก็บตัวอย่างจากขนมหลายประเภท
จากโรงเรียนอนุบาลและประถมศึกษา จำนวน 40 โรงเรียน
ในพื้นที่17 เขตของกรุงเทพมหานคร
พบว่าภัยร้ายที่แฝงอยู่ในขนมเด็ก
โดยเฉพาะสารตะกั่วซึ่งเป็นพิษต่อร่างกาย
ขณะเดียวกันก็ยังพบสารอันตรายอื่นๆ
โดยเฉพาะเกลือโซเดียมในปริมาณมากน้อยต่างกันไป
ซึ่งหากบริโภค มากจนตกค้างสะสมในร่างกาย
อาจมีผลให้เส้นเลือดในสมองโป่งพองได้
10 อันดับขนมขบเคี้ยวประเภทข้าว แป้ง
ที่พบปริมาณโซเดียมสูงสุดดังนี้
1. ข้าวเกรียบปลาหมึก ตราอาริงาโตป้ง
2. ขนมทอดกรอบตราปูไทย ซองส้มเข้มป้ง
3. ข้าวเกรียบทอด ตราเอสบี รสพริกหยวกี่
4. ข้าวเกรียบกุ้ง ตราฮานามิ รสเม็กซิกันชิลลี่ษ
5. แป้งมันฝรั่งทอดกรอบ ตราโรลเลอร์ โคสเตอร์
รสหัวหอมทรงเครื่อง
6. แป้งข้าวโพดอบกรอบ ตราโจโต้ รสปลาหมึก
7. ข้าวเกรียบกุ้ง ตราคาลบี้ รสต้มยำรสแซบ
8. ข้าวเกรียบปลา ตรามโนห์รา
9. ข้าวเกรียบกุ้ง ตรามโนห์รา
10. ข้าวเกรียบรสมะเขือเทศ









โทษของน้ำต้มเดือดหลายๆ ครั้ง
น้ำประปามีแร่ธาตุหลายชนิด
เมื่อต้มเดือดแล้วเดือดอีกหลายๆ ครั้ง
น้ำจำนวนมากจะระเหยกลายเป็นไอ ส่วนที่เหลือ
จึงมีปริมาณแร่ธาตุ ชนิดต่างๆ เข้มข้นขึ้นมาก
และเกินมาตรฐานการบริโภค น้ำที่ต้มเดือดนานๆ
ไอออนของซิลเวอร์ไนเตรทที่อยู่ในน้ำ
จะเปลี่ยนเป็นซิลเวอร์ไนไตรท์
ซึ่งเป็นสารที่ให้โทษแก่ร่างกาย
และแร่ธาตุบางอย่างที่เป็นโทษต่อร่างกาย
จะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเพรา ะการระเหยของน้ำ
และอาจมากจนเกินขีดจำกัด ความสามารถของร่างกาย
ในการกำจัดขับถ่ายออกมา
จึงไม่ควรดื่มน้ำที่ ต้มเดือดแล้วหลาย ๆ ครั้ง ครับ








อาหารต้านมะเร็ง 5 ประการเพื่อการป้องกัน
1. รับประทานผักตระกูลกะหล่ำให้มาก
เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักคะน้า หัวผักกาด บรอคโคลี่ ฯลฯ
เพื่อป้องกัน โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ลำไส้ส่วนปลาย
กระเพาะอาหาร และอวัยวะระบบทางเดินหายใจ
2. รับประทานอาหารที่มีกากมาก
เช่น ผัก ผลไม้ ข้าว ข้าวโพด และเมล็ดธัญพืชอื่น ๆ
เพื่อป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่
3. รับประทานอาหารที่มีเบต้าแคโรทีน และไวตามินเอสูง
เช่น ผัก ผลไม้สีเขียว-เหลือง
เพื่อป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร กล่องเสียง และปอดำ
4. รับประทานอาหารที่มีไวตามินซีสูงเช่น ผัก ผลไม้ต่างๆ
เพื่อป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร และกระเพาะอาหาร
5. ควบคุมน้ำหนักตัว..โรคอ้วนมีความสัมพันธ์กับโรคมะเร็ง
เช่น มดลูก ถุงน้ำดี เต้านม และลำไส้ใหญ่










ผลกระทบของการอดนอน
งานวิจัยเชิงทดลอง โดยอาสาสมัครหนุ่มสาว
ทดลองนอนหลับวันละ 4 ชม. เป็นเวลา 6 คืน เมื่อเจาะตัวอย่างเลือด
พบว่า มีปัญหาระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นและควบคุมยาก
ซึ่งเกือบจะเป็นเหมือนโรคเบาหวาน
นักวิจัยยังพบว่าการอดนอนเป็นสาเหตุของโรคอ้วน
โดยเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเร่งการเติบโต
ซึ่งเป็นฮอร์โมนกระตุ้นการเจริญเติบโตทางกายภาพ
และควบคุมสัดส่วนของไขมันต่อกล้ามเนื้อในร่างกาย
การอดนอนทำให้ฮอร์โมนนี้หลั่งน้อยลง
ร่ายกายรู้สึกอยากอาหารมากขึ้น
นอกจากนี้ยังส่งผลต่อฮอร์โมนเลปติน
ซึ่งเป็นสารที่สื่อต่อระบบประสาท
ว่า ควรจะอิ่มได้เร็วหรือช้าเท่าใด
ตามความต้องการอาหารของร่างกาย
เมื่อระดับเลปตินลดลงจากการนอนน้อย
ผู้คนจะรู้สึกอยากอาหารมากขึ้น
แม้จะได้กินอาหารจนได้พลังงานเพียงพอแล้วก็ตาม
การนอนไม่พอยังส่งผลต่อเม็ดเลือดขาว
และกลไกการตอบสนองภูมิคุ้มกันต่างๆ ของร่างกาย
ทำให้เจ็บป่วยง่ายเมื่อเจอเชื้อโรค
การนอนไม่พออาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง
มีความเกี่ยวข้องกันในเรื่องวงจรการหลั่งฮอร์โมนแปรปรวน
เนื่องมาจากการอดนอนและ แสงรบกวนในเวลากลางคืน
ทำให้เพิ่มความเสี ่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม
ฉะนั้น นอกจากเราควรจะนอนให้เพียงพอแล้ว
เรายังไม่ควรเปิดไฟนอนอีกด้วย










6 อัศวินช่วยลดไขมันในเส้นเลือด
ร่างกายของคนเราสามารถสร้างคอเลสเตอรอลได้เองอยู่แล้ว
ดังนั้นถ้าเรารับประทานอาหารที่มีไขมันสูง
ระดับคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด
ก็จะมีสูงขึ้นตามไปด้วย
เสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดอุดตัน
และหัวใจวายแน่นอน
อาหารบางอย่างมีคุณสมบัติ
ช่วยควบคุมคอเลสเตอรอลได้ เป็นอย่างดีเยี่ยม
6 อัศวินตัวสำคัญนั้นคือ
1.มะเขือต่างๆ..
2.หอมห ัวใหญ่..
3.กระเทียม
4.ถั่วเหลือง..
5. แอปเปิล..
6.โยเกิร์ต
วันใดมื้อใดที่คุณมีเมนูอาหารซึ่งอุดมไปด้วยไขมันมากๆ
ก็ควรรับประทานอัศวินตัวหนึ่งตัวใดเพื่อควบคุมไขมัน.











อาหารอันตรายเมื่อท้องว่าง
คุณทราบไหมว่าเมื่อท้องของคุณว่างแล้วคุณรับประทานอาหารเข้าไป
อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพของคุณได้ เพราะฉะนั้น
ก่อนที่จะรับประทานอาหาร ควรเลือกชนิดของอาหารเสียก่อน
อาหารที่ไม่ควรรับประทาน ขณะท้องว่างมีชนิดใดบ้าง
มีบางชนิดที่เราแทบไม่เชื่อเลยล่ะ
กล้วย.. เพราะกล้วยอุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียม การรับประทานกล้วย
ขณะท้องว่าง จะทำให้ปริมาณธาตุแมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น
ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมไป เป็นการยับยั้ง
การทำงานของหลอดเลือดหัวใจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อย่างยิ่ง
กระเทียม .. เพราะจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหาร ได้รับการกระตุ้นเกิด
โรคกระเพาะอาหารอักเสบอย่างรุนแรง
ผัก.. การรับประทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่าง
จะทำให้กระเพาะอาหารเกิดอาการผิดปรกติ
นอกจากนั้น ยังไม่ควรอาบน้ำ และออกกำลังกายด้วยเช่นกัน
เพราะการอาบน้ำและการออกกำลังกาย ในขณะที่ท้องว่าง
จะทำให้เกิดอาการช็อก เนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย
นมและนมถั่วเหลือง .. แม้ว่านมถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยโปรตีน
แต่จะเกิดประสิทธิ ภาพมากที่สุด เมื่อกระเพาะอาหาร
มีสารอาหารประเภทแป้งอยู่ด้วย
เหล้า .. หากดื่มเหล้าในขณะท้องว่าง จะไปกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหาร
ทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้
น้ำตาลหรืออาหารหวาน. .. ไม่ควรรับประทานอาหารหวาน
หรือน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ช็อกโกแลต เพราะหากรับประทานขณะท้องว่าง
จะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาลส่งผลต่อการดูดซึมโปรตีนทุกชนิด
และลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต
ชา. ..ที่แก่เกินไป ชาทำให้กรดเกลือในน้ำย่อย
ในกระเพาะอาหารเจือจาง ส่งผลให้การทำงาน
ของระบบย่อยอาหารลดลง และเกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะ
มือเท้าไม่มีแรง จิตใจไม่สงบ
ลูกพลับ .. ไม่ควรรับประทานลูกพลับในขณะที่ท้องว่าง
เพราะกระเพาะอาหารจะหลั่งกรดเกลือออกมามาก หากไปรวมตัวกับยาง
และสารแขวนลอยในลูกพลับแล้วจะทำให้เจ็บหน้าอก
คลื่นไส้ และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร









ไอศกรีม อาหารขยะ
ไอศกรีมบางยี่ห้อ บางผู้ผลิต ใช้ไขมันที่เหลือจากโรงฆ่าสัตว์ แทน
และได้ใส่ส่วนผสมสังเคราะห์ จากสารเคมีต่าง ๆ ดังนี้
1. ไดอิธิลกลูคอล ( diethyl glucol ) ..สารเคมีราคาถูก ใช้ตีไขมัน
ให้กระจาย แทนการใช้ ่ไข่ เป็นสารกันเยือกแข็ง ที่ใช้กันน้ำแข็ง
( anti freeze) และผสมในน้ำยากัดสี
2. อัลดีไฮด์ - ซี71 ( aldehyde-C71 ) .. ใช้สร้างกลิ่น เชอร์รี่
ให้ไอศกรีมเป็นของเหลวติดไฟง่าย และยังนำไปใช้ทำสีอะนิลีน พลาสติกและยาง
3. ไปเปอร์โอรัล ( piperoral ) ..ใช้แทนวานิลลา เป็นสารเคมีที่ใช้ฆ่าเหาและหมัด
4. อิธิลอะซีเตท (ethyl acetate ) .. ใช้สร้างกลิ่นรสสับปะรด
ใช้เป็นตัวทำความสะอาดหนังและผ้าทอ กลิ่นของสารเคมีตัวนี้
ทำให้เกิดโรคปอดเรื้อรัง ตับ และหัวใจผิดปกติ
5. บิวธีรัลดีไฮด์ ( butyraldehyde) ใช้สร้างกลิ่นรสเมล็ดในผล
ไม้เปลือกแข็ง เป็นสารประกอบสำคัญในกาวยาง
6. แอ นนิล อะซีเตท ( anyle acetate) ใช้สร้างกลิ่นรสกล้วยหอม
เป็นสารทำลายใช้ล้างไขมัน
7. เบนซิล อะซีเตท(benzyle acetate) ใช้สร้างกลิ่นและรสสตรอเบอร์รี่

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ‏




ขอพระองค์ทรงพระเจริญ


ขอตั้งจิตอธิษฐานด้วยสัจจะวาจาว่า
"สัพพะพุทธานุภาเวนะ ด้วยอำนาจของพระพุทธเจ้า
สัพพะธัมมานุภาเวนะ ด้วยอำนาจของพระธรรม สัพพะสังฆานุภาเวนะ ด้วยอำนาจของพระสังฆเจ้า
พระบรมสารีริกธาตุที่มีอยู่ในประเทศไทย และต่างประเทศ
และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวงที่มีอยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศ
เสื้อบ้านเสื้อเมือง ได้ดลบันดาลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ (ในหลวง) ทรงหายพระประชวรในเร็ววัน" ด้วยเทอญ
"กรุณาส่งต่อให้มากที่สุด"

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

คำขวัญใหม่กรุงเทพ :

กรุงเทพงามเลิศ ระเบิดมากมี

ประเพณีชุมนุม ควบคุมด้วยทหาร

สนุกสนานยิงกัน กำแพงกั้นเผายางรถยนต์

มากล้นเอ็ม79 หยุดงานยาว9วัน

รี่นเริงสุขสันต์บุญบั้งไฟ

มากินกล้วยหอมยอดผลไม้มหัศจรรย์กันเถอะ‏

ขอเสริมว่า กล้วยช่วยเคลือบและรักษากระเพาะอาหารรวมถึงลำไส้ได้ดี แต่คนไทยพบว่ากล้วยหอมทานมากๆแล้วมักเป็นโรคลม(โดยเฉพาะผู้สูงวัย) แต่กล้วยน้ำว้าไม่มีปัญหาครับ.


ดำรงพันธ์




'A banana a day keeps doctor away.'







อย่าใส่กล้วยหอมไว้ในตู้เย็นนะ
หลังจากอ่านบทความนี้จบ.....ท่านจะมองกล้วยหอมในอีกแง่มุมหนึ่งทันที



กล้วยหอมมีสารน้ำตาลอยู่ 3 ชนิดคือ ซุคโคส ฟรุคโตสและกลูโคส
(sucrose, fructose and glucose) รวม ทั้งเส้นใยอาหาร
มันจะให้พลังงานแก่ร่างกายพร้อมนำไปใช้ทันทีเลยครับ

เขาวิจัยมาแล้วว่ากล้วยหอม 2 ใบ ให้พลังงานเพียงพอ ให้เราทำงานถึง 90 นาที
ไม่ต้องสงสัยเลยนะครับ ....นักกีฬาระดับโลกถึงชอบกินกล้วยหอมกันนัก
(เคยเห็นในสนามเทนนิส....พอพักเบรค บางคนหยิบกล้วยหอม มากัดกินสัก 2-3 คำ)
ยังไม่หมดนะ....เจ้ากล้วยยังมีคุณอนันต์
ป้องกันโรคภัยและภาวะต่างๆ ของร่างกายได้อีกด้วย...มาดูกันครับ

ความเศร้าซึม

จากการสำรวจและวิจัย ไต่ถาม พร้อมสุ่มตัวอย่างจากคนไข้ ที่ป่วยเป็นโรคเศร้าซีม
พบว่าส่วนใหญ่จะรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้กินกล้วยหอม
เพราะว่ามัน tryptophan ซึ่งเป็นกรดอะมิโนโปรตีนชนิดหนึ่ง
ซึ่งร่างกายสามารถแปลงเป็น serotonin
สารกระตุ้นที่ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์สดใสและมีความสุขมากยิ่งขึ้น


pms (premenstrual syndrome)

สำหรับสุภาพสตรีแล้วก่อนที่จะมีประจำเดือน อารมณ์จะหงุดหงิดง่าย
ไม่อยู่กับร่องรอยและก่อให้เกิดสภาวะต่อร่างกาย....เช่นปวดท้อง ปวดหัว....ฯลฯ
รีบกินกล้วยหอมซะดีๆ ....ยาแก้ปวดลืมไปได้เลย....
มันสามารถป้องกันได้นะจ๊ะ.........


โรคโลหิตจาง (Anemia)

ธาตุเหล็กในกล้วยหอมสามารถที่จะกระตุ้นร่างกายให้ผลิต Hemoglobin (ฮีโมโกลบิน )
ในกระแสโลหิตช่วยหยุดยั้งภาวะโลหิตจางได้
แต่คงไม่ช่วยแก้โรคทรัพย์จางได้หรอกนะ....ฮ่า...
(โรคนี้ผมเป็นบ่อย ๆ.....หุ...หุ...)


ความดันโลหิต (Blood Pressure)

กล้วยหอมมีเกลือโปแตสเซียมเหลืองอยู่เยอะ
เป็นตัวช่วยความดันเลือดจนกระทั่ง US Food and Drug Administration
อนุมัติให้กล้วยหอมยอดผลไม้มีส่วนช่วยลดภาวะความเสี่ยงความดันได้จริง


เสริมสร้างพลังสมอง (Brain Power)

ที่อังกฤษในแค้วน Middlesex มีนักเรียนจำนวน 200 คนจาก Twickenham school
อ้างว่าพวกเขาสอบผ่านเพราะได้กินกล้วยหอมเป็นอาหารเช้า
รวมทั้งกินอีกนิดหน่อยในตอนมื้อเที่ยงเพื่อทำให้สมอง สดชื่น
เขาได้วิจัยพบว่าโปแตสเซียมในกล้วยช่วยนักเรียนให้ตื่นตัวอยู่เสมอ





อาการท้องผูก (Constipation)

เส้นใยอาหารในกล้วยหอมช่วยทำให้ระบบขับถ่ายในร่างกาย ทำงานได้ดี


เมาค้าง (Hangovers)

วิธีแก้เมาค้างที่เร็วและดีอีกวิธีหนึ่งก็คือกินกล้วยหอมปั่น banana milkshake
โดยการใส่น้ำผึ้งลงไปด้วย
(ฮ่า.....ผมเพิ่งรู้นะเนี่ย.......... ต้องลองแน่ ๆ...)
ด้วยสรรพคุณของน้ำผึ้งและสารวิตามินในกล้วยจะช่วยให้ ปรับระดับน้ำตาลในเส้นเลือด
และทำให้กระเพาะอาหารอยู่ในสภาวะที่พร้อมทำงานได้เร็วขึ้น......


จุกเสียดแน่นท้อง (Heartburn)





กล้วยหอมมีสารลดกรดตามธรรมชาติอยู่
ดังนั้นการกินกล้วยก็จะช่วยให้ลดอาการดังกล่าว





Morning Sickness

ไม่รู้ว่าจะแปลว่าอะไรดีนะ...อาการงี่เง่าตอนเช้าเช่นไม่อยากจะตื่นบ้าง... ฯลฯ
ถ้าเรากินกล้วยหอมสักคำ 2 คำระหว่างมื้อเช้า เที่ยงหรือเย็น
มันจะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและแก้อาการดังกล่าว ในตอนเช้าได้


บรรเทาแผลยุงกัด

ก่อนที่จะใช้ยาทา
ลองใช้เปลือกกล้วยหอมด้านในถูบริเวณที่ถูกยุงกัด
จะช่วยลดอาการคันหรือบวมได้......คนส่วนใหญ่เป็นอย่างนั้นจริง ๆ


ระบบประสาท (Nerves)

วิตามินบีที่มีอยู่มากในกล้วยหอมจะช่วยลดความเครียด. ....อ่อน ล้าได้






อ้วนจากทำงานมากเกินไป

ที่สถาบันจิตวิทยาในออสเตรียได้ศึกษาและพบว่า
ความเครียดจากที่ทำงานทำให้คนกินช็อกโกแล็ตและพวกโปเต้โต้ชิปส์มากเกินไป
ทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น
จากที่กล่าวมาแล้วถ้ากินกล้วยหอมสักเล็กๆน้อยๆประมาณทุก ๆ 2 ชม.
มันจะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและลดการอยากกินของจุกจิก


แผลในลำไส้และกระเพาะอาหารรวมทั้งผิวหนังพุพองเป็นแผ ล (Ulcers)

สารและเส้นใยในกล้วยหอมช่วยให้การย่อยอาหารของลำไส้เล็กดีขึ้น
รวมทั้งกรดต่างๆที่มีอยู่ทำให้มีการเคลือบผิวของกระเพาะ
ลดการเป็นแผลในกระเพาะได้


ปรับระดับอุณหภูมิในร่างกาย (Temperature Control)

ในประเทศแถบเส้นศูนย์สูตรที่มีอากาศร้อน
ผู้คนชอบกินกล้วยหอมดับร้อนกันครับและเชื่อว่ามันเป็นผลไม้เย็นฉ่ำชนิดหนึ่ง
อย่างเช่นในไทยมีความเชื่อกันว่าผู้หญิงท้องควรกินกล้วยหอมเป็นประจำ
เพื่อเด็กที่เกิดมาจะมีอารมณ์เยือกเย็นเช่นดัง ป๋าคูล เป็นต้น......so cool....


ลดความอยากสูบบุหรี่

สำหรับท่านที่ต้องการเลิกบุหรี่
กล้วยหอมอาจช่วยท่านได้เพราะมีวิตามิน B6, B12 โปแตสเซียมและแม็กนีเซียม
ที่มีอยู่มากจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วจากการขาดสารนิโคติน



อ้างถึง:

เห็นไหมครับว่ากล้วยหอมนั้นเป็นยอดผลไม้จริง ๆ

เปรียบเทียบกับแอปเปิลแล้ว
กล้วยหอมมีโปรตีนมากกว่า 4 เท่า
มีคาร์โบไฮเดรทมากกว่า 2 เท่า
ฟอสฟลอรัสมากกว่า 3 เท่า
วิตามินเอและธาตุเหล็กมากกว่า 5 เท่า
วิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆมากกว่า 2 เท่า

ดังนั้นจากที่ฝรั่งเคยพูดกันว่า
'An apple a day keeps doctor away.'

ต่อไปคงจะต้องเปลี่ยนเป็น
'A banana a day keeps doctor away.' ซะแล้วมั๊ง.....

ถ้ามันไม่ใช่เป็นการเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อโปรโมท พ่อค้ากล้วยหอมแล้ว
ผมว่ากล้วยหอมเนี่ยมันแจ่มจริง ๆ.....
ถ้าต่อไปมันแพงมากก็ไม่ต้องกินมันหรอกครับ

แต่หากเราช่วยกันปลูกเยอะๆ เราก็จะได้กินผลไม้มหัศจรรย์ที่มีราคาถูกลงได้งัย

อ้อ...แถมท้ายอีกอย่างหนึ่งรองเท้าหนัง
ถ้าอยากขัดให้มันวาวแบบเร็วๆ
ก็เอาเปลือกกล้วยหอมด้านในถูรองเท้าไปเลย
เสร็จแล้วเอาผ้าแห้งเช็ดขัดออก...รองเท้าจะมันแผล็บ

กลอน...โดย จีรนันท์ พิตรปรีชา‏

กลอน...โดย จีรนันท์ พิตรปรีชา

น้ำตา...ที่ตกใน กับน้ำใจ...ที่คืนมา
ค่อยก่อ...รอเวลา ลุกขึ้นมาประเทศไทย
น้ำตา...ช่วยดับไฟ น้ำใจช่วยดับควัน
พรุ่งนี้...คงมีวัน ให้รักกันประเทศไทย

ผูกเชือกรองเท้าโดยไม่ต้องใช้มือ

เด็กเหี้ยไรว่ะ เก่งฉิบหาย

เบื้องหลังความอึ๋ม

สงสัยไม่มีกระดูก

ตกใจหมดเลย แกล้งกันแบบนี้

แกล้งคน ขำขำ

อุบัติเหตุ ขำขำ เรือ กับ น้ำ

ตดเป็นเพลงคริสต์มาส

ตลก

บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน(พ่อสอนไว้)

นายกอภิสิทธิ์ ขอบคุณทุกกำลังใจ

หนึ่งกำลังใจ ให้นายกอภิสิทธิ์

คุณอ๊อฟ พงษ์พัฒน์ @ รางวัลนาฏราช

destinys child - say my name

Rogue Thai General Shot in Head, Clashes Resume

Major General Khattiya Sawasdiphol dies in hospital as Bangkok suffers y...

เผาเมืองอย่างสันติอหิงสา Bangkok Ablaze (subtitles)

ท่านดาไลลามะ ศรัทธาใคร‏

Subject: ท่านดาไลลามะ ศรัทธาใคร
· 1.นักข่าวสัมภาษณ์ท่านดาไลลามะผู้นำทางจิตวิญญาณทิเบตว่าคิดว่าผู้นำหรือใครที่เป็นตัวแทนเพื่อการอุทิศตัวเพื่อผู้อื่น(ต่อ)



· 2.ดาไลลามะตอบว่า"ถ้าเอาข้าพเจ้าเทียบกับคนผู้นี้ ข้าพเจ้าจะกลายเป็นแค่เด็กเพิ่งหัดเดินไปเลย(ต่อ)



3.กับสิ่งที่คนผู้นี้ทำให้กับคนของเขาด้วยความรักและศรัทธาในสิ่งนี้อย่างเต็มเปี่ยม"(ต่อ)



· 4. นักข่าวถามต่อว่าคนผู้นี้คือใคร ดาไลลามะตอบเพียงสั้นๆว่า "มหาราชาภูมิพล"



จาก @Orapim_NMG แต่ไม่ทราบแหล่งที่มา

วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ขอใบรับรถจากอู่ทุกครั้ง‏

ขอใบรับรถจากอู่ทุกครั้ง เอารถไปซ่อม ... อย่าลืมขอใบรับรถด้วย ระวังตกเป็นจำเลยที่ 2

เรื่องมีอยู่ว่า........ลุงของผมได้เอารถไปซ่อมเครื่องยนต์ที่อู่แถวๆถนนสุขาภิบาล 1......ทางอู่ บอกว่าต้องใช้เวลา ประมาณสามวันจึงจะซ่อมเสร็จ ด้วยความไว้วางใจ ลุงของผมจึงได้ทิ้งรถโดยทางอู่ไม่ได้ออกใบรับรถไว้ให้......ปรากฎว่าวันรุ่งขึ้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมา

ที่บ้าน บอกว่า ช่างที่อู่เอารถออกไปขับแล้วชนคนตาย

และช่างได้หลบหนีไปทางอู่ก็ไม่ยอมรับผิดชอบโดยอ้างว่า

ช่างคนนั้นขโมยรถออกไปขับเอง

ทางอู่ไม่เกี่ยวข้อง.ใดๆทั้งสิ้น......ตำรวจก็พยายามจะเชิญ

ตัวลุงไปที่โรงพัก...เพราะลุงของผมเป็นเจ้าของรถ แม้ว่าจะไม่ต้องรับผิดชอบในทางคดีอาญา.....แต่ในทางแพ่งแล้ว ลุงต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แม้ว่าลุงของผมจะบอกว่าไม่รู้เรื่องเพราะเจตนาของลุงเพียงต้องการเอารถไปซ่อมเครื่องยนต์เท่านั้น



ทำไมต้องมารับผิดชอบกับเหตุการณ์นี้........ทางตำรวจขอดูหลักฐานใบรับรถของอู่ ที่เอารถไปซ่อม แต่ปรากฎว่า ไม่มีหลักฐาน

เพราะเห็นว่าเป็นอู่ที่เชื่อใจกัน และใช้บริการอยู่เป็น ประจำ

จึงไม่ได้ขอใบรับรถจากอู่ ตำรวจบอกว่าในเมื่อลุงของผมไม่มีหลักฐานในการเอารถไปซ่อม จึงต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ในครั้งนี้และ นำตัวลุงผมไปที่โรงพักเพื่อเจรจาค่าเสียหายกับพ่อแม่ของผู้ตาย ในครั้งแรกพ่อแม่ของผู้ตายได้เรียกค่าเสียหายเป็นเงินสูงถึง 500,000 บาท

แต่ลุงผมบอกว่า ถ้าเรียกเงินสูงขนาดนั้นคงไม่มีปัญญาหามาให้แน่ ๆ จึงได้ต่อรอง และได้เล่าเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาให้กับพ่อแม่ของคนตายฟังทางตำรวจก็ช่วยไกล่เกลี่ยให้เพราะเห็นว่าลุงไม่รู้เรื่องจริงๆแต่ต้องมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ทางพ่อแม่คนตายจึงยอมลดเงินลงมาเหลือ 200,000 บาท เหตุการณ์ต่าง ๆจึงยุติลง

หวังว่าเหตุการณ์นี้คงเป็นอุทธาหรณ์ให้แก่เพื่อน ๆ ทุกคนไม่มากก็น้อยนะครับ และขอให้เพื่อน ๆ อย่าได้เจอเหตุการณ์อย่างที่ลุงของผมได้เจอะเจอมาเลย

ภัยเงียบจากการ (อด) นอน‏

ภัยเงียบจากการ (อด) นอน






ใคร ว่าเรื่อง "นอน" ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เห็นทีควรจะมากวาดตาอ่านเรื่องต่อไปนี้เสียหน่อย เพราะแม้ทุกคนจะรู้กันดีว่าการอดนอนจะส่งผลต่อสุขภาพต่างๆ นานา แต่หารู้ไม่ว่าการนอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงเป็นประจำนั้นอาจเป็น เพชฌฆาตเงียบ ที่ค่อยๆ ปลิดชีพหลายชีวิตก่อนวัยอันควรก็เป็นได้
นัก วิชาการมหาวิทยาลัย Warwick กล่าวว่า การพักผ่อนไม่เพียงพอนั้นเป็นเสมือนการเปิดประตูเชื้อเชิญสารพัดโรค ทั้งเบาหวาน อ้วน ความดันโลหิตสูง และโคเลสเตอรอลสูงเข้าสู่ร่างกาย
แต่ ยิ่งไปกว่านั้น การศึกษาล่าสุดร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัย Warwick แห่งอังกฤษ และมหาวิทยาลัย Federico II ในอิตาลีเผยว่า 12 เปอร์เซ็นต์ของคนที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงมีแนวโน้มจะเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
ทีม นักวิจัยได้ประมวลผลการศึกษาเรื่องการนอนของนักวิจัยจากทั่วทุกมุมโลกในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาใน 1,300,000 คน และผลการวิจัยของนักวิจัยกลุ่มนี้ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Sleep พบหลักฐานที่ชี้ชัดเรื่องความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างการอดนอนและการเสีย ชีวิตก่อนวัยอันควร
Francesco Cappuccio นักวิชาการมหาวิทยาลัย Warwick กล่าวว่าการพักผ่อนน้อยเชื่องโยงกับการเจ็บป่วยโดยมีสาเหตุมาจากระบบฮอร์โมน และกลไกการเผาผลาญอาหาร อีกทั้งยังเชื่อว่าระยะเวลาในการนอนนั้นเป็นเรื่องสุขอนามัยที่สำคัญ และแพทย์ควรพิจารณาว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในเชิงพฤติกรรมอีกด้วย
นอกจากนี้เขายังให้ความเห็นว่า "สังคมผลักดันให้คนยุคนี้นอนน้อยลงเรื่อยๆ" และกล่าวเสริมว่า 20 เปอร์เซ็นต์ประชากรในสหรัฐอเมริกาและในอังกฤษนอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมง
การ นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงนั้นนับวันยิ่งเป็นเรื่องปกติมากขึ้นในกลุ่มคนทำงานเต็มเวลา ซึ่งอาจเป็นเพราะแรงกดดันจากสังคมในเรื่องชั่วโมงที่ต้องทำงานที่ยาวนานกว่า เดิม และการทำงานเป็นกะที่มากขึ้น
ไม่ใช่เพียงแค่ การอดนอนเท่านั้นที่จะส่งผลเสียต่อส่งสุขภาพ แต่การนอนมากเกิน 9 ชั่วโมงต่อคืนก็เป็นการนับถอยหลังสู่การเสียชีวิตก่อนวัยควรเช่นกัน Cappuccio กล่าวว่าการนอนมากเกินไปนั้นมีแนวโน้มที่จะเป็นผลจากการเจ็บป่วยมากกว่าที่ จะเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย
Cappuccio ซึ่งเป็นหัวหน้าหลักสูตรการเรียนการสอนด้านการนอน สุขภาพ และสังคม Sleep, Health and Society Programme เห็นว่า "แพทย์ไม่เคยถามคนไข้เลยว่านอนวันกี่ชั่วโมง ทั้งที่จริงๆ แล้วเรื่องระยะเวลาการนอนนี่แหละที่จะเป็นตัวบ่งชี้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ ผิดปกติ"
ในทางกลับกัน ผลวิจัยเผยว่าผู้ที่นอนแค่ 6-8 ชั่วโมงกลับไม่ได้รับผลกระทบดังกล่าว
เมื่อรู้แล้วว่าการอดนอนหรือการนอนมากเกินไปจะเป็นเสมือนการตายผ่อนส่ง ใครที่ทำอย่างนี้อยู่จนเป็นนิสัยก็ถึงเวลาค่อยๆ ปรับพฤติกรรมการนอนรวมถึงฝึกการนอนหลับให้มีคุณภาพได้แล้วถ้าหากยังปรารถนาที่จะนอนหลับแบบมีลมหายใจต่อไป

ค้นหา